วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ในหลวงเสด็จฯ ร่วมในริ้วขบวน งานพระบรมศพ

เมื่อวันที่ 13 ก.ย. พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะ กรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศและบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการฝ่ายจัดนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ครั้งที่ 3/2560 ว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จฯไปทรงยกพระนพปฏลมหาเศวตรฉัตรยอดพระเมรุมาศ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวงในวันที่ 18 ต.ค. ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ สำหรับการก่อสร้างพระเมรุมาศกำหนดแล้วเสร็จภายในวันที่ 30 ก.ย. วันที่ 21 ก.ย. นายกรัฐมนตรีจะมาเป็นประธานในพิธีบวงสรวงราชรถและพระยานมาศ ที่บูรณปฏิสังขรณ์แล้วเสร็จ ก่อนอัญเชิญไปซักซ้อมและใช้ในการพระราชพิธี ยังโรงราชรถ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร เวลา 14.00 น.

พล.อ.ธนะศักดิ์กล่าวว่า สำหรับการจัดนิทรรศการภายหลังพระราชพิธี ที่ประชุมได้กำหนดหมวดของการจัดเป็น 5 โซน ดังนี้ 1.เมื่อเสด็จอวตาร 2.รัชกาลที่ร่มเย็น 3.เพ็ญพระราชธรรม 4.นำพระราชไมตรี และ 5.พระจักรีนิวัติฟ้า ภายใต้ชื่อนิทรรศการว่า พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์ กำหนดเวลาเข้าชมเวลา 07.00-21.00 น. ตั้งแต่วันที่ 1-30 พ.ย. จะมีรถรับส่ง 4 มุมเมือง 5-6 จุด พร้อมรับสมัครอาสาสมัครนำชมนิทรรศการ จัดมหรสพแสดงให้ประชาชนได้เข้าชมตั้งแต่เวลา 07.00- 21.00 น. ทั้งบริเวณเวทีมหรสพและภายในพระเมรุมาศที่จะบรรเลงเพลงปี่พาทย์ ที่ใช้ในพระราชพิธีเพื่อให้ประชาชนมีโอกาสรับชมด้วย นอกจากนี้ ยังมีการจัดสร้างพระเมรุมาศจำลอง 4 มุมเมืองและประจำจังหวัด โดยจะมีการจัดนิทรรศการดังกล่าว ยังพระเมรุมาศจำลองทั้งส่วนกลางและภูมิภาค ในส่วนกลาง กรุงเทพมหานครเป็นผู้รับผิดชอบ

พล.ต.ธานี ฉุยฉาย ที่ปรึกษากองทัพภาคที่ 1 กล่าวว่า กองทัพภาคที่ 1 กำหนดจุดคัดกรองผู้เข้าชมนิทรรศการ 3 จุด ได้แก่ แม่พระธรณีบีบมวยผม หน่วยบัญชาการรักษาดินแดนและท่าช้าง จากนั้นจะมีจุดพักคอยเข้าชมพระเมรุมาศและนิทรรศการ ที่ด้านในสนามหลวงทิศเหนือ เพื่อให้ประชาชนชมงานภูมิสถาปัตยกรรมประกอบพระ เมรุมาศ สำหรับรูปแบบการเข้าชมกำลังหาข้อสรุป ระหว่างรูปแบบที่ 1 one way จะมีการแวะชมแต่ละจุด ส่วนรูปแบบที่ 2 mass ให้ประชาชนชมและถ่ายภาพงานภูมิสถาปัตยกรรมบริเวณทิศเหนือ สนามหลวง 15 นาที จากนั้นให้เข้าชมพระเมรุมาศและอาคารแต่ละจุดอย่างอิสระ กำหนดเวลา 45 นาที รอบละ 2,000-3,000 คน จะต้องประชุมหารือร่วมกันว่า 2 รูปแบบนี้ จะใช้รูปแบบใดเพื่อให้ประชาชนได้ซึมซับพระเมรุมาศมากที่สุด

