วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รู้จักธนาคารที่ดิน เดินหน้าลดเหลื่อมล้ำ

“ความเหลื่อมล้ำ”...ในการถือครองที่ดินเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมไทย เพราะในขณะที่คนมีเงินสามารถกว้านซื้อที่ดินเข้าไปเก็บในคลังได้อย่างไม่มีขีดจำกัด แต่...อัตราการสูญเสียที่ดินของเกษตรกรและคนยากจนกลับมีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

ข้อมูลในปี 2544 พบว่า ประเทศไทยมีที่ดินรกร้างว่างเปล่ากว่า 48 ล้านไร่ และที่ดินร้อยละ 70 ของประเทศไม่ได้ถูกนำมาใช้ หรือใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า แต่ในขณะเดียวกัน เรามีเกษตรกรและคนยากจนผู้ไร้ที่ดินทำกินที่ขึ้นทะเบียนอยู่กว่า 1 ล้านราย

จากสภาพปัญหาข้างต้น ราวปี พ.ศ. 2545 เกษตรกร...คนยากจนที่ไร้ที่ดินทำกินในจังหวัดลำพูน 4 ชุมชน จึงได้รวมตัวกันเพื่อเข้าใช้ประโยชน์ในที่ดินที่ทิ้งร้างมาเป็นเวลานาน และเรียกร้องขอสิทธิในที่ดินทำกิน

แต่กว่า...ข้อเรียกร้องนั้นจะบรรลุผลก็ต้องใช้เวลานานถึง 15 ปี

ในช่วง 15 ปีของการเรียกร้อง...ได้เกิดการเรียนรู้และตกผลึกทางความคิด ที่พัฒนาไปสู่แนวคิดในการแก้ปัญหาในระยะต่อมา คือ การก่อตั้ง “ธนาคารที่ดิน” ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยส่งเสริมให้เกษตรกรได้มีที่ดินทำกินเป็นของตัวเอง ให้คนยากจนมีที่อยู่อาศัย....

ลดปัญหาความยากจน และทำให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน

“ธนาคารที่ดิน”... จึงเปรียบเสมือนเครื่องมือในการลดความเหลื่อมล้ำในการถือครองที่ดิน และทำให้เกษตรกร ผู้ยากจนที่ไร้ที่ดินทำกินจำนวนมาก สามารถเข้าถึงสิทธิในที่ดินได้

“ธนาคารที่ดิน” จึงนับว่าเป็นทางออกหนึ่งที่สำคัญของ “เกษตรกร”... “ผู้ไร้ที่ดินทำกิน”

ย้อนไปในปี 2554 มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์กรมหาชน) หรือ บจธ. พร้อมกับข้อเสนอในการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินให้กับเกษตรกร โดยการจัดซื้อที่ดินเพื่อดำเนินการเป็นพื้นที่นำร่องในรูปแบบของธนาคารที่ดิน

โดยได้รับงบประมาณในการจัดซื้อที่ดินทั้งสิ้น 167 ล้านบาท

ยุคสมัยนั้นเนื่องจากยังไม่ได้มีการแต่งตั้งกรรมการบริหารสถาบัน ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ ผ่านมาจนถึงรัฐบาลปัจจุบัน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เห็นความสำคัญของการจัดตั้งธนาคารที่ดิน จึงได้ผลักดันให้ บจธ.เข้ามาดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง

กระทั่งเกิดเป็น “โครงการนำร่องธนาคารที่ดิน ในพื้นที่นำร่อง 5 ชุมชน” ประกอบด้วย

1) บ้านไร่ดง หมู่ที่ 3 ตำบลน้ำดิบ อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน

2) บ้านแม่อาว หมู่ที่ 3 ตำบลนครเจดีย์ อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน

3) บ้านแพะใต้ หมู่ที่ 7 ตำบลหนองล่อง อำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน

4) บ้านท่ากอม่วง ตำบลหนองปลาสะวาย อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน

5) บ้านโป่ง หมู่ที่ 2 ตำบลแม่แฝก อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ...เป็นชุมชนที่ประสบปัญหาลักษณะเดียวกับลำพูน มีเกษตรกรที่เกี่ยวข้อง 497 ครัวเรือน 1,700 ราย

แนวทางดำเนินการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดินฯ (บจธ.) จะเข้ามาเจรจาจัดซื้อที่ดินจากผู้ถือกรรมสิทธิ์ เพื่อนำมาให้เกษตรกรเช่าซื้อในระยะยาว โดยแต่ละชุมชนจะตั้ง “สหกรณ์” ขึ้นมา...เกษตรกรทุกคนจึงมีสิทธิร่วมในการดูแลชุมชน

บจธ.จะปล่อยสินเชื่อให้สหกรณ์เพื่อเช่าซื้อที่ดินจาก บจธ. ในเบื้องต้น บจธ.กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้ไม่เกินร้อยละ 3 ต่อปี... ระยะเวลาการผ่อนชำระไม่เกิน 30 ปี

