วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ข้อทักท้วงทางกฎหมาย

โดย ซี.12

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ปรีชา สุวรรณทัต ได้ตั้งข้อสังเกตถึงการ พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี พ.ศ.2561 ว่ามีข้อผิดพลาดที่สำคัญในวาระที่ 2 และ 3 ถ้าไม่รีบแก้ไขข้อผิดพลาดจะมีมลทินในต้นฉบับกฎหมายที่แท้จริง

ทั้งนี้ ข้อบังคับปี พ.ศ.2560 ที่ใช้บังคับในปัจจุบันนี้ มีข้อ 122 กำหนดไว้เช่นเดียวกันนี้เหมือนกับข้อบังคับเดิมๆของสภาที่ผ่านมาทุกประการ ดังนี้

ข้อ 122 ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วให้สภาพิจารณา เริ่มต้นด้วยชื่อร่าง คำปรารภ แล้วพิจารณาเรียงตาม ลำดับมาตราและลงมติเรียงตามลำดับมาตราทีละมาตราจนจบร่าง...

จะเห็นได้ว่าข้อบังคับกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่าในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วในวาระที่สองจะต้องพิจารณาและลงมติเรียงลำดับมาตราทั้งที่มี “การแก้ไขและไม่แก้ไข” ทีละมาตราจนจบร่าง เพราะสมาชิกสภาจะต้องลงมติว่า “เห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบ หรืองดออกเสียง” ทุกมาตราที่มี “การแก้ไขและไม่แก้ไข” และประธานจะต้องประกาศให้ทราบผลการลงมติโดยเปิดเผยและต้องบันทึกไว้ในรายงานการประชุมที่ประชาชนขอตรวจดูได้

แต่ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ.2561 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 31 สิงหาคม 2560 เวลาประมาณ 13.30-14.30 น. ปรากฏว่า ศาสตราจารย์พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้ให้เลขาธิการสภาอ่านเฉพาะมาตราที่คณะกรรมาธิการวิสามัญมีการแก้ไขเพื่อการลงมติเท่านั้น แต่มาตราที่กรรมาธิการไม่มี การแก้ไขทุกมาตรา ท่านประธานจะข้ามไปไม่อ่านให้สมาชิกพิจารณาและลงมติในมาตรานั้นๆ ทั้งๆที่ไม่มีข้อบังคับข้อใดเลยยกเว้นไว้ให้กระทำได้ผลจึงมีหลายมาตราที่ไม่มีการอ่านให้ลงมติ นับตั้งแต่ชื่อร่างพระราชบัญญัติ คำปรารภ ดังนี้

มาตรา 1 ชื่อร่างพระราชบัญญัติ มาตรา 2 วันใช้บังคับ มาตรา 3 งบ ประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561 ให้ตั้งเป็นจำนวน รวมทั้งสิ้น 2,900,000,000,000 บาท...มาตรา 61 งบประมาณรายจ่ายสำหรับแผนงานบริหารจัดการหนี้ภาครัฐ ให้ตั้งเป็นงบประมาณรายจ่ายของส่วนราชการ และรัฐวิสาหกิจ เป็นจำนวน 260,818,932,200 บาท มาตรา 63 งบประมาณรายจ่ายของส่วนราชการในพระองค์ ให้ตั้งเป็นจำนวน 4,196,323,500 บาท

...มาตรา 64 อำนาจสั่งจ่ายเงินแผ่นดิน มาตรา 65 ผู้รักษาการ ที่เป็นมาตราสุดท้ายที่ตามข้อบังคับกำหนดให้ต้องพิจารณาลงมติจนจบถึงมาตราสุดท้ายนี้ แต่ท่านประธานให้อ่านและไปจบลงที่มาตรา 62 ที่เป็นงบประมาณส่วนราชการในพระองค์ มาตรา 64 และมาตรา 65 ที่เป็นมาตราสุดท้ายที่ตามข้อบังคับจะต้องอ่านให้ลงมติจนจบถึงมาตรานี้

การผิดพลาดการพิจารณาในวาระที่สองที่พิจารณาไม่ครบถ้วนนี้ จึงเป็นผลให้มาตราดังกล่าวนี้ไม่ผ่านการลงมติของสภาอย่างครบถ้วน จึงมีผลกระทบตามมาถึงการลงมติในวาระที่สามอย่างสำคัญ เพราะแต่ละมาตราของกฎหมายงบประมาณรายจ่ายมีความสัมพันธ์กัน ที่แม้สภาจะลงมติในวาระที่สามว่าสมควรประกาศใช้เป็นกฎหมายได้ก็สืบเนื่องมาจากผิดพลาดในวาระที่สองดังกล่าวมาแล้ว จึงเป็นผลให้การลงมติในวาระที่สามผิดพลาดตามไปด้วย

แต่ข้อผิดพลาดนี้ยังมีแนวทางแก้ไขตามข้อบังคับข้อ 128 ที่อาจจะดำเนินการทบทวนแก้ไขความผิดพลาดนี้ได้ แต่ต้องรีบแก้ไขโดยเร่งด่วนก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย

ถ้าประธานสภาฯไม่รีบดำเนินการแก้ไขข้อผิดพลาดดังกล่าวโดยรีบด่วน และนายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยก็จะเป็นมลทินในกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่ายปี พ.ศ.2561 และที่ได้เกิดขึ้นแล้วในงบประมาณ ปี พ.ศ.2560 ที่ยังใช้บังคับอยู่ขณะนี้

ข้อทักท้วงนี้ควรพิจารณาโดยด่วน.

“ซี.12”