วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ถ้าพบหลักฐานเท็จ จะยกเลิกการเช่าป่าของรง.กระทิงแดง (คลิป)

รมว.มหาดไทยเผยรองอธิบดีกรมที่ดินและคณะ ลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหาการให้เช่าที่ป่าสาธารณะห้วยเม็กแล้ว ยืนยันไม่เคยเห็นเอกสารคัดค้านของชาวบ้าน หากเอกสารทำประชาคมปลอมหรือเป็นเท็จต้องยกเลิกและดำเนินคดีผู้รับผิดชอบ ประธานสภาองค์กรชุมชน โชว์สำเนาเอกสารชาวบ้านลงชื่อคัดค้านการให้เช่าป่า ระบุส่งให้หน่วยงานในพื้นที่ รวมทั้งคณะทำงานนายกรัฐมนตรี เมื่อครั้งเยือน จ.ขอนแก่น ส่วนชาวบ้านประสานเสียงไม่เคยมีการทำประชาคม เรียกร้องให้ตรวจสอบหาข้อเท็จจริงและเอาผืนป่าคืนมา

ยังเคลียร์ไม่ลงปัญหาการใช้ที่ดินสาธารณะห้วยเม็ก บ้านหนองแต้ หมู่ 6 ต.บ้านแดง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เนื้อที่ 31 ไร่ 2 งาน ที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ลงนามเมื่อวันที่ 1 มิ.ย.59 อนุมัติให้บริษัท เคทีดี พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (กระทิงแดง) ใช้เป็นที่กักเก็บน้ำ ระบุที่ดินมีสภาพแห้งแล้ง ไม่มีแหล่งน้ำธรรมชาติ ราษฎรไม่ได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทำประชาคมรับฟังความคิดเห็นชาวบ้านเสียงส่วนใหญ่เห็นชอบให้เช่าพื้นที่ ขณะที่ชาวบ้านบางส่วนคัดค้านการให้เช่าที่สาธารณะห้วยเม็ก ยืนยันว่าเป็นป่าสมบูรณ์ เป็นแหล่งอาหารของชาวบ้าน และไม่ได้ไปร่วมทำประชาคมกลับมีชื่อในเอกสาร ซึ่ง รมว.มหาดไทยสั่งให้ตรวจสอบทุกขั้นตอนให้ทราบผลใน 15 วัน พร้อมระบุว่าหากโรงงานทำผิดสัญญาเช่า หรือประชาชนที่ใช้ประโยชน์ที่สาธารณะได้รับความเดือดร้อน จะดำเนินการเพิกถอนคำสั่งทันที

ความคืบหน้าการแก้ปัญหาให้เช่าที่สาธารณะห้วยเม็ก เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 13 ก.ย. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการตรวจ สอบกรณีการอนุญาตให้บริษัท เคทีดี พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เข้าประกอบกิจการในที่ดินแปลงสาธารณประโยชน์ห้วยเม็ก ว่า รองอธิบดีกรมที่ดินพร้อมคณะได้ลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหาดังกล่าวแล้ว ตั้งแต่เอกสาร ขั้นตอนการดำเนินการ และการทำประชาคมของประชาชนในพื้นที่ ต้องดูว่ามีประชาชนคัดค้าน หรือยังใช้ประโยชน์จากที่ดินหรือไม่ หากตรวจสอบพบว่ายังมีประชาชนคัดค้านก่อนมีการอนุญาตให้เอกชนใช้ประโยชน์ ต้องมีผู้รับผิดชอบ

รมว.มหาดไทยกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามในฐานะ รมว.มหาดไทย มีหน้าที่เห็นชอบตามที่มีการเสนอตามขั้นตอน ส่วนการอนุญาตหรือไม่อนุญาต เป็นหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งมีลำดับขั้นตอนการพิจารณาตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด กรมที่ดิน จากนั้นเรื่องจึงมาถึงตน ยืนยันว่าไม่เคยเห็นเอกสารการคัดค้านจากประชาชน หากพบว่าเอกสารการทำประชาคมที่ระบุว่าไม่มีประชาชนคัดค้าน มีการปลอมแปลงหรือเป็นเท็จ ต้องดำเนินการยกเลิก และหาคนรับผิดชอบมาดำเนินการลงโทษตามกฎหมายเพราะตนจะไม่ยอมให้มีการทุจริตเกิดขึ้น

ขณะเดียวกัน นายไพบูลย์ บุญลา อายุ 67 ปี ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านดง กล่าวถึงเรื่องเดียวกันว่า การที่ทางจังหวัดบอกว่าไม่เคยเห็นหนังสือคัดค้านเรื่องการให้เช่าป่าของบริษัท เคทีดีฯ เป็นไปไม่ได้ เพราะตนและชาวบ้านร่วมกันล่ารายชื่อจากชาวบ้านที่ไม่เห็นด้วย ส่งไปให้ทางอำเภอและจังหวัดด้วยตนเอง เมื่อวันที่ 8 ก.พ.59 พร้อมโชว์สำเนาหนังสือยืนยัน โดยชี้แจงเพิ่มเติมว่า หนังสือฉบับดังกล่าวได้ลงปี พ.ศ.ผิด เป็นปี 2556 ซึ่งตนแก้ต้นฉบับให้ถูกต้องแล้ว และยื่นหนังสือคัดค้านรอบที่ 2 เมื่อครั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น โดยได้ยื่นกับคณะของท่านนายกรัฐมนตรีโดยตรง ขอยืนยันไม่มีการทำประชาคมรับฟังความเห็นจากชาวบ้านเรื่องการให้เช่าป่าห้วยเม็ก แต่มีการทำประชาคมเรื่องสร้างสถานเด็กเล็ก และการวางท่อชลประทาน

