วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สมชัย ชี้ สรรหา กกต.ใหม่ ส่อวุ่นหากยังไม่ได้ ก็ไม่กระทบกรอบเลือกตั้ง

สมชัย ชี้ กระบวนการสรรหา กกต.ใหม่ ส่อวุ่น หาก สนช.ไม่รับรายชื่อที่ กก.สรรหา ทำให้ต้องเริ่มกระบวนการใหม่หมด แต่ไม่กระทบกรอบเลือกตั้ง เนื่องจากชุดปัจจุบันทำหน้าที่จนกว่ามีชุดใหม่ เตรียมหารือถามความเห็นศาล จัดเลือกตั้งใน 150 วัน ห่วงปม มือดีร้องศาล รธน.เลือกตั้งโมฆะ

วันที่ 14 ก.ย. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง แถลงข่าวภายหลังพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวานนี้ ว่า วันนี้มีการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เกิดขึ้นทันที คือ กกต.จังหวัดหมดสภาพ ทั้ง 14 จังหวัด ส่วน กกต.กลาง จะปฏิบัติหน้าที่จนกว่ามี กกต.ชุดใหม่ มารับหน้าที่ต่อไป ซึ่งจะทำภารกิจเท่าที่จำเป็นเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการทำงาน แต่อะไรที่เกินขอบเขตความจำเป็น หรือเป็นประเด็นเกี่ยวกับนโยบาย จะต้องให้ กกต.ชุดใหม่เป็นผู้ดำเนินการ ดังนั้นอะไรที่ตัดสินใจแล้วจะผูกพันกับชุดใหม่มากเกินไป พยายามหลีกเลี่ยง

นายสมชัย กล่าวถึงกระบวนการสรรหา กกต.ชุดใหม่ว่า แบ่งเป็น 4 ช่วงเวลา คือ ช่วงที่ 1 คือ การตั้งคณะกรรมการสรรหา ตามองค์ประกอบของรัฐธรรมนูญ ก่อนที่จะเปิดรับสมัคร และทาบทามบุคคลที่มีความเหมาะสม ผู้เข้ารับการสรรหาเป็น กกต. เมื่อได้ผู้ที่มีความเหมาะสม 5 คน และนำไปรวมกับสัดส่วนที่มาจากการคัดเลือกที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกา อีก 2 คน รวม 7 คน ก่อนที่จะเสนอรายชื่อให้ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต่อไป โดยกระบวนการนี้จะต้องทำให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน เท่ากับว่าวันที่ 12 ธันวาคม จะมี 7 รายชื่อส่งให้ สนช.

ช่วงที่สองคือ สนช.นำรายชื่อดังกล่าวมาพิจารณา โดยมีการตั้งกรรมาธิการขึ้นมาตรวจสอบประวัติ โดยกระบวนการนี้ อาจจะมีการเชิญผู้ได้รับการสรรหาเข้าแสดงวิสัยทัศน์ หรือเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ส่งข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับผู้ที่ได้รับการสรรหา ก่อนที่จะเสนอชื่อให้ที่ประชุม สนช. เห็นว่าชอบโดยกระบวนการนี้ จะใช้เวลา 45 วัน จากนั้นเข้าสู่ขั้นที่ 3 เมื่อ สนช.ลงมติเห็นชอบรายชื่อเรียบร้อยแล้ว บุคคลที่มีรายชื่อดังกล่าว จะต้องดำเนินการลาออกจากการทำงานทุกประเภท ภายใน 15 วัน และนำหลักฐานการทั้งหมด ส่งให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และขั้นสุดท้าย คือ ขั้นตอนของการทูลเกล้าฯ และรอการโปรดเกล้าฯ ลงมา โดยขั้นตอนนี้เป็นเรื่องของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา นำซึ่งไม่สามารถที่จะกำหนดเวลาได้ แต่โดยส่งที่เกิดขึ้นในอดีตกระบวนการดังกล่าวใช้เวลาไม่น้อยกว่า 20 วัน ดังนั้น กระบวนการสรรหาจะใช้เวลา ประมาณ 170 วัน หรือเกือบ 6 เดือน ประมาณ 15 กุมภาพันธ์–15 มีนาคม 2561 โดยกระบวนการดังกล่าวอาจจะเร็ว หรือช้ากว่านี้ก็ได้

