วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปิดฟ้าอูเครน (4)

ภาพจาก Line Id : @ntp5

การเมืองในสหรัฐฯ และยุโรปมีผลสืบเนื่องมาจากวิกฤติการเมือง ระหว่างอูเครนและรัสเซียเยอะครับ ประเทศที่มีการวิเคราะห์เจาะลึกถึงปัญหาและศึกษาเรื่องนี้อย่างดี ก็สามารถนำไปต่อยอดสร้างความสัมพันธ์ใหม่กับอูเครน รัสเซีย และสหภาพยุโรปได้

หลายประเทศจึงตั้งทีมศึกษาโครงการ Eastern Partnership ที่สหภาพยุโรป 28 ประเทศเสนอให้ความช่วยเหลือกับประเทศยุโรปตะวันออกที่เคยเป็นสาธารณรัฐของสหภาพโซเวียต อียูต้องการใช้โครงการ Eastern Partnership เป็นเครื่องมือสร้างความสัมพันธ์และช่วยเหลือเกื้อกูลอูเครน อาร์เมเนีย อาเซอร์ไบจาน จอร์เจีย มอลโดวา และเบลารุส

ในโครงการ Eastern Partnership มีข้อตกลง Association Agreement ที่อูเครนจะต้องลงนาม ตอนแรกทุกอย่างก็เป็นไปด้วยดี กระทั่ง 21 พฤศจิกายน 2556 ประธานาธิบดียานูโควิชประกาศว่าจะไม่ลงนามในข้อตกลงกับสหภาพยุโรป

เรื่องนี้ทำให้คนอูเครนตกใจมาก เพราะเศรษฐกิจของอูเครนอยู่ได้ด้วยสหภาพยุโรป การค้าระหว่างประเทศของอูเครน 1/3 มีกับสหภาพยุโรป FDI หรือการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในอูเครนก็มาจากสหภาพยุโรป ความหวังของคนอูเครนก็คือต้องการให้ประเทศของตนปรับเศรษฐกิจให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจยุโรป และต้องการให้ประเทศของตนเองมีมาตรฐานประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และมีหลักนิติธรรมตามแบบยุโรป

ผมขออนุญาตถอดความสลับซับซ้อนในการเมืองของอูเครนรับใช้ผู้อ่านท่านที่เคารพก่อนครับ หลังจากแยกตัวจากโซเวียตเมื่อ พ.ศ.2534 ประธานาธิบดีคนแรกของอูเครนก็คือ เลโอนิด ครัฟชุก

ครัฟชุกเป็นประธานาธิบดีระหว่าง พ.ศ. 2534-2537 แกเจอปัญหาเรื่องแบ่งสมบัติกับรัสเซียเยอะ สมัยก่อนพวกนี้เป็นประเทศเดียวกัน พอประเทศล่ม ต้องแตกแยกออกเป็น 15 ประเทศ ก็มีปัญหาเรื่องการแบ่งสมบัติ ปัญหาหลักของอูเครนกับรัสเซียในสมัยของครัฟชุกเป็นผู้นำก็คือ กองเรือทะเลดำกับสถานะของไครเมีย

พ้นจากยุคครัฟชุก นายเลโอนิด คุชมา ก็ชนะเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดีคนที่ 2 ผมเข้าใจว่าคุชมาเป็นคนที่รัสเซียแอบหนุน พอชนะได้เป็นผู้นำปุ๊บ คุชมาก็ลงนามให้รัสเซียได้กองเรือทะเลดำไปร้อยละ 81.7 ส่วนอูเครนได้เพียงแบ่งมาเพียงร้อยละ 18.3

ประเคนกองเรือให้รัสเซียเสร็จ คุชมาก็ลงนามในสนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมืออายุ 10 ปีกับรัสเซีย โดยซุกปัญหาทุกอย่างเอาไว้ใต้พรม ไม่ว่าจะเป็นปัญหาค่าก๊าซที่อูเครนค้างรัสเซีย ปัญหาที่อูเครนให้อูเครนเป็นภาษาทางการในไครเมียเพียงภาษาเดียว ฯลฯ

แต่คุชมาก็มีแผลที่ทำให้แกต้องกลัวตะวันตกอยู่หลายเรื่อง เช่น เรื่องที่แกคุกคามสื่อ มีพฤติกรรมละเมิดสิทธิมนุษยชน มีการปราบปรามฝ่ายค้านอย่างไม่เป็นธรรม ฯลฯ คุชมากลัวสหภาพยุโรปจะเล่นแกในเรื่องพวกนี้ แกจึงยอมลงนามข้อตกลงความร่วมมือทางทหารกับนาโต พ.ศ.2540 และ พ.ศ.2541

ครอบครัวแตก แยกกันออกไปเป็นประเทศใหม่ได้แล้ว ก็มีหลายประเทศเริ่มต่อต้านรัสเซียซึ่งเคยเป็นพี่ชายคนโต ตอนนั้น จอร์เจีย อุซเบกิสถาน อาเซอร์ไบจาน และมอลโดวา ต้องการตั้งกลุ่มต่อต้านรัสเซีย เมื่อมาชวนอูเครน อูเครนที่นำโดยคุชมาก็เอาด้วย

ผู้อ่านท่านอาจจะเคยได้ยินชื่อ GUUAM (G จอร์เจีย U อูเครน U อุซเบกิสถาน A อาเซอร์ไบจาน และ M มอลโดวา) รัสเซียเกลียดกลุ่มนี้มาก

เพราะกลัวตะวันตก คุชมาจึงต้องปรับให้อูเครนเป็นกลางไม่เอียงไปทางรัสเซียมากนัก

ที่มีสงครามกลางเมืองต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้ ก็เพราะต่อมาอูเครนมีตัวละครทางการเมืองสำคัญ 2 คน คือวิคเตอร์ ยานูโควิช และวิคเตอร์ ยูชเชงโก

ปลายสมัยของประธานาธิบดีคุชมา นายยานูโควิชเป็นนายกรัฐมนตรี คนนี้โปรรัสเซียมาก แกได้รับการสนับสนุนจากทั้งคุชมาและรัสเซียให้สมัครประธานาธิบดีคนต่อไป

ส่วนนายยูชเชงโก เคยเป็นนายกรัฐมนตรีระหว่าง พ.ศ.2542-2544 คนนี้โปรตะวันตก มีภาพเสรีนิยมและประชาธิปไตย ตอนปลายสมัยของคุชมา แกกระโจนมาเป็นฝ่ายค้าน

ต้องมาต่อกันในวันพรุ่งนี้ซะแล้วละครับ.

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

เปิดฟ้าอูเครน (1)

เปิดฟ้าอูเครน (2)

เปิดฟ้าอูเครน (3)

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com