วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สู่ “สังคมไร้เงินสด” คนไทยพร้อมแค่ไหน?

โดย ซูม

ท่านผู้อ่านคงจะพอจำข่าวนี้ได้ เมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานี้เองมีการแถลงข่าวใหญ่เปิดตัว “คิวอาร์โค้ด” ระบบชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่กำลังได้รับความนิยมทั่วโลกในปัจจุบันนี้

ในภาพประกอบข่าวจะเห็นท่านผู้ว่าแบงก์ชาติ ดร.วิรไท สันติประภพ ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ท่ามกลางผู้บริหารบริษัทเครดิตการ์ดชื่อดังหลายบริษัท พร้อมกับพาดหัวไว้ว่า “ธปท.เปิดตัวคิวอาร์โค้ดระบบการชำระเงินมาตรฐานกลาง ดีเดย์ไตรมาส 4 ปี 2560”

โดยมีรายละเอียดข่าวที่ทำให้อ่านแล้วมั่นใจว่าการชำระเงินด้วยระบบนี้บวกกับระบบการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์หรือ e Payment ที่มีการริเริ่มไปแล้วจะทำให้การใช้เงินสดในบ้านเราลดน้อยลง

ผมอ่านข่าวทั้งหมดแล้วก็เกิดความรู้สึก 2 อย่างขึ้นมาพร้อมๆกัน คือ ทั้งดีใจเหมือนเด็กจะได้ของเล่นใหม่ แต่ก็รู้สึกใจหายเหมือนกันว่า เรากำลังจะสูญเสียของรักอย่างใดอย่างหนึ่งไป

มาพูดในประเด็นที่ดีใจหรือน่ายินดีกันก่อนนั่นก็คือการแถลงข่าวใหญ่ของท่านผู้ว่าการ ธปท. ครั้งนี้ นับเป็นการยืนยันอย่างชัดเจนอีกครั้งในนโยบายการเดินหน้าเข้าสู่สังคมไร้เงินสดของประเทศไทย หลังจากที่มีการดำเนินงานเรื่อง “พร้อมเพย์” มาแล้วเมื่อหลายเดือนก่อน

ข้อมูลจาก วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี ซึ่งเพื่อนผมหลายๆคนเตือนว่าอย่าไปเชื่อมากนัก เพราะเหตุที่สารานุกรมนี้เป็นเสรีใครจะโพสต์อะไรลงไปก็ได้ จึงอาจจะเกิดความผิดพลาด ไม่สมควรจะอ้างอิง

แต่ผมก็ไม่มีทางเลือกอื่น เพราะเป็นสารานุกรมเดียวที่รวบรวมอะไรต่ออะไรไว้มากที่สุด และเข้าถึงได้ง่ายมาก ผมจึงขออนุญาตหยิบมาเป็นแหล่งอ้างอิง เพื่อให้มองเห็นภาพกว้างๆของประเทศไร้เงินสดในโลกนี้ ว่ามีประเทศไหนบ้าง? และมีการไม่ใช้มากน้อยเพียงใด?

วิกิพีเดีย บอกว่าประเทศที่ไม่ใช้เงินสูงสุดของโลกคือไม่ใช้ถึง 61 เปอร์เซ็นต์ ได้แก่ ประเทศ สิงคโปร์ เพื่อนร่วมอาเซียนของเรานี่เอง

อันดับ 2 ได้แก่ เนเธอร์แลนด์ แดนกังหันลม ไม่ใช้ 60 เปอร์เซ็นต์, อันดับ 3 ฝรั่งเศส 59 เปอร์เซ็นต์, อันดับ 4 สวีเดน 59 เปอร์เซ็นต์, อันดับ 5 แคนาดา 57 เปอร์เซ็นต์

สหราชอาณาจักร อยู่ที่อันดับ 7 ไม่ใช้ 52 เปอร์เซ็นต์, ลุงแซมหรือ สหรัฐอเมริกา ไม่ใช้ 45 เปอร์เซ็นต์ เป็นอันดับที่ 8

