วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อ.ล้อม อึ้ง บูรณะถ้ำเขาหลวงเมืองเพชร สุดชุ่ย รื้อผิดองค์ ใช้ทองคุณภาพต่ำ

อ.ล้อม เพ็งแก้ว นักประวัติศาสตร์เมืองเพชร ในฐานะกรรมการตรวจสอบการบูรณะโบราณสถานฯยันการบูรณะถ้ำเขาหลวง"ไร้มาตรฐาน" อึ้ง นายช่างคุมงานยอมรับ ผู้รับเหมาหมกเม็ด ใช้รัก-ทองคำเปลวคุณภาพต่ำ ชี้ผิดกฎหมาย โทษถึงคุก...

บ่ายวันที่ 13 ก.ย.60 ศาสตราภิชานล้อม เพ็งแก้ว นักประวัติศาสตร์และโบราณคดีเมืองเพชร เปิดเผยว่า ตนเองในฐานะกรรมการดูแลตรวจสอบการบูรณะโบราณสถานในจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งได้ติดตามการบูรณะโบราณสถานถ้ำเขาหลวง อ.เมือง จ.เพชรบุรี ได้เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการชุดพบว่ามีการทำการบูรณะซ่อมแซมโดยไร้มาตรฐานในการทำงานของทั้งผู้รับเหมาและการควบคุมงานของสำนักศิลปากรที่ 1 จ.ราชบุรี โดยพบว่าทั้งการลงรักและปิดทอง องค์พระพุทธรูปภายในถ้ำ ใช้วัสดุที่ไม่ได้มาตรฐานทั้งสิ้น แต่ทางฝ่ายผู้ควบคุมงานก็ยังปล่อยให้มีการดำเนินการไปจนกระทั่งกลุ่มเราได้ออกมาทักท้วงและเรียกร้องให้ตรวจสอบรวมทั้งให้นำสัญญาจ้างและทีโออาร์ออกมาแสดง ซึ่งก็ถูกปกปิดมาโดยตลอด ไม่ยอมเปิดเผยให้ทราบว่า มีขอบเขตงานอะไรบ้าง ใช้วัสดุและวิธีการทำงานอย่างไร ถูกตามหลักการบูรณะโบราณสถานที่กรมศิลปากรได้กำหนดแนวปฏิบัติไว้ในระเบียบกรมศิลปากรว่าด้วยการอนุรักษ์โบราณสถาน พ.ศ.2528 หรือไม่

อ.ล้อม เผยต่อไปอีกว่าในการประชุมดังกล่าว ตนเองถึงกับอึ้ง เมื่อนายกิตติพงษ์ พึ่งแตง หรือครูเจี๊ยบ หนึ่งในคณะกรรมการฯ ได้ซักถาม นายณัฐพล ระดาฤทธิ์ นายช่างเทคนิคอาวุโส นายช่างผู้ควบคุมงานบูรณะโบราณสถานถ้ำเขาหลวงว่า ได้สั่งงานให้ช่างผู้รับเหมาลอกทององค์พระพุทธรูปภายในถ้ำเขาหลวงเพื่อทำการบูรณะองค์ไหนบ้างตามสัญญาจ้าง นายณัฐพล ได้นำแบบรูปและรายการขึ้นมาชี้แจง ซึ่งไม่ตรงกับที่ผู้รับจ้างงาน โดยพบว่า ผู้รับเหมางานได้ทำการลอกทององค์พระเกินไปจากสัญญาจ้าง 3 องค์ ประกอบไปด้วย พระพุทธรูปฉลองพระองค์ พระเจ้าวรวงษาเธอที่ 1 พระองค์เจ้าดุษดี พระพุทธรูปฉลองพระองค์ พระเจ้าวรวงษาเธอที่ 1 พระองค์เจ้าปุก และพระพุทธรูปฉลองพระองค์ พระเจ้าวรวงษาเธอที่ 1 พระองค์เจ้าดวงจันทร์ ซึ่งเป็นพระบรมวงศานุวงศ์ในรัชการที่ 4 ที่ตั้งอยู่เคียงข้าง พระพุทธรูปฉลองพระองค์รัชกาลที่ 4 พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยผู้ควบคุมงานของสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี บอกแต่เพียงว่า ช่างเข้าใจผิดทำให้รื้อผิดองค์ โดยไม่มีอาการสะทกสะท้านหรือแสดงอาการห่วงใยในการทำงานที่ผิดพลาด และมีการปกปิดไม่แจ้งให้คณะกรรมการชุดดังกล่าวทราบ 

สำหรับการประชุมดังกล่าวผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีขึ้นเมื่อเวลา 13.30 น. ของวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมปฏิบัติการ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี มีนายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ รองผวจ.เพชรบุรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการดูแลตรวจสอบการบูรณะซ่อมแซมโบราณสถานในจังหวัดเพชรบุรี กรณีโครงการบูรณะโบราณสถานถ้ำเขาหลวง ต.ธงชัย อ.เมืองเพชรบุรี ครั้งที่ 3/2560 โดยมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและจากหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องร่วมประชุม อาทิ นายสุวิทย์ ชัยมงคล ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี นางศรีสมร เทพสุวรรณ วัฒนธรรมจังหวัดเพชรบุรี นายจมร ปรปักษ์ประลัย สถาปนิกชำนาญการ ศาสตราภิชานล้อม เพ็งแก้ว นายทองร่วง เอมโอษฐ ศิลปินแห่งชาติ ครูช่างปูนปั้นเมืองเพชร นายแสนประเสริฐ ปานเนียม ผอ.สถาบันวิจัยและส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ในการนี้ทางกรมศิลปากรได้แต่งตั้ง นายผสม นาระต๊ะ นายช่างศิลปกรรมชำนาญงาน กลุ่มอนุรักษ์จิตรกรรมและประติมากรรม กองโบราณคดี กรมศิลปากร ในฐานะที่ปรึกษาและกรรมการตรวจการจ้างงานบูรณะโบราณสถานถ้ำเขาหลวงเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย

