วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผู้การฯปัตตานี ลงหย่าศึกพร้อมย้าย ผกก.ทุ่งยางแดง ให้เร่งสอบข้อเท็จจริง

ผู้การฯ ปัตตานี ลงหย่าศึกสั่งย้ายแล้ว 2 ฝ่าย ทั้ง ผกก. และลูกน้อง พร้อมสั่งเร่งให้มีการสอบข้อเท็จจริง ด้าน พ.ต.อ.พฤกษ์ โต้ควรฟังทั้ง 2 ฝ่าย และเรื่องทั้งหมดมาจากปัญหาการปฏิบัติงานของผู้ใต้บังคับบัญชาที่สร้างปัญหาแทบทั้งสิ้น...



เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า หลังมีคำสั่งย้ายด่วน พ.ต.อ.พฤกษ์ เลี้ยงสุข ผกก.สภ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี จากกรณีถูกผู้ใต้บังคับบัญชารวมตัวกันทำหนังสือร้องเรียนด้านพฤติกรรมการใช้อำนาจบังคับบัญชาโดยมิชอบ รวมทั้งการสร้างเงื่อนไขต่อกำลังพล นอกจากนี้ ยังมีการร้องเรียนว่าลงไม้ลงมือ ทำร้ายร่างกาย และพูดจาหยาบคาย ดูหมิ่นผู้ใต้บังคับบัญชาแบบไม่ให้เกียรติ โดยหลังมีการยื่นหนังสือให้ พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ก็ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี เดินทางรับทราบเรื่องราว พร้อมประชุมและตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ล่าสุดวันนี้ ผบก.ภ.จ.ปัตตานี มีคำสั่งตั้ง พ.ต.อ.ไมตรี สันตยากุล รอง ผบก.ภ.จ.ปัตตานี เป็นหัวหน้าชุดสอบสวนข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จภายใน 1 อาทิตย์ และรักษาการแทน ผกก.สภ.ทุ่งยางแดง ส่วน พ.ต.อ.พฤกษ์ ผกก.สภ.ทุ่งยางแดง มีคำสั่ง 4795/2560 ให้ช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี และจำนวนทั้ง 25 นายก็มีคำสั่งให้ไปช่วยราชการที่กองกำกับการปฏิบัตการพิเศษตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี จนกว่าจะทำการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้วเสร็จ


อย่างไรก็ตาม หลังมีข่าวดังกล่าวขึ้นจนกลายเป็นที่สนใจของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และใกล้เคียงอย่างมาก โดยเฉพาะในโลกโซเชียล ยังคงมีการนำหลักฐานเป็นคลิปเสียง อ้างเป็นเหตุการณ์ที่ พ.ต.อ.พฤกษ์ พูดจาด่าทอผู้ใต้บังคับบัญชาแบบหยาบคายออกมาเผยแพร่อย่างต่อเนื่อง และยังมีการนำคลิปเสียงใหม่ๆ มาเผยแพร่เพิ่มเช่นกัน ล่าสุด เมื่อกลางดึกที่ผ่านมามีผู้เผยแพร่คลิปเสียงระบุเป็นเหตุการณ์ฉบับย่ออีกคลิป ตามหลังหลังกันไม่กี่ชั่วโมง ระบุเป็นคลิปเสียงฉบับเต็ม ส่งต่อๆ ไปทั่วห้องไลน์กลุ่มของหน่วยงานต่างๆ และมีการแสดงความคิดเห็นกันหลากหลายด้าน เช่น แสดงความคิดเห็นว่าเข้าใจ เห็นใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติระดับล่าง หรือการให้ใช้เป็นกรณีตัวอย่าง นำไปปรับวิธีการบังคับบัญชาของหลายๆ หน่วยงานที่ไม่ใช่เพียงตำรวจ หรือแม้แต่แนะว่าสังคมควรให้เวลา และรับฟังความจริงจากทั้ง 2 ฝ่าย ก่อนจะตำหนิว่าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดผิด


ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ล่าสุดเมื่อช่วงดึกที่ผ่านมา ได้มีการแชร์ข้อความอ้างเป็นหนังสือชี้แจง และขอความเป็นธรรมจากฝ่ายของ พ.ต.อ.พฤกษ์ ผกก.สภ.ทุ่งยางแดง โดยเนื้อหาระบุเรื่องการร้องเรียนที่เกิดขึ้นนั้น ทั้งหมดมาจากปัญหาการปฏิบัติงานของผู้ใต้บังคับบัญชาที่สร้างปัญหาแทบทั้งสิ้น ในฐานะที่เป็น ผกก.จึงมีความจำเป็นต้องมีการเข้มงวดด้วยการเอาระเบียบเป็นตัวตั้งในการบริหาร เพราะตนเองดูแลกำลังพลมากถึง 100 นาย และตำรวจก็เหมือนกับข้าราชการ ประชาชนทั่วไป เมื่อไปทำผิดหรือพฤติกรรมไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ก็ต้องว่าไปตามระเบียบวินัย ที่ผ่านมามีการเข้มงวด และตรวจสอบตำรวจที่ไปเกี่ยวข้อง และได้ให้ออกไปแล้วหลายนาย อีกกรณีตำรวจในพื้นที่ส่วนหนึ่งที่เป็นส่วนน้อยจะมีปัญหาเรื่องการไม่อยู่ในพื้นที่ตนเอง จึงลงโทษขังเพราะมีความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ ส่วนตำรวจที่มาร้องเรียนหลายคนก็เคยถูกสั่งขังไปแล้ว และที่กำลังจะถูกสั่งขังก็มีอยู่ด้วย ยืนยันว่าจะต้องทำตามระเบียบ เมื่อพฤติกรรมไม่ดีก็ไม่น่าจะมาเป็นตำรวจ


พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี กล่าวว่า ได้มีคำสั่งย้ายทั้ง 2 ฝ่าย ที่มีเรื่องร้องเรียนกันมาปฏิบัติงานอยู่ที่กองบังคับการตำรวจภูธร จ.ปัตตานี ขั้นต้นวันนี้ก็มีคำสั่งให้รอง ผบก.ภ.จ.ปัตตานี ทำหน้าที่รักษาการ ผกก.สภ.ทุ่งยางแดง พร้อมไปกับการตั้งให้เป็นหัวหน้าชุดสืบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว ตรงนี้จึงอยากให้สังคมเข้าใจ เห็นใจการทำงานของฝ่ายเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ จชต.ทุกคนคงทราบว่าเป็นพื้นที่พิเศษ ในส่วนของการปฏิบัติหน้างานของผู้ใต้บังคับบัญชา ก็อาจจะเกิดจากความกดดันจนเกิดความเครียด พอเจอเรื่องการเข้มงวด เรื่องระเบียบวินัย ก็อาจเป็นส่วนหนึ่งทำให้เกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้นก็เป็นได้ แต่ต้องเข้าใจด้วยว่าการเข้มงวดนั้นเกิดเพราะการไม่ต้องการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเกิดอันตราย หากมีอะไรเกิดขึ้นผู้บังคับบัญชาก็ต้องเป็นฝ่ายรับผิดชอบ จึงต้องมีการเข้มงวดกวดขันให้มีความพร้อม มีความเข้มแข็ง ตื่นตัว กระนั้นฝ่ายผู้บังคับบัญชาเองก็ต้องรู้จักปรับวิธีคิดใหม่เกี่ยวกับการปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาให้มีความนุ่มนวลได้ด้วยเช่นกัน และตอนนี้อยู่ในขั้นตอนระหว่างสอบสวนข้อเท็จจริงจากทั้ง 2 ฝ่าย และการทำงานของตำรวจในพื้นที่ สภ.ทุ่งยางแดง ยืนยันยังคงทำงานกันปกติ ไม่ได้มีอุปสรรคปัญหาแต่อย่างใด ที่ผ่านมาอาจจะเกิดความไม่เข้าใจกัน ไม่ได้พูดคุยกัน และทัศนคติที่ไม่ตรงกัน เป้าหมายอาจจะต่างกัน ผู้บังคับบัญชาอาจจะมองเป้าหมายความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่สูงสุด แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจจะมองเมื่อปฏิบัติหน้าที่แล้วมันหนักเกินไป ซึ่งมองคนละส่วนกัน ซึ่งเมื่อได้พูดได้คุยกันก็ไม่มีปัญหาอะไร ส่วนคำสั่งในการย้ายมีผลบังคับใช้แล้ว แต่เนื่องจากบางส่วนยังติดภารกิจ.