วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สัญญาณปลดล็อก

โดย หมัดเหล็ก

กฎหมายลูกของ พ.ร.บ.ปิโตรเลียม ที่ผ่านการพิจารณาของ สนช. เป็นการ ส่งสัญญาณปลดล็อก ไปสู่การ เปิดประมูลแหล่งผลิตปิโตรเลียมในอ่าวไทย ที่ยังค้างคาอยู่ โดยเฉพาะ แหล่งบงกชและแหล่งเอราวัณ กำลังจะหมดอายุสัญญาสัมปทานในปี 2565-2566 ซึ่งเป็นที่รับรู้กันว่าแหล่งก๊าซทั้งสองแห่งนี้ให้กำลังการผลิตก๊าซ เพื่อใช้ผลิตไฟฟ้าในประเทศ ถึงร้อยละ 40 ระยะเวลาอีก 5-6 ปีข้างหน้า ผลกระทบจากการไม่สามารถให้สัมปทานแหล่งก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยได้ จะสร้างความเสียหายอย่างมหาศาล

ทิศทางต่อจากนี้ไป วีระศักดิ์ พึ่งรัศมี อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ชี้แจงว่า ยังเชื่อทุกอย่างจะดำเนินการได้ทันเวลา เมื่อ ครม.เห็นชอบในหลักเกณฑ์การประมูล โดยให้แหล่งก๊าซในอ่าวไทย ใช้ระบบแบ่งปันผลผลิต หรือ PSC ตามเกณฑ์ที่ภาคเอกชนเสนอ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ขั้นตอนจากนี้ไป กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ จะเร่งเสนอเงื่อนไขการประมูล หรือ TOR ให้ ครม.พิจารณา คาดว่าภายในเดือน ต.ค.จะเห็นความชัดเจนมากขึ้น กระบวนการประมูลจะใช้เวลา 6-7 เดือน และจะได้ผู้ชนะการประมูลประมาณเดือน เม.ย.ปี 2561

ทั้งนี้ ผู้รับสัมปทานรายเดิม เช่น บริษัทเชฟรอน ที่ได้รับสัมปทานผลิตก๊าซใน แหล่งเอราวัณ และ ปตท.สำรวจและผลิต หรือ ปตท.สผ. ผู้ได้รับสัมปทานผลิตก๊าซแหล่งบงกช พร้อมที่จะเข้าการแข่งขันอย่างเต็มที่ ซึ่งยังมีบริษัทใหม่แสดงความสนใจเข้ามาอีกหลายบริษัท ทั้งของไทยและต่างชาติ

การแข่งขันโดยเสรีจะทำให้ประเทศได้ประโยชน์สูงสุด ที่กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติได้มีการกำหนดเงื่อนไขการประมูลอย่างรัดกุม เช่นจะต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญมีประสบการณ์ในการผลิตมาก่อน มีความพร้อมเรื่องของเงินทุนและเทคโนโลยี และหากไม่สามารถดำเนินการได้จะมีการกำหนดโทษตั้งแต่ปรับไปจนถึงยกเลิกสัญญา เป็นต้น

อันที่จริงแหล่งก๊าซธรรมชาติทั้งสองแห่งที่กล่าวมาแล้วมีปริมาณที่ไม่พอเพียงต่อการบริโภคน้ำมันและก๊าซในประเทศ ที่จะรองรับการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจในอนาคต

โดยเฉพาะความมั่นคงทางด้านพลังงานของประเทศ

แผนพลังงานธรรมชาติในการให้สัมปทานแหล่งก๊าซถูกแช่แข็งมาเป็นเวลาถึง 10 ปี จากการต่อต้านของ เอ็นจีโอ ดังนั้นการเร่งเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 จึงควรได้รับพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ

ความซับซ้อนของนโยบายพลังงานที่มีความสำคัญกับประเทศอย่างมาก ถูกบิดเบือน มาโดยตลอด การจัดตั้ง บรรษัทน้ำมันแห่งชาติ ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง แนบอยู่ใน พ.ร.บ.ปิโตรเลียม ที่อยู่ในระหว่างการศึกษาของสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

เป็นบทเรียนของความไม่เข้มแข็งของระบบสัมปทานเพราะถูกต่อต้านจาก เอ็นจีโอ ซึ่งโดยหลักการแล้วจะต้องคำนึงถึงความต้องการ ผลประโยชน์และความเดือดร้อนของประชาชนส่วนใหญ่มากกว่า

เลิกทำตัวถ่วงความเจริญ.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th