วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'เอกอ้วน' ปัดค้ายา อ้างเงินธุรกิจร้านอาหาร ผบช.ปส.ยันหลักฐานมัดแน่น

ตำรวจปราบปรามยาเสพติดเร่งขยายจับเครือข่าย "เอกอ้วน" นักค้ายาเสพติดรายใหญ่ ยืนยันมีหลักฐานชัดเจน แม้ผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธ อ้างว่าทรัพย์ต่างๆ ได้มาจากการทำธุรกิจ

วันที่ 13 ก.ย.60 พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับ นายจิรัฏฐ์ เพ็ญโสภณวิชญ์ เดิมชื่อนายจรัล คำสด หรือ “เอกอ้วน” อดีตผู้ต้องขังคดียาเสพติดว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหายังคงให้การปฏิเสธว่า ทรัพย์สินที่ตรวจยึดได้ ส่วนใหญ่เป็นของญาติและครอบครัวที่นำมาฝากไว้ และเป็นรายได้จากการประกอบธุรกิจร้านอาหาร ไม่ได้มาจากการค้ายาเสพติด แต่จากการสอบสวนผู้ที่มีชื่อในการครอบครองทรัพย์สินที่ตรวจพบ ทุกคนรับว่าถือครองทรัพย์สินแทนนายจิรัฏฐ์ ส่วนร้านอาหารเชื่อว่าเป็นการอำพรางธุรกิจค้ายาเสพติดเท่านั้น และเชื่อว่ายังมีทรัพย์สินอีกมากที่ต้องขยายผลอายัดต่อไป ซึ่งต้องรอผลการตรวจสอบจาก ปปง. ส่วนเรื่องขบวนการค้ายาเสพติด ยังมีผู้ต้องหาที่ต้องติดตามจับกุมอีกอย่างน้อย 5 คน เป็นชาย 3 คน หญิง 2 คน สัญชาติเมียนมา ทำหน้าที่ดูแลบัญชีทางการเงินให้กับผู้ว่าจ้างในฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน และเป็นผู้ติดต่อแหล่งผลิตให้นายจิรัฏฐ์ ทั้งนี้ตำรวจยังอยู่ระหว่างการขยายผลเครือข่ายรายย่อยที่เชื่อมโยงกับขบวนการนี้ที่เชื่อว่าอาจมีมากกว่า 10 เครือข่าย

สำหรับภาพรวมสถานการณ์ยาเสพติดตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2559 - 31 สิงหาคมที่ผ่านมา มีการจับกุมคดียาเสพติดแล้ว 238,000 กว่าคดี จับกุมผู้ต้องหาได้มากกว่า 2 แสนคน จับกุมยาเสพติดยาบ้าไปแล้ว 196 ล้านเม็ด ไอซ์ 4,700 กิโลกรัม โคเคน 52 กิโลกรัม กัญชาแห้ง 16,000 กิโลกรัม ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมาพบมีการจับกุมยาเสพติดสูงขึ้นกว่า 200%

ด้าน พล.ต.ต.ทีฆโชติ สุวรรณาคม ผู้บังคับการปราบปรามยาเสพติด 2 กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) กล่าวว่า จากการสอบปากคำนายเอกอ้วน ยังคงให้การปฏิเสธ โดยระบุว่า เงินสดและทรัพย์สินที่ตำรวจอายัดไว้นั้นได้มาจากการทำธุรกิจร้านอาหารย่านซอยอุดมสุข และทำบริษัทเกี่ยวกับรถบรรทุกหัวลาก แต่จากการสอบปากคำผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้เมื่อวานนี้และเป็นเครือข่ายของนายเอกอ้วน ให้การซัดทอดว่า นายเอกอ้วนมีความเชื่อมโยงกับการค้ายาเสพติด โดยเฉพาะ นายสุรเชษฐ์ โฮเต็น วินรถจักรยานยนต์รับจ้าง ที่พบเงินในบัญชีกว่า 75 ล้านบาท ให้การยอมรับว่าตนเองเป็นเพื่อนกับนายเอกอ้วนตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็ก และรับจ้างเปิดบัญชี มีหน้าที่โอนเงินให้กับนายเอกอ้วน ซึ่งล่าสุดได้ค่าจ้างเป็นรถ honda civic ทราบว่าเป็นเงินที่นายเอกอ้วนได้มาจากการค้ายาเสพติด แต่นายเอกอ้วนบอกเพียงว่า ที่ซื้อรถยนต์ให้ในฐานะที่เป็นเพื่อนกัน

ขณะที่พยานบุคคลบางส่วนยืนยันว่าธุรกิจรถบรรทุกหัวลากของนายเอกอ้วนนั้นได้เงินเพียงเดือนละหลักหมื่นบาท เป็นไปไม่ได้ที่จะมีเงินสดและทรัพย์สินจำนวนมากตามที่ถูกเจ้าหน้าที่อายัดไว้เมื่อวานนี้ แต่ทั้งนี้แม้นายเอกอ้วนจะให้การปฏิเสธ แต่เจ้าหน้าที่มีหลักฐานทั้งเส้นทางการเงิน การเดินทาง การติดต่อสื่อสารของกลุ่มผู้ต้องหา รวมถึงพยานบุคคลที่จะสามารถเอาผิดนายเอกอ้วนได้อย่างแน่นอน

ส่วนการขยายผลของเครือข่ายนายเอกอ้วนยังพบว่า มีผู้ร่วมขบวนการอีกหลายคน โดยเฉพาะกลุ่มที่ทำธุรกรรมทางด้านการเงิน ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดี ส่วนการจับกุมเมื่อวานที่ผ่านมา มีผู้ต้องหาตามหมายจับ 11 คน แต่เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมได้ 9 คน อีก 2 คนเป็นชาวเมียนมา คาดว่าจะหลบหนีกลับประเทศไปแล้ว.