วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปิดฉาก 'เรือเหาะ' 8 ปี กับความไม่คุ้มค่า ทบ.เตรียมปลดประจำการ!

มันจบแล้วครับนาย!!! ปิดฉากแล้ว "เรือเหาะตรวจการณ์ ทบ." หลังจัดซื้อมาในสมัย "บิ๊กป๊อก" แต่ไม่สามารถขึ้นบินได้ ต้องสูญเงินไปจำนวนมาก ล่าสุด "ผบ.ทบ." ออกมายืนยันแล้วว่า เตรียมปลดประจำการ เพราะหมดอายุการใช้งาน คงจะนำเพียงกล้องติดเรือนำมาใช้ประโยชน์เพื่อการตรวจการณ์แทน...


เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 60 พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. เปิดเผยว่า เรือเหาะตรวจการณ์ ที่กองทัพบกได้จัดซื้อสมัย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ในขณะนั้น ขณะนี้หมดอายุการใช้งาน หลังใช้งานมา 8 ปี โดยการจัดซื้อสมัยนั้น วัตถุประสงค์ต้องการที่จะนำมาตรวจการณ์ทั้งกลางวันกลางคืน ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยหลังจากนี้จะนำกล้องตรวจการณ์ที่มีราคาแพงไปติดอากาศยาน เพื่อใช้ในการตรวจการณ์แทน ส่วนของในระบบอื่นๆ ก็จะนำไปปรับใช้ ส่วนรถลากเรือเหาะนั้น ยังไม่ทราบว่า ทาง ขส.ทบ.นำออกประมูลขาย ก็แล้วแต่ เพราะเราคงไม่ได้ใช้งานแล้ว "เป็นเพราะตัวเรือเหาะหมดอายุ ไม่มีแผนจัดซื้อใหม่ทดแทน แต่ที่ผ่านมาก็ใช้ตรวจการณ์ ได้"

ทั้งนี้ ทบ.ซื้อเรือเหาะ และระบบตรวจการณ์มาในราคา 350 ล้านบาท เป็นตัวเรือเหาะ 260 ล้านบาท กล้องตรวจการณ์ 70 ล้านบาท และระบบภาคพื้น รถต่างๆ เมื่อปี 2552 แต่ต่อมาเกิดปัญหารั่ว และตัองเติมก๊าซฮีเลียมที่มีราคาแพง จนต้องจอดเก็บในโรงจอด ที่ พล ร.15 อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ในยุคของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็น ผบ.ทบ. ก็ได้ว่าจ้างบริษัทมาดูแลปีละ 50 ล้านบาท โดยมีการนำออกมาบิน ตรวจการณ์บ้าง แต่ถูกวิจารณ์ว่าบินต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนด จนที่สุดจอดเก็บไว้จนหมดอายุ

สำหรับความเป็นมาของการจัดซื้อ "เรือเหาะ ทบ." นั้น ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบอนุมัติงบประมาณจำนวน 350 ล้านบาท เพื่อดำเนินการจัดหา "ระบบเรือเหาะ" พร้อมกล้องตรวจการณ์ทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อใช้ในกิจการของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ในภารกิจตรวจการณ์ทางอากาศ อันเป็นหนึ่งในยุทธการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้

โดยราคาจัดซื้อแบ่งเป็น ตัวเรือบอลลูนราคา 260 ล้านบาท กล้องส่องกลางวันและกลางคืน ราคาประมาณ 70 ล้านบาท ส่วนอีก 20 ล้านบาทเป็นอุปกรณ์สื่อสารภาคพื้น ซึ่งทั้งหมดรวมเป็นระบบเรือเหาะ 1 ชุด แต่ต่อมามีการชี้แจงจากทางกองทัพว่า เป็นการจัดซื้อวิธีพิเศษ โดยกองทัพบกทำสัญญาจัดซื้อเรือเหาะตรวจการณ์จากบริษัท Arial International Cooperation

และเมื่อ 18 ธ.ค.2552 เรือเหาะเข้าประจำการ ณ โรงจอดภายในหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี กองพลทหารราบที่ 15 อย่างเป็นทางการ โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ในขณะนั้น ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อติดตามความพร้อมของเรือเหาะด้วยตนเอง และในวันที่ 15 ม.ค.2553 กองทัพกำหนดให้เป็นวันเริ่มนำเรือเหาะขึ้นปฏิบัติการเป็นครั้งแรก แต่ประสบปัญหาทางเทคนิค ไม่สามารถดำเนินการได้ จึงยังไม่มีการลงนามรับมอบสินค้าอย่างเป็นทางการจากบริษัทผู้ผลิต

