วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แจงซูจีปัดประชุมยูเอ็นไม่ใช่หนีปัญหาโรฮีนจา

นางออง ซาน ซูจี รมว.ต่างประเทศ เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ผู้นำโดยพฤตินัยของเมียนมา จะไม่ไปร่วมประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ (ยูเอ็นจีเอ) ที่มหานครนิวยอร์ก รัฐนิวยอร์กของสหรัฐฯช่วง 19-25 ก.ย.ตามที่คาดกัน โดยเมื่อ 13 ก.ย.โฆษกรัฐบาลเมียนมาแถลงถึงกรณีนี้ว่า นางซูจีมีเรื่องกดดันอย่างหนักที่ต้องอยู่จัดการแก้ไข แต่ไม่ใช่เพราะเข็ดขยาดต่อเสียงวิจารณ์หรือหวั่นกลัวที่ต้องเผชิญปัญหา

นางซูจีถูกหลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ว่าวางท่าทีนิ่งเฉยต่อวิกฤติความรุนแรงในรัฐยะไข่ ที่อยู่ทางเหนือของเมียนมาและไม่พยายามเพียงพอเพื่อปกป้องชาวมุสลิมโรฮีนจาที่แห่อพยพหนีภัยเข้าไปอยู่บังกลาเทศแล้วกว่า 379,000 คน นับแต่เหตุรุนแรงรอบใหม่ประทุขึ้นเมื่อ 25 ส.ค.หลังกองทัพปลดปล่อยโรฮีนจาแห่งอาระกัน (อาร์ซา) บุกโจมตีด่านและค่ายทหารในรัฐยะไข่ เมียนมาใช้กำลังกวาดล้างตอบโต้ มีผู้เสียชีวิตแล้วนับ 1,000 คน

ขณะเดียวกัน คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ประชุมลับหารือวิกฤติรัฐยะไข่ใน 13 ก.ย. ตามเวลาท้องถิ่นมหานครนิวยอร์กของสหรัฐฯ ตามคำร้องของอังกฤษและสวีเดน แต่ไม่มีจีนกับรัสเซียเข้าร่วม

ด้านเจ้าหน้าที่เมียนมาแถลงปฏิเสธและประณามกรณีนายซาอิด ราอัด อัล-ฮุสเซน ข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีเอชอาร์) ที่กล่าวว่าการใช้กำลังในรัฐยะไข่เทียบเท่าการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ โดยระบุเป็นข้อกล่าวหาที่ผิดและไม่ช่วยแก้ปัญหา

ส่วนนางชีค ฮาซินา นายกรัฐมนตรีบังกลาเทศ เรียกร้องเมียนมารับผู้อพยพชาวโรฮีนจากลับ และให้ใช้ดวงตาแห่งมนุษยธรรมจัดการวิกฤติรัฐยะไข่ บังกลาเทศจะให้ที่พำนักแก่ผู้อพยพจนกว่าเมียนมาจะรับกลับ คนเหล่านี้เป็นผู้บริสุทธิ์ เป็นแค่เด็กและสตรี และอยู่ในเมียนมาเป็นร้อยปีแล้ว เหตุใดจึงถูกปฏิเสธสัญชาติ

ก่อนหน้านี้ กองทัพเมียนมาระบุกำลังต่อสู้กับกลุ่มอาร์ซา ไม่ได้มุ่งเป้าเล่นงานพลเรือนในรัฐยะไข่ซึ่งตรงข้ามกับการบอกเล่าของกลุ่มผู้อพยพระบุว่าทหารเมียนมาใช้กำลังปราบปราม บุกเผาหมู่บ้านเพื่อขับไล่พวกตน

วันเดียวกัน เครือข่ายก่อการร้ายสากลอัล เคดา เรียกร้องชาวมุสลิมทั่วโลกให้ช่วยเหลือชาวโรฮีนจาที่ต้องหนีภัยสู้รบทั้งที่พักและอาหารรวมทั้งการสนับสนุนทางทหาร เตือนเมียนมาจะถูกลงโทษต่ออาชญากรรมที่ก่อขึ้น.