สำหรับในส่วนของสหกรณ์จะนำที่ดินดังกล่าวไปให้สมาชิกเช่าทำกิน โดยสิทธิทำกินสามารถตกทอดไปสู่ลูกหลานได้ แต่กรรมสิทธิ์ที่ดินยังคงเป็นของสหกรณ์ ดังนั้น... “ที่ดิน” จะไม่มีการซื้อขายเปลี่ยนมือ ซึ่งจะช่วยป้องกันปัญหาที่ดินหลุดมือ เกษตรกรจะได้มีที่ดินทำกินอย่างยั่งยืน

ความคืบหน้าล่าสุดที่เกิดขึ้นในการจัดซื้อที่ดินของทั้ง 4 ชุมชน ที่ บจธ.จะต้องจัดซื้อ เป็นที่ดินที่มีเอกสารสิทธิทั้งหมด (โฉนด น.ส. 3 และ น.ส. 3 ก.) เนื้อที่ประมาณ 809 ไร่ 166 แปลง ทำสัญญาจะซื้อจะขายแล้ว 638 ไร่...ในจำนวนนี้จัดซื้อและโอนกรรมสิทธิ์มาเป็นของ บจธ. แล้ว 562 ไร่ 141 แปลง

...ใช้งบประมาณในการจัดซื้อเกือบ 109 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 76 ไร่ อยู่ระหว่างการดำเนินการ สำหรับพื้นที่อีก 171 ไร่ เจ้าของที่ดินยังไม่ได้เสนอราคาขายเข้ามา

ส่วนพื้นที่ในชุมชนบ้านไร่ดงและชุมชนบ้านแม่อาวอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ได้ดำเนินการจัดซื้อที่ดินเรียบร้อยแล้ว

ให้เห็นภาพกันอย่างลึกซึ้ง...เพื่อให้ชุมชนสามารถใช้ประโยชน์ที่ดินในการประกอบอาชีพ และอยู่ได้อย่างมั่นคง...ยั่งยืน การบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงเป็นเรื่องสำคัญ

ในระดับปฏิบัติ บจธ. จะเป็นหน่วยงานกลางในการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อมาดำเนินการให้ความช่วยเหลือด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆให้เหมาะสมกับการประกอบอาชีพของชุมชน เพื่อให้ชุมชนสามารถใช้ประโยชน์ในที่ดินได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

หรือ...ในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน บจธ.อาจสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินการตามความเหมาะสม...จะจัดทำแผนหรือแนวทางในการส่งเสริม...พัฒนาชุมชน การผลิต การตลาด รวมไปถึงการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ของชุมชน

จะผ่านกี่ร้อนกี่หนาวกี่ฝน...“ความเหลื่อมล้ำ” ในการเข้าถึงทรัพยากรที่ดิน...ยังเป็นปัญหาใหญ่สำหรับสังคมไทย แม้เราจะมีหน่วยงาน สถาบันต่างๆหลายแห่งที่คอยให้ความช่วยเหลือดูแลคนเหล่านี้ แต่เกษตรกร...คนยากจนผู้ไร้ที่ดินทำกินซึ่งไม่มีหลักประกันเป็นสินทรัพย์ใดๆและมีอยู่เป็นจำนวนมาก ก็ยากที่จะเข้าถึงสิทธิที่ว่านี้

“ธนาคารที่ดิน” จึงน่าจะเป็นคำตอบหนึ่งในการส่งเสริมให้ผู้ด้อยโอกาสในสังคมเหล่านี้ ได้มีที่ดินทำกิน และดำรงชีพได้อย่างยั่งยืน

ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส เคยกล่าวไว้ว่า ปัญหาความยากจนของเกษตรกรนั้นซับซ้อนและสาหัส แก้ไม่ได้ด้วยการทำโน่นนิดนี่หน่อย...กุญแจคือการจัดการใช้ทรัพยากรอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน

สิทธิขั้นพื้นฐานที่สุดของ “มนุษย์” คือ...สิทธิที่จะมีชีวิต

การ “มีชีวิต”...ต้องอาศัย...“ปัจจัยดำรงชีวิต” ในครั้งโบราณทุกคนมีสิทธิโดยธรรมชาติที่จะใช้ที่ดิน ป่าไม้ แหล่งน้ำในการดำรงชีวิต ต่อมา...เมื่อมีรัฐและรัฐใช้อำนาจ ก็ถือว่าทรัพยากรธรรมชาติเหล่านั้น เป็นของรัฐไม่ใช่ของประชาชน สุดแต่รัฐจะให้ใครใช้หรือไม่ให้ใช้

ปรากฏว่า...รัฐไม่สามารถจัดการการใช้ทรัพยากรอย่างเป็นธรรม... ยั่งยืน ดังที่เกิดปรากฏการณ์เกษตรกรไม่มีที่ทำกิน ยากจนถ้วนหน้า และสูญเสียความเป็นป่าจนเกิดหายนะภัยทั้งน้ำท่วมและฝนแล้ง

คงต้องย้ำหนักแน่นว่า...การจัดสรรที่ดินทำกินให้ราษฎรอย่างทั่วถึง เพื่อทำ “เกษตรยั่งยืน” หรือ “เศรษฐกิจพอเพียง” คือ... “กุญแจแก้วิกฤติประเทศ” ที่ทุกภาคส่วนช่วยกันผลักดันให้เป็นจริง.