นายมนูญ บุญลา อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 112 หมู่ 6 บ้านหนองแต้ กล่าวว่า ก่อนที่บริษัทลูกกระทิงแดงจะมาตั้งโรงงาน มีการกว้านซื้อป่าโดยรอบบริเวณป่าสาธารณประโยชน์ห้วยเม็กจำนวนกว่า 500 ไร่ เพื่อสร้างโรงงาน เจ้าหน้าที่และทางโรงงานได้มาร่วมประชุมและสอบถามชาวบ้านว่าจะขัดข้องไหมถ้าสร้างโรงงานที่นี่ ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ขัดข้อง การประชุมดังกล่าวไม่เกี่ยวกับการให้เช่าป่าสาธารณะแต่อย่างใด

นายคำ พุทธโคตร อายุ 76 ปี ชาวบ้านหนองแต้ กล่าวว่า พื้นที่ป่าสาธารณะห้วยเม็กมีมาก เมื่อก่อนมีมากกว่า 50 ไร่ แต่ตอนนี้ไม่ทราบว่าทำไมเหลือเพียง 31 ไร่เศษ พื้นที่นี้ตั้งแต่อดีตจนถึงช่วงสิบปีก่อนเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ พืชพันธุ์ ธัญญาหารครบครัน โดยเฉพาะหน้าฝนน้ำในห้วยเม็ก เป็นหนองน้ำธรรมชาติขนาดเล็กไหลลงสู่ห้วยทราย ใช้ดื่มกินได้ หลังจากบริษัทผลิตเครื่องดื่มกว้านซื้อที่ดินสร้างโรงงานล้อมรอบที่ป่าสาธารณะห้วยเม็ก การเข้าออกเพื่อไปหาของป่าลำบากขึ้น เพราะสภาพแวดล้อมไม่เหมือนเดิม ต้นไม้เริ่มเหี่ยวเฉา บางต้นยืนต้นตาย เพราะมีการขังน้ำเอาไว้ น้ำก็เป็นสีขุ่นไม่สามารถใช้อะไรได้อีก เชื่อว่าจะมีปัญหาตามมาอีกมากมาย ทั้งเรื่องการขุดและตัดต้นไม้ออก รวมถึงการปล่อยน้ำเสียลงมาสู่ห้วยเม็ก ส่วนการทำประชาคม ไม่เคยมีใครมาแจ้งให้ทราบ อยากให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและเอาผืนป่าคืนมาด้วย

ต่อมานายสุวพงศ์ กิติภัทย์พิบูลย์ รอง ผวจ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า ในเรื่องขอใช้พื้นที่ของรัฐแปลง “ห้วยเม็กสาธารณประโยชน์” เป็นไปตามขบวนการ และขั้นตอนของผู้ขออนุญาต โดยผู้ประกอบการมายื่นเรื่องขอใช้ ทางที่ดินจังหวัดขอนแก่นก็ได้ชี้แนะข้อกฎหมาย ผู้ประกอบการได้ดำเนินการไปทุกขั้นตอน แล้วเสนอเรื่องไปถึงกระทรวงพิจารณาแล้วก็ได้มีการอนุมัติไปแล้ว กระทั่งมีการร้องคัดค้านการอนุญาตสร้างโรงงานในที่ดังกล่าวผ่านมา 2-3 ปี การร้องคัดค้านแจ้งไปยังส่วนกลางและตามสื่อมวลชน ไม่เป็นตามขั้นตอนของกฎระเบียบราชการ ตอนนี้จังหวัดยังไม่ได้เห็นคำร้องของราษฎรที่ร้องคัดค้านภาครัฐให้ใช้ประโยชน์ที่ดินแปลง “ห้วยเม็ก” อย่างเป็นทางการ เรื่องที่เกิดขึ้นทราบจากสื่อมวลชนเท่านั้น ขอให้ผู้ร้องได้มาร้องเรียนตามขั้นตอนของราชการ มาร้องที่ศูนย์ดำรงธรรม อ.อุบลรัตน์ หรือ จังหวัดขอนแก่นก็ได้ เพื่อให้มีต้นเรื่องที่จะดำเนินการอย่างถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย

“ตอนนี้ทางจังหวัดยังไม่มีต้นเรื่องคัดค้านมหาดไทยอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในที่ดินแปลง “ห้วยเม็กสาธารณประโยชน์” ทางจังหวัดจึงไม่มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนในกรณีดังกล่าว ขอให้ผู้ร้องคัดค้านมายื่นคำร้องที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่นด้วย เพื่อดำเนินการให้ถูกต้องและเกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง” นายสุวพงศ์ รอง ผวจ.ขอนแก่น กล่าว