วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อธิบดีอัยการต่างประเทศ แจงยิบ ขั้นตอนส่งผู้ร้ายข้ามแดน ทายาทกระทิงแดง

อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ แจงยิบ ขั้นตอนส่งผู้ร้ายข้ามแดน "บอส อยู่วิทยา" ทายาทเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อดัง หลังอินเตอร์โพล เผยแพร่หมายจับ ย้ำเหลือเพียงข้อหาเดียว ที่ยังไม่หมดอายุความ

เมื่อวันที่ 13 ก.ย.60 เวลา 11.00 น. นายอำนาจ โชติชัย อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ เปิดเผยถึงขั้นตอนปฏิบัติหากพบตัว นายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา อายุ 31 ปี ทายาทเครื่องดื่มชูกำลัง ผู้ต้องหาขับรถประมาทชนดาบตำรวจ สน.ทองหล่อ เสียชีวิต ปี 2555 ว่า เมื่อตำรวจสากล ได้ออกหมายจับส่งเผยแพร่ไปยังประเทศสมาชิกกว่า 100 ประเทศแล้ว หากพบเห็นผู้ต้องหาในประเทศใดตำรวจสากลก็สามารถเข้าจับกุมตัวตามหมายจับได้ แล้วควบคุมตัวไว้ชั่วคราวก่อนตามระยะเวลาที่กฎหมายของประเทศนั้นๆ ที่จับได้นั้นกำหนดไว้ เช่น อาจจะ 30 วัน

จากนั้นตำรวจสากลก็จะแจ้งข้อมูลการจับกุม พิกัดที่อยู่นั้น ให้ตำรวจไทยทราบเพื่อให้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ขอส่งผู้ร้ายข้ามแดน และเมื่อตำรวจของเราได้รับทราบข้อมูลกับที่อยู่แล้วก็จะแจ้งให้สำนักงานอัยการสูงสุด ดำเนินตามขั้นตอน พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ.2551 โดยตนในฐานะอธิบดีอัยการสำนักต่างประเทศ จะเขียนรายละเอียดที่อยู่ที่ผู้ต้องหาถูกจับกุมตัวได้ระบุในคำร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดน ที่จะมีเอกสารทางคดีและหมายจับของไทยประกอบอยู่ด้วย ซึ่งมีการแปลเป็นภาษาอังกฤษ ภาษากลางราชการไว้แล้ว เพื่อให้อัยการสูงสุดลงนามในคำร้อง แล้วในฐานะผู้ประสานงานตามกฎหมายขอส่งผู้ร้ายข้ามแดน แล้วยื่นคำร้องพร้อมเอกสารทางคดีไปยังประเทศนั้น ที่มีการจับกุมตัวผู้ต้องหาไว้ได้ จากนั้นจึงจะเริ่มกระบวนการทางกฎหมายของประเทศในการพิจารณาส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งเบื้องต้นจะดูคำร้องของไทยเป็นอย่างไร เข้าเงื่อนไขหรือไม่ เช่น เป็นความผิด 2 ประเทศหรือไม่ มีสนธิสัญญาต่อกันหรือไม่ หรือเป็นกรณีหลักต่างตอบแทน โดยเมื่อกระบวนการพิจารณาเข้าสู่ระบบศาลในประเทศที่จับตัวได้แล้ว ผู้ต้องหาเองก็มีสิทธิต่อสู้โต้แย้งตามกฎหมาย แต่ระหว่างนี้ คงต้องถูกคุมขังหรือบล็อกตัวไว้ก่อนเพื่อไม่ให้หนี