จนมา 5 มี.ค.2553 คณะกรรมการตรวจรับเรือเหาะของกองทัพบกจัดทดสอบประสิทธิภาพการใช้งาน โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปติดตามทำข่าว ผลการทดสอบพบปัญหาหลายประการ ทั้งในส่วนของกล้องและตัวบอลลูน ขณะที่มีข่าวเล็ดรอดจากชุดทดสอบว่า เรือเหาะบินสูงได้เพียง 1 ใน 3 ของสเปคเท่านั้น ทำให้ไม่พ้นระยะยิงจากภาคพื้น กระทั่ง 9 มี.ค.2553 พล.อ.อนุพงษ์ ลงพื้นที่ จ.ปัตตานี อีกครั้ง เพื่อร่วมตรวจสอบประสิทธิภาพของระบบเรือเหาะ และพบปัญหาเพิ่มเติมอีกหลายประการ แต่ยังยืนยันว่าระบบโดยรวมใช้งานได้ดี จนมา 27 พ.ค.2553 คณะกรรมการตรวจรับฯ ได้ลงนามรับมอบ "บอลลูน" ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของเรือเหาะ

สำหรับ เรือเหาะที่จะใช้ปฏิบัติการ ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นเป็นรุ่น Aeros 40D S/N 21 (SKY DRAGON) ผลิตโดยบริษัท Worldwide Aeros Corp. ประเทศสหรัฐอเมริกา ขนาดกว้าง 34.8 ฟุต (10.61 เมตร) ยาว 155.34 ฟุต (47.35 เมตร) สูง 48/3 ฟุต (13.35 เมตร) ความจุฮีเลี่ยม 100,032 ลูกบาศก์ฟุต (2,833 ลูกบาศก์เมตร)
ระยะความสูงที่สามารถปฏิบัติงานได้ คือ 0-10,000 ฟุต (0-3,084 เมตร) ระยะความสูงปฏิบัติการ 3,000-5,000 ฟุต ความเร็วสูงสุด 88 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความเร็วเดินทาง 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เครื่องยนต์ 2 คูณ 125 HP 4-Cylinder, Continental IO-240 B ความจุเชื้อเพลิง 76 แกลลอน (300 ลิตร) บินได้นาน 6 ชั่วโมง
เกณฑ์การสิ้นเปลือง ณ ความเร็วสูงสุด 50 ลิตรต่อชั่วโมง ระยะทางที่บินได้ไกลสุด ณ ความเร็วสูงสุด 560 กิโลเมตร ชนิดเชื้อเพลิงที่ใช้ 100 LL Grade Aviation Fuel ความจุห้องโดยสาร 4 นาย (นักบิน 2 นาย ช่างกล้อง 1 นาย เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 1 นาย)


ส่วนการควบคุม "เรือเหาะตรวจการณ์" ประกอบด้วย

1. เรือเหาะ (Airship)
2. เฮลิคอปเตอร์ติดกล้องตรวจการณ์ 3 ลำ (HU-1H Helicopter) อยู่ในพื้นที่จังหวัดละ 1 ลำเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของเรือเหาะตรวจการณ์
3. ศูนย์บัญชาการประจำสถานี กระจายอยู่ทั่วพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ 26 สถานี (Fixed Command Center) ซึ่งจะใช้หน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่เป็นที่ตั้งศูนย์บัญชาการประจำสถานี
4. รถบังคับการ (Glizzly) สนับสนุนการปฏิบัติงานของเรือเหาะในภาคพื้นดิน โดยจะติดตามเรือเหาะทางภาคพื้นดิน
ระบบปฏิบัติการของ "เรือเหาะ" จะใช้ 2 ระบบ คือระบบสัญญาณไมโครเวฟ และระบบสัญญาณดาวเทียม ในการส่งข้อมูลไปยังหน่วยเฉพาะกิจหมายเลข 2 ตัวในพื้นที่ หน่วยเฉพาะกิจระดับจังหวัด และกองบัญชาการกองทัพบก
คุณลักษณะทั่วไปของเรือเหาะ คือควบคุมโดยนักบิน ใช้กล้องตรวจการณ์เวลากลางวันและกลางคืนที่สามารถถ่ายภาพและบันทึกภาพความ ละเอียดสูง สามารถตรวจจับความร้อน รวมทั้งตรวจจับระยะและชี้เป้าหมายได้ ลอยตัวอยู่ในอากาศได้เป็นเวลานาน หรือทำการลาดตระเวนตามวงรอบเพื่อปฏิบัติงานด้านการข่าวที่ต้องการด้วยเสียง ที่เงียบกว่าอากาศยานประเภทอื่น.

เรือเหาะทหาร ลงจอดฉุกเฉิน กลางทุ่งนาปัตตานี

เรือเหาะใช้ในภารกิจดูแลความปลอดภัยในพื้นที่

ลงจอดฉุกเฉิน เนื่องจากเกิดลมแรงทัศนวิสัยไม่อำนวย อีกทั้งระบบคันบังคับเกิดขัดข้อง

เรือเหาะลำใหญ่ มองเห็นแต่ไกล

เจ้าหน้าที่ทุกนายปลอดภัย

ชาวบ้านแตกตื่น มาดูเรือเหาะ

ลงจอดฉุกเฉิน กลางทุ่งนา หมู่ 6 ต.สะนอ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี