วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เฝ้าระวัง...ดาวเรือง

โดย สะ-เล-เต

ดาวเรืองที่คนไทยร่วมใจปลูกน้อมถวายฯ หลายพื้นที่เริ่มมีดอกให้เห็นบ้างแล้ว

แต่ด้วยสภาพอากาศระยะนี้เอื้อให้เกิดการระบาดของโรคแมลงศัตรูพืช กรมวิชาการเกษตร มีเกร็ดความรู้มาฝากให้พี่น้องเฝ้าระวังต้นดาวเรือง

ระวัง หนอนกระทู้ผัก เกิดจากผีเสื้อกลางคืนมาวางไข่เป็นกลุ่มๆบนใบ เมื่อหนอนฟักตัวออกจากไข่จะแทะกัดกินใบ หนอนยิ่งโตจะกัดกินเร็วมาก จนทำให้ดาวเรืองไม่ให้ดอก เพราะมีใบสังเคราะห์แสงได้น้อย

วิธีแก้ปัญหาในแปลงขนาดเล็ก พบไข่เป็นกลุ่ม หรือหนอนตรงไหน ให้เก็บไปทำลายนอกแปลง...แต่ถ้าปลูกมากใช้แรงงานคนไม่ไหว ให้ฉีดพ่นด้วยเชื้อจุลินทรีย์ Bacillus thuringinesis อัตรา 60 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร และถ้าระบาดรุนแรง ให้ใช้ คลอฟูร์อาซูรอน 5% เอสซี อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ เมททอกซีฟีโนไซด์ 24% เอสซี อัตรา 8 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ แลมบ์ดา–ไซฮา-โลทริน 2.5% อีซี อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร

หนอนชอนใบ สังเกตได้ที่ใบจะมีรอยทางคดเคี้ยวไปมา เมื่อนำใบมาส่องดูจะพบเห็นหนอนตัวเล็กอยู่ภายใน หากระบาดรุนแรงจะทำให้ใบร่วงหล่น ไม่ให้ดอกและตายไปในที่สุด...พื้นที่ปลูกไม่มาก ให้เก็บใบมีรอยคดเคี้ยว ใบตามพื้นดิน และรังดักแด้ไปทำลายนอกแปลง

ถ้าปลูกมาก ให้ฉีดพ่นด้วย ฟิโพรนิล 5% เอสซี อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ อิมิดาโคลพริด 10% เอสแอล อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ อีมาเมกตินเบนโซเอต 1.92% อีซี อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร

โรคดอกเน่า มักจะระบาดในระยะที่มีฝนตกและดอกกำลังตูม อาการเริ่มแรกกลีบดอกจะฉ่ำน้ำ แล้วเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลจากปลายกลีบดอกไปหาโคนดอก ก่อนจะลุกลามเน่าทั้งดอก ทำให้ดอกไม่บานได้ ต้นเน่าตายในที่สุด...ระยะนี้ให้หมั่นสำรวจตรวจดูสม่ำเสมอ หากพบอาการของโรคให้ตัดดอกที่เป็นโรคไปทำลายแปลงปลูกกำจัดวัชพืชในแปลงปลูก และตัดแต่งใบแก่ออก เพื่อให้ต้นโปร่งอากาศถ่ายเทสะดวก

ถ้าเป็นแปลงใหญ่ หลังตัดทำลายดอกเป็นโรค ให้พ่นด้วย ไดฟีโนโคนาโซล 25% อีซี อัตรา 15 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ แมนโคเซบ 80% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ คลอโรทาโลนิล 50% เอสซี อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร ทุก 5-7 วัน.

สะ–เล–เต