นางนิธีราฤดี ช่วยหนู นายช่างชำนาญงาน กลุ่มจิตรกรรม เปิดเผยความคืบหน้าการลงสีประติ– มากรรมประกอบพระเมรุมาศว่า ในส่วนของครุฑยืนกางปีก 1 องค์ ลงสีใกล้แล้วเสร็จ อีกองค์คืบหน้า 80% องค์ที่ 3 กำลังหล่อชิ้นงาน ตกแต่ง สัตว์หิมพานต์ของกลุ่มช่างปั้นปูนสดจังหวัดเพชรบุรี เหลือเก็บรายละเอียดอีกเล็กน้อย ส่วนท้าววิรูปักษ์อยู่ในขั้นตอน ลงสี เก็บลายผ้าและคัดสีผิว เทวดานั่ง เทวดายืนรอบพระเมรุมาศ ช่างเข้าไปเก็บสีองค์ให้สมบูรณ์ครั้งสุดท้าย และมีกลุ่มศิลปินล้านนา นำโดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ มาช่วยงานลงสีในช่วงสุดท้ายจนกว่าประติมากรรมทุกชิ้นจะแล้วเสร็จ

นายพิจิตร นิ่มงาม นายช่างศิลปกรรมอาวุโส สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร กล่าวว่า การจัดสร้างฐานรองพระโกศจันทน์ (พระหีบจันทน์) และพระโกศจันทน์เสร็จสมบูรณ์อย่างวิจิตรงดงาม พร้อมสำหรับการพระราชพิธีครั้งประวัติศาสตร์ การจัดสร้างครั้งนี้ถือเป็นผลงานที่ช่างสิบหมู่และจิตอาสาต่างมุ่งมั่นทุ่มเท นับเป็นชิ้นงานที่มีความสำคัญที่สุดเท่าที่เคยจัดสร้างมา

อีกด้านวันเดียวกัน ที่หอประชุมกองทัพภาคที่ 1 มีการฝึกซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ บนแผนที่จำลอง ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพรัชกาลที่ 9 เป็นครั้งแรก โดยนำเทคโนโลยีจำลองภาพริ้วขบวนในพระราชพิธีขึ้นบนจอโปรเจกเตอร์ก่อนให้ทุกหน่วยแจ้งทบทวนหน้าที่ในขั้นตอนการปฏิบัติ ทั้งนำกำลังพลใส่ชุด เครื่องแต่งกายในริ้วขบวนตามราชประเพณีโบราณ 16 ชุด ตั้งแต่ชุดภูษามาลาประคองพระบรมโกศ ถึงฉุดชักราชรถ มาให้ผู้ร่วมปฏิบัติทุกหน่วยได้เห็นภาพจริงของเครื่องแต่งกายทุกตำแหน่ง

พล.ต.ณัฐวัฒน์ อัคนิบุตร ที่ปรึกษาอนุกรรมการ จัดขบวน กล่าวว่า พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระ บรมศพรัชกาลที่ 9 จะมีส่วนที่แตกต่างจากพระราชพิธีที่ผ่านมาหลายส่วน โดยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จฯร่วมในริ้วขบวน นอกจากนี้ ยังมีธงมหาราช ที่เป็นธงพระอิสริยยศของพระมหากษัตริย์ จะถูกอัญเชิญมานำหน้าพระบรมโกศพระบรมศพและในงานพระบรมศพนี้ เนื่องจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จฯในริ้วขบวนในฐานะพระมหากษัตริย์ จึงจะมีธงชัยราชกระบี่ยุทธ พระครุฑพ่าห์ ที่ใช้ในการเสด็จฯของพระมหากษัตริย์ ในการพยุหยาตราและสวนสนาม มานำหน้าขบวนเสด็จด้วย ทั้งเพิ่มแถวแซงเสด็จทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ถวายความปลอดภัยพระบรมโกศพระบรมศพ และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั้งปีกซ้ายขวา ที่สำคัญคือ มีการเปลี่ยนแปลงคือในริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 3 จากเดิมใช้พระยานมาศสามลำคาน มาเป็นราชรถปืนใหญ่ ที่ต้องมีการฝึกซ้อมโดยเฉพาะขั้นตอนสำคัญ คือการอัญเชิญพระบรมโกศจากพระมหาพิชัยราชรถ ลงยังราชรถปืนใหญ่ เพื่อให้ราบรื่นที่สุด