สาระสำคัญตอนหนึ่ง นายกิตติพงษ์ พึ่งแตง ผู้สนใจด้านประวัติศาสตร์เมืองเพชรบุรี กล่าวว่า จากการลงไปตรวจสอบการบูรณะพระพุทธรูปภายในถ้ำเขาหลวงพบว่า ผู้รับจ้างได้ทำการลอกทองคำเปลวองค์พระพุทธรูปนอกเหนือรูปแบบรายการที่กำหนดไว้เป็นจำนวน 3 องค์ รวมถึงพบแผ่นกระดาษปิดทองคำเปลวที่ช่างผู้รับเหมาทิ้งไว้บริเวณฐานองค์พระสังกัจจายน์ เป็นแผ่นกระดาษที่ไม่ตรงกับช่างผู้รับเหมากล่าวอ้างว่าใช้แผ่นทองคำเปลวตรา “กิมซัว” จึงทำให้เชื่อว่าน่าจะมีการนำแผ่นทองยี่ห้ออื่นที่มีราคาถูกกว่ามาใช้ปิดทององค์พระในครั้งนี้ด้วย จึงต้องการให้คณะกรรมการตรวจสอบพระพุทธรูปที่ดำเนินการปิดทองไปแล้วนั้นได้ใช้ทองกิมซัวตามที่เสนอขอ และกรมศิลปากรอนุญาตให้ใช้หรือไม่ หากตรวจพบว่าไม่ใช่แผ่นทองชนิดเดียวกัน ขอให้ผู้รับจ้างดำเนินการเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด

ด้านนายณัฐพล นายช่างผู้ควบคุมงานบูรณะโบราณสถานถ้ำเขาหลวง ออกมายอมรับข้อผิดพลาดในการสื่อสารกับช่างผู้รับเหมา ทำให้ลอกทององค์พระพุทธรูปผิดพลาดจำนวน 3 องค์ เบื้องต้นทางผู้รับจ้างแสดงความรับผิดชอบด้วยการบูรณะปิดทององค์พระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ให้ใหม่โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ส่วนเรื่องผู้รับเหมาใช้แผ่นทองคำเปลวไม่ตรงตามที่แจ้งนั้น สุดท้ายช่างผู้รับเหมาออกมายอมรับว่าใช้ทองคำเปลวชนิดอื่นที่ไม่ใช่ทองตรากิมซัวบูรณะองค์พระพุทธรูปด้วย

ขณะที่นายสุรพล นาคนคร นายกสมาคมสื่อมวลชนเพชรบุรี กรรมการฯกล่าวในที่ประชุมว่า การทำงานผิดพลาดในโครงการที่ละเอียดอ่อนเช่นนี้ เป็นไปได้อย่างไร นี่เป็นโบราณสถานที่สำคัญ มีแบบรูปและรายการรวมทั้งสัญญาจ้างที่ชัดเจน เหตุใดจึงทำผิดพลาด องค์พระทั้งหมด ตามประวัติศาสตร์ระบุว่ามีการนำทองจากท้องพระคลังมาปิดทององค์พระนี้ด้วยเป็นความเสียหายอย่างยิ่ง อีกทั้งความผิดพลาดในครั้งนี้ ถือเป็นการกระทำความผิดตาม พระราชบัญญัติ โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 ตามมาตรา 10 มาตรา 15 มาตรา 32 มาตรา 33 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับอีกด้วย จะนิ่งเฉยแบบนี้ไม่ได้ เกรงว่า จะไม่จบเพียงแค่การทำซ่อมแซมชดเชย แต่จะมีผลทางกฎหมายตามมาอีกด้วย

ทั้งนี้ มติที่ประชุมอนุญาตให้ผู้รับจ้างดำเนินงานบูรณะซ่อมแซมองค์พระพุทธรูปเก่าที่ยังไม่แล้วเสร็จ ด้วยวิธีการอนุรักษ์ตามแบบโบราณ เสริมความมั่งคงของชั้นปูนด้วยการอุด ฉาบด้วยปูนตำในส่วนองค์พระที่แตกร้าว และฉาบใหม่ส่วนที่กะเทาะชั้นปูนออกให้ประสานเสมอกับชั้นปูนเดิม ถมรักสมุกรองพื้น ขัดให้เรียบ ลงรักและจึงปิดด้วยทองคำเปลวแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ตรากิมซัวปิดองค์พระพุทธรูปเท่านั้น อีกทั้งนายพงษ์รัตน์ ภิรมรัตน์ รองผวจ.เพชรบุรี ยังได้สั่งการให้ทางผู้ควบคุมงานและสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี ไปทำรายงานมาในเรื่องความผิดพลาดดังกล่าว ทั้งเรื่องการแก้ไขงานในความผิดพลาดตามสัญญาจ้างและความเสียหายทางด้านประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นมาว่าจะดำเนินการอย่างไรให้ชัดเจน.