ใกล้ๆ เราในเอเชียด้วยกัน เกาหลีใต้ ไม่ใช้เงินสด 29 เปอร์เซ็นต์ เป็นอันดับ 11 ของโลก, ญี่ปุ่น ไม่ใช้ 14 เปอร์เซ็นต์ เป็นอันดับ 14 และจีนไม่ใช้ 10% เป็นอันดับ 15

ประเทศไทย เราไม่ใช้เงินสดเพียง 2 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น อยู่ในอันดับไปทางท้ายๆที่เขาไม่บอกไว้ว่า เป็นอันดับเท่าไร เท่ากับ อินเดีย ที่ไม่ใช้เงินสด เพียง 2 เปอร์เซ็นต์ เช่นกัน

แต่ก็ยังมีประเทศที่ไม่ใช้เงินสดน้อยกว่าเราอีกนะครับ เช่น ซาอุดีอาระเบีย อยู่ที่ 1 เปอร์เซ็นต์, เปรู 1 เปอร์เซ็นต์ ฯลฯ

ดูจากข้อมูลนี้ประเทศไทยเราไม่ใช้เงินสดแค่ 2 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แสดงว่ายังใช้เงินสดถึง 98 เปอร์เซ็นต์ และคงต้องใช้เวลาอีกพอสมควรกว่าจะได้เปอร์เซ็นต์เพิ่มขึ้นไปเป็น 10 เปอร์เซ็นต์ 20 เปอร์เซ็นต์ ติดทำเนียบ 1 ใน 10 หรือ 1 ใน 20 ของโลกกับเขาบ้าง

แต่ก็ไม่แน่...ได้แบงก์ชาติเอาจริงอย่างนี้เราอาจจะไปได้เร็วแบบโตแล้วเรียนลัดก็ได้นะครับ เพราะบ้านเราเก่งอยู่แล้วเรื่องเรียนลัดทั้งหลาย

ส่วนดีของการเป็นสังคมไร้เงินสดก็คือแบงก์ชาติ หรือกรมธนารักษ์จะลดค่าใช้จ่ายในการพิมพ์ธนบัตรหรือปั๊มเหรียญออกมาใช้ลงกว่าเดิม รวมทั้งธนาคารต่างๆ ก็จะลดค่าใช้จ่ายในการขนแบงก์ไปใส่ตู้ ATM หรือเอาไปตามธนาคารสาขาต่างๆ หรือขนจากธนาคารสาขาต่างๆ ลงได้มาก

ประชาชนจะสบายตัวไปไหนไม่ต้องพกเงินสดมาก ไม่ต้องกลัวโดนจี้โดนปล้นหรือโดนล้วงกระเป๋ากลางทาง เพราะเจ้าโจรล้วงไปก็ได้แค่บัตรที่ถ้าไม่รู้โค้ดก็เอาไปใช้อะไรไม่ได้

อีกหน่อยพอระบบนี้เข้ามามากๆก็จะสแกนกันได้อย่างสะดวก แม้แต่ขอทานก็ยังสามารถมีคิวอาร์โค้ดในกระป๋องให้เราจ่ายเงินทำทานได้เลย

ผมก็ขอให้กำลังใจท่านผู้ว่าการ ธปท. ขอให้การผลักดันของท่านประสบความสำเร็จทำให้ตัวเลขการไม่ใช้เงินสดของเราสูงขึ้นนะครับ

เอาละพูดถึงเรื่องที่ควรแก่การยินดีหรือน่าดีใจไปแล้ว พรุ่งนี้ขอพูดถึงเรื่องที่น่าใจหายกันบ้าง...บอกแล้วว่ามองในแง่หลังนี่มันเหมือนกับเราเสียของรักที่สุดในดวงใจไปอย่างหนึ่งเลยเชียวล่ะ สำหรับคนที่คุ้นเคยกับธนบัตรและเหรียญมากว่า 70 ปี.


“ซูม”