วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตร.สอบพยานครบ คดีวางยาฆ่าสุนัข เชื่อ หนุ่ม นศ.จะมารับทราบข้อหา

คืบหน้าคดี นศ.แพทย์ ม.ดัง วางยาฆ่าสุนัข ตำรวจสอบปากคำพยานครบแล้ว รอผลพิสูจน์ยาเม็ดที่พบในกระเพาะสุนัขที่ตาย ก่อนออกหมายเรียกหนุ่มนักศึกษาแพทย์เจ้าของสุนัขมารับทราบข้อกล่าวหาทารุณกรรมสัตว์...

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2560 เมื่อช่วงบ่าย พันตำรวจโทพิชัย เชิดชู รองผู้กำกับการสอบสวน สภ.โพธิ์กลาง จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีหนุ่มนักศึกษาแพทย์วางยาฆ่าสุนัขหวังเงินประกันว่า ขณะนี้คดีมีความคืบหน้าไปมากแล้ว โดยล่าสุด พนง.สอบสวนได้สอบปากคำพยานไปครบแล้วทั้งหมด 3 ปาก ประกอบด้วย สัตวแพทย์รัชภูมิ เขียวสนาม นายสัตวแพทย์หัวหน้ากลุ่มสุขภาพสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมา ผู้แจ้งความร้องทุกข์ สัตวแพทย์หญิงอนงค์นาถ สุตธรรม สัตวแพทย์ผู้ผ่าพิสูจน์สุนัข และนายไพโรจน์ สมศรี พนักงานขับรถขนส่งสุนัข โดยหลังจากนี้ต้องรอศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 9 นครราชสีมา ดำเนินการตรวจชนิดเม็ดยาที่พบในกระเพาะสุนัขมาประกอบสำนวนคดี ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้ระยะเวลาอีกอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์

รอง ผกก.สวบสวน สภ.โพธิ์กลาง กล่าวต่อว่า จากนั้นพนักงานสอบสวนก็จะออกหมายเรียกหนุ่มนักศึกษาแพทย์เจ้าของสุนัข ให้มารับทราบข้อกล่าวหาทารุณกรรมสัตว์ต่อไป 

ทั้งนี้คดีนี้เรียนว่าไม่มีอะไรยุ่งยาก หรือสลับซับซ้อนอะไรเลย ก็เป็นเพียงคดีพื้นๆ ธรรมดา ขั้นตอนขณะนี้ได้รวบรวมพยานหลักฐานส่วนหนึ่งแล้ว ไม่มีอะไรมาก ซึ่งตนก็รอผลการตรวจจากศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์เท่านั้นเอง ก็ไม่เห็นจะมีอะไรสลับซับซ้อนเลยนะ และคดีนี้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาหรืออะไรยุ่งยาก ก็แค่คดีพื้นๆ แค่นั้นเอง เพียงแต่ว่าเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจ โดยเฉพาะสื่อมวลชนให้ความสนใจ เบื้องต้นตอนนี้ต้องตั้งข้อหาทารุณกรรมสัตว์ เนื่องจากทางปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมาได้มาร้องทุกข์กล่าวโทษ 



พ.ต.ท.พิชัย กล่าวถึงอัตราโทษคดีทารุณสัตว์ว่า ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์ มีโทษตามมาตรา 20 จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ คืออัตราโทษตามกฎหมายบัญญัติไว้ ส่วนศาลจะพิจารณาจะลงโทษอะไรต่างๆ ก็เป็นดุลยพินิจของศาล เราไม่อยากจะไปก้าวล่วง ซึ่งอัตราโทษก็ประมาณนี้ โดยตอนนี้ตนรอรวบรวมพยานหลักฐานอยู่ ก็คือรอให้ผลพิสูจน์จากศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 9 นครราชสีมามาเรียบร้อยแล้วว่าเป็นยาชนิดไหน เกินขนาดไปหรือไม่อย่างไร พอได้เรียบร้อยตนคงจะออกหมายเรียกน้องเขาเข้ามารับทราบข้อกล่าวหา เพราะเป็นขั้นตอนตามกฎหมาย

ส่วนหมายเรียกนั้น โดยหลักแล้วท่านผู้พิพากษาศาลแขวงจะให้ 2 ครั้ง เมื่อครั้งแรกไม่มาก็จะส่งไปให้ครั้งที่สองอีก แต่ถ้าน้องเขาเข้ามาก็แจ้งข้อหาไปได้เลย และจากนั้นครั้งที่สามก็จะเป็นขั้นตอนการออกหมายจับตาม ป.วิอาญา คดีนี้ตนคิดว่าไม่น่าจะถึงขั้นตอนอย่างนั้น เพราะโทษก็ไม่ได้สูงมากมาย ตำรวจยังมั่นใจว่าน้องเขาคงมารับทราบข้อกล่าวหา แต่ตอนนี้ต้องขอเวลาตำรวขจทำงานอีกเล็กน้อย คดีนี้ตนยืนยันว่าไม่น่าหนักใจ และตำรวจให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ตำรวจเป็นกลางอยู่แล้ว โดยเฉพาะก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับน้องเขาด้วย.