วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ศาลสั่งจำคุก 4 ปี วัฒนา มือวางระเบิด รพ.พระมงกุฎฯ​ อีก 2 คดีรอสืบพยาน

ศาลสั่งคุก 8 ปี วัฒนา มือบึม รพ.พระมงกุฎฯ ปรับ 1,950 บาท ประกอบบึมแสวงเครื่อง รับสารภาพเหลือจำ 4 ปี ปรับ 975 บ. ส่วนข้อหาพยายามฆ่าฯ ศาลนัดสืบพยานประกอบ 16 ต.ค.หลังอัยการยื่นฟ้อง 2 คดี...

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 13 ก.ย.2560 ที่ห้องเวรชี้ ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดสอบคำให้การจำเลย 2 คดี กรณีเมื่อวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 3 ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายวัฒนา หรือตุ่ม ภุมเรศ อายุ 62 ปี อดีตวิศวกรการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)เป็นจำเลย รวม 2 คดี ในความผิดฐาน พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ทำให้เกิดระเบิด ทำให้เสียทรัพย์ พกพาอาวุธระเบิดไปในที่สาธารณะ และความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน พ.ร.บ.สิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ และข้อหาอื่นๆ

โดยอัยการโจทก์บรรยายฟ้องสรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 21-22 พ.ค.60 จำเลยได้ประกอบระเบิด แสวงเครื่องชนิดจุดปะทุด้วยไฟฟ้า เป็นระเบิดแรงต่ำชนิดดินดำ ประกอบไว้ในท่อพลาสติกพีวีซี สีฟ้า หรือเรียกว่า "ไปป์บอมบ์"โดยมีตะปูเข็มเป็นสะเก็ดระเบิด ใส่ไว้ในแจกันดอกไม้พลาสติก 1 ลูก ซึ่งเมื่อเกิดระเบิด จะทำอันตรายต่อร่างกายบาดเจ็บ เสียชีวิต และทำลายทรัพย์สินได้ในรัศมี 5-10 เมตร จากนั้นจำเลยได้นำแจกันซึ่งใส่ระเบิดแสวงเครื่องดังกล่าวเดินทางโดยรถเมล์จาก ต.บางกรวย อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ไปตาม ถ.จรัญสนิทวงศ์ ไปที่ รพ.พระมงกุฎเกล้า จากนั้นได้นำแจกันดอกไม้ที่ใส่วัตถุระเบิดไปติดไว้ที่บนผนังห้องวงษ์สุวรรณ แล้วเปิดสวิตช์ทำให้วงจรระเบิดทำงาน เป็นผลให้ พ.ท.กฤษฎา อินทรณเดช พ.อ.หญิงพูนศรี บุญปาลิต และผู้เสียหายอื่นทั้งทหารและพลเรือนรวม 21 คน บาดเจ็บ โดยมีเจตนาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน แต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผล เพราะแรงระเบิดและสะเก็ดระเบิดไม่ถูกอวัยวะสำคัญของผู้เสียหายทั้ง 21 คน จึงไม่ถึงแก่ความตายสมดังเจตนาของจำเลย แต่ทำให้ พ.อ.หญิงพูนศรี กับผู้เสียหายอื่นรวม 5 คน ได้รับอันตรายสาหัส และบุคคลอื่นที่เหลือได้รับอันตรายแก่กาย นอกจากนี้ยังทำให้กล้องวงจรปิด อุปกรณ์อื่นของ รพ.พระมงกุฎฯ ได้รับความเสียหายรวม 1,201,000 บาท

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านของจำเลยย่าน จ.นนทบุรี พร้อมยึดอุปกรณ์ประกอบวัตถุระเบิด ประกอบด้วย แบตเตอรี่ ชิ้นส่วนตัวเก็บปะจุไฟฟ้า ชิ้นส่วนท่อพีวีซี สวิตช์ ตะปู ขออะลูมิเนียม ซึ่งเป็นส่วนประกอบของวัตถุระเบิดดำเนิน จึงขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามความผิดด้วย

ส่วนอีกคดีนั้นพนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 3 ได้ยื่นฟ้องนายวัฒนา ในความผิดฐานประกอบ ทำ และมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ไว้ในครอบครองได้ มียุทธภัณฑ์ (วัตถุระเบิดชนิดดินดำ) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

กรณีเมื่อวันที่ 15 มิ.ย.60 จำเลยได้กระทำผิดโดยประกอบวัตถุระเบิดแสวงเครื่องชนิดไปป์บอมบ์ 4 ลูกขึ้นเองซึ่งเป็นระบบไฟฟ้า มีตัวตั้งเวลา และระเบิดดินดำ ในท่อพลาสติกพีวีซีสีฟ้าโดยใส่ไว้ในกระถางสีน้ำตาลเมื่อเกิดระเบิดจะก่อให้เกิดอันตรายรัศมีฉกรรจ์ 5-10 เมตร นอกจากนี้ยังพบดินดำ 3 กระปุก กระสุนลูกกรดขนาด .22 จำนวน 39 นัดภายในบ้านพักจำเลยย่านบางเขน กทม. เจ้าหน้าที่จึงยึดไว้เป็นของกลางดำเนินคดี

เมื่อวันที่ 13 ก.ย.2560 ศาลเบิกตัวนายวัฒนา จำเลยจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มาสอบคำให้การโดยนายวัฒนาไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนถ่ายภาพแต่อย่างใด

ศาลประทับรับฟ้องคดีไว้พิจารณา เป็นคดีหมายเลขดำอ.2868/60 และ คดีหมายเลขดำ อ.2869/60 ตามลำดับ

โดยศาลได้อ่านและอธิบายคำฟ้องให้นายวัฒนาจำเลยฟังทั้ง 2 คดี พร้อมสอบคำให้การปรากฏว่า นายวัฒนา แถลงให้การรับสารภาพโดยตลอดข้อกล่าวหาไม่ต่อสู้คดี

ศาลจึงพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.2869/60 ฐานประกอบ ทำ และมีวัตถุระเบิดฯจำคุก 4 ปี ฐานมีเครื่องยุทธภัณฑ์ (ระเบิดดินดำ)ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกอีก 4 ปี รวม 8 ปี และฐานมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองฯปรับ 1,950 บาท จำเลยรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่งคงจำคุก 4 ปี ปรับ 975 บาท ริบของกลาง

ส่วนคดีหมายเลขดำ อ.2868/60 ฐานพยายามฆ่าผู้อื่นฯนั้น ศาลนัดสืบพยานโจทก์ประกอบคำรับสารภาพจำเลยในวันที่ 16 ต.ค.นี้ เวลา 09.00 น.