เมื่อถามถึงความพร้อมหากต้องดำเนินยื่นคำร้องภายในเวลาอันสั้น นายอำนาจ อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ กล่าวยืนยันว่า ที่ผ่านมาอัยการ ทำงานประสานร่วมตำรวจ และกระทรวงต่างประเทศ และขณะนี้ก็ร่างคำร้องและจัดเตรียมที่ต้องยื่นโดยแปลภาษาอังกฤษไว้แล้ว คงรอเพียงข้อมูลที่อยู่เท่านั้น ดังนั้น ถ้ามีการจับกุมตัวผู้ต้องหาและทราบข้อมูลที่อยู่ อัยการสามารถจัดเตรียมเอกสารให้เสร็จเรียบร้อยทั้งหมดได้ภายใน 5 วันทำการ และพร้อมยื่นต่อประเทศนั้นๆ โดยคำร้องอัยการได้จัดทำไว้ 2 แนวทาง คือ 1. แบบฟอร์มที่ประเทศนั้นมีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับไทย ซึ่งการมีสนธิสัญญาข้อยุ่งยากการพิจารณาจะมีไม่มาก และ 2. แบบฟอร์มที่ประเทศนั้นไม่มีสนธิสัญญาฯ ก็ต้องปฏิบัติผ่านวิถีทางการทูตตามขั้นตอน พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ.2551 บัญญัติไว้ ซึ่งอาศัยหลักต่างตอบแทนโดยกระทรวงการต่างประเทศ จะมีส่วนในการพิจารณามิติความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้วย ซึ่งทั้งสองรูปแบบคำร้องอัยการสูงสุดต้องดำเนินการลงนามในฐานะผู้ประสานงานกลาง ส่วนระยะเวลาพิจารณาของประเทศนั้นจะรวดเร็วเพียงใด ขึ้นกับกฎหมายเขา แต่คงไม่กระทบต่อระยะเวลาการควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ก่อน

"ขณะนี้เราทำทุกอย่างตามขั้นตอนกฎหมาย และพร้อมดำเนินการโดยรวดเร็วเพื่อให้ได้ตัวผู้ต้องหากลับมาก่อนขาดอายุความ ต้องไม่ให้เห็นว่าคนรวยทำไมไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งกระทบต่อภาพรวมกระบวนการยุติธรรม และมิติอื่นเช่น การค้าการลงทุนก็กระทบไปหมด ซึ่งผู้ต้องหาเป็นที่รู้จักทั้งสังคมไทยและต่างประเทศ โดยต่างประเทศก็ติดตามเรื่องนี้เช่นกัน หากไม่ดำเนินการให้เต็มที่ก็ย่อมกระทบต่อความเชื่อมั่น" นายอำนาจ ระบุ

ทั้งนี้ นายอำนาจ อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ กล่าวด้วยว่า ช่วงบ่ายวันนี้ ตนในฐานะประธานคณะทำงาน จะประชุมภายในคณะทำงานอัยการเพื่อเตรียมความพร้อมทุกอย่างไว้อีกทางด้วย ซึ่งหากมีการจับกุมตัวผู้ต้องหาแล้วเริ่มกระบวนการขอส่งผู้ร้ายข้ามแดน ก็พร้อมจัดอัยการเดินทางไปติดตามผลคดีด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับข้อหา ที่นายวิทยา ถูกสั่งฟ้องนั้นปัจจุบันคงเหลืออยู่ ข้อหาหนักข้อหาเดียว คือ กระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 นั้นระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 20,000 บาท อายุความ 15 ปี นับจากวันเกิดเหตุ

ส่วนข้อหาไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือผู้ถูกชนตามสมควรและไม่แจ้งต่อเจ้าพนักงานในทันทีที่ชน ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ ม.78 อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับ 5,000-20,000 บาท อายุความ 5 ปี เพิ่งจะสิ้นสุดอายุความไปเมื่อวันที่ 3 ก.ย.60

ขณะที่การติดตามตัว "นายวรยุทธ หรือบอส" นั้นเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 เม.ย.60 ที่ผ่านมาที่อัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ ประสานพนักงานสอบสวนทองหล่อให้ขอศาลอาญากรุงเทพใต้ ออกหมายจับเพื่อติดตามตัวมาส่งอัยการยื่นฟ้องคดี