นายสมชัย กล่าวถึงปัจจัยที่ทำให้กระบวนการสรรหาล่าช้าออกไป ว่า หลังจากกรรมการสรรหาเสนอชื่อต่อ สนช. แต่ สนช.มีสิทธิที่ไม่เห็นด้วยกับรายชื่อดังกล่าวได้ เท่ากับกรรมการสรรหาจะต้องเริ่มกระบวนการสรรหาใหม่ และไม่มีการจำกัดจำนวนรอบ ว่าจะสรรหากันกี่รอบ เพราะจะต้องดำเนินไปจนกว่า สนช.จะพอใจกับรายชื่อ ซึ่งถ้าเริ่มกระบวนการสรรหาใหม่ จะต้องนับไปอีก 4 เดือนครึ่งต่อหนึ่งรอบการสรรหา

นายสมชัย กล่าวถึงประเด็นปัญหาบทบัญญัติที่กำหนดให้จัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จใน 150 วัน นับตั้งแต่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้งทั้ง 4 ฉบับ ประกาศใช้จะรวมระยะเวลาการประกาศผลการเลือกตั้งด้วยหรือไม่นั้น คำตอบในเรื่องนี้ยังไม่มีความชัดเจน ซึ่งนักกฎหมายก็ยังมีการตีความที่แตกต่างกัน และที่ผ่านมา กกต.เคยถามถามไปยัง กรธ. และกฤษฎีกา แต่ไม่มีคำตอบ ดังนั้นเรื่องนี้เงื่อนปมหนึ่ง ที่อาจทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะอีกกรณีหนึ่งได้ ถ้ามีผู้นำเรื่องนี้ไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความ และถ้าศาลชี้ว่าขัดกับรัฐธรรมนูญจะต้องมีผู้รับผิดชอบทางอาญาและแพ่ง ซึ่งใครตัดสินใจ คนนั้นรับผิดชอบด้วย ดังนั้น การประชุม กกต. วันที่ 19 กันยายนนี้ กกต.จะหารือถึงกรณีดังกล่าวว่า จำเป็นต้องทำหนังสือไปสอบถามศาลรัฐธรรมนูญถึงความชัดเจนหรือไม่ ในช่วงจังหวะเวลานี้ หรือให้เป็นหน้าที่ของ กกต.ชุดใหม่ ซึ่งต้องพิจารณาถึงเวลาที่คาบเกี่ยวของการได้มาของ กกต.ชุดใหม่ด้วย

“ประเด็นนี้ หากเราซึ่งหมายถึง กกต.ชุดนี้ และชุดใหม่ มั่นใจ และพร้อมที่จะรับผิดชอบต่อการตัดสินใจ ก็ไม่จำเป็นต้องถามศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความ” นายสมชัย กล่าว

นายสมชัย กล่าวว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมจะหารือถึงการยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในประเด็นเนื้อหาสาระของร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต.ที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2 ประเด็น คือ อำนาจในการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นที่รัฐธรรมนูญให้อำนาจ กกต.เป็นผู้ดำเนินการจัดการเลือกตั้ง แต่ในกฎหมายลูกบอกเพียงว่าให้ “ดำเนินการให้มี” รวมถึงประเด็นอำนาจหน้าที่ของ กกต.หนึ่งคน ในการระงับยับยั้งหากพบความผิดปกติในการเลือกตั้ง โดยยืนยันไม่มีประเด็นเซตซีโร่เพราะไม่ได้คิดว่าอยากจะอยู่ต่อ

นายสมชัย ยังยืนยันด้วยว่า หากมีปัจจัยให้กระบวนการสรรหา กกต.ชุดใหม่เกิดความล่าช้า ก็จะไม่กระทบกับกรอบการเลือกตั้ง เนื่อง กกต.ชุดนี้จะทำหน้าที่ไปจนกว่าจะมี กกต.ชุดใหม่ ดังนั้นหากกฎหมายลูกทั้ง 4 ฉบับ ประกาศใช้ครบ แต่ยังไม่ได้ กกต.ชุดใหม่ ก็จะเป็นหน้าที่ของ กกต.ชุดปัจจุบันจัดการเลือกตั้ง