วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปัดตามล่า ‘ปู’ ป้อมไปอังกฤษ

บิ๊กตู่ยํ้ามีคนพาหนี แต่ไม่ใช่รบ.-คสช. ลั่นไม่ยื้อโรดแม็ป

แม่น้ำ 5 สายมองไม่เห็นทางตั้งรัฐบาลแห่งชาติ “มีชัย” ชี้พูดกันไปเรื่อย มโนกันไปไกล แต่รัฐธรรมนูญก็ไม่ได้ห้าม อยู่ที่พรรคการเมืองตกลงกัน “พรเพชร” สำทับเร็วเกินไปที่จะคิดฝัน เชื่อแค่โยนหินถามทาง “เสรี” ฟันธงไม่ช่วยสร้างความปรองดองซ้ำยังก่อปัญหาใหม่ พท.ชี้แค่ทฤษฎีในอากาศ เชิงปฏิบัติสุดยากเย็น ปชป.ยังหลอนระบอบทักษิณ ไม่ขอร่วมสังฆกรรม กต.ยังมึนไม่รู้ “ยิ่งลักษณ์” อยู่ไหน สมช.ยังให้น้ำหนักหลบหนีออกทางสระแก้ว ด้าน “ศรีวราห์” ยังตามเจาะข้อมูลรถต้องสงสัย “บิ๊กช้าง” แจง “บิ๊กป้อม” ไปอังกฤษเปล่าตาม “ปู” นายกฯย้ำมีคนช่วยพาหนี แต่ไม่ใช่รัฐบาลหรือ คสช.แน่ ลั่นไม่มีเกมตุกติกดึงเชิง ก.ม.ลูกยื้อโรดแม็ป งัด ม.44 ระงับการบินตามมาตรฐานไอเคโอ-คุ้มครอง สปสช.ซื้อยาพิเศษ-เลิกใบ ตม.6 ครม.อนุมัติแต่งตั้ง ผวจ.-ผู้ตรวจฯ 26 ตำแหน่งตามโผ

สืบเนื่องจากข้อเสนอของนายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ระบุให้มีการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติภายหลังเลือกตั้ง มุ่งหมายสร้างความสามัคคีปรองดอง แต่ไม่มีเสียงขานรับจากภาคส่วนใด ขณะที่บรรดาพรรคการเมืองต่างประสานเสียงว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากนั้น ล่าสุดคนในแม่น้ำ 5สาย ก็มองเรื่องนี้คล้ายคลึงกัน

“มีชัย” ชี้รัฐบาลแห่งชาติแค่มโน

เมื่อวันที่ 12 ก.ย. เวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงข้อเสนอการตั้งรัฐบาลแห่งชาติของนายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่า ไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับข้อเสนอดังกล่าว แต่ข้อสงสัยบางประการว่าบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 เปิดทางให้เกิดรัฐบาลแห่งชาติได้หรือไม่นั้น รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ไม่ได้บัญญัติข้อห้ามแต่อย่างใด การจัดตั้งรัฐบาลโดยหลักการขึ้นอยู่กับเสียงข้างมากของพรรคการเมืองภายหลังการเลือกตั้ง ว่าจะตกลงกับพรรคการเมืองที่มี ส.ส.อย่างไร หากทุกพรรคเห็นตรงกันว่าสภาผู้แทนราษฎรไม่ต้องมีบุคคลมาทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้าน ก็สามารถทำได้เช่นกัน ทั้งหมดอยู่ที่การตกลงกันของพรรคการเมือง เพียงแต่การเลือกบุคคลที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีจะต้องเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด คือ ต้องมาจากบุคคลที่อยู่ในบัญชีที่พรรคการเมืองเป็นผู้เสนอ ตอนนี้มีแต่การพูดกันไปพูดกันมาโดยยังไม่ถึงเวลา คิดว่าอย่าเพิ่งไปกังวลมาก ต้องรอดูกันไปก่อน

“พรเพชร” เชื่อแค่โยนหินถามทาง

นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า แนวคิดการตั้งรัฐบาลแห่ง ชาติเป็นเรื่องของการเมือง สนช.ไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้ สนช.มีหน้าที่จัดทำกฎหมายเพื่อเดินหน้าไปสู่ประชาธิปไตย ส่วนตัวมองคำว่ารัฐบาลแห่งชาติต้องตีความให้ชัดเจน ว่ามีความหมายว่าอย่างไร ยังเร็วเกินไปที่จะพูดถึงรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันไม่ได้ร่างมาเพื่อนำไปสู่รัฐบาลแห่งชาติ การจะไปถึงจุดนั้นจึงเป็นเรื่องของการเมืองที่ไม่ได้ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญที่ต้องใช้เสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาล อย่างไรก็ตาม แม้รัฐธรรมนูญไม่ได้พูดถึงรัฐบาลแห่งชาติ แต่มีข้อยกเว้นให้บุคคลภายนอกเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ ซึ่งเป็นหน้าที่สภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้พิจารณา ไม่เกี่ยวกับ สนช.อยู่แล้ว เชื่อว่าน่าจะเป็นการโยนหินถามทางของบรรดาพรรคการเมืองมากกว่า ส่วนจะนำไปสู่การวางแผนเพื่อให้เกิดการต่อรองทางการเมืองในอนาคตหรือไม่นั้น ไม่ขอออกความเห็น

ก่อปัญหาใหม่ไม่ช่วยปรองดอง

นายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีตประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวถึงข้อเสนอการตั้งรัฐบาลแห่งชาติ เพื่อสร้างความปรองดองในประเทศว่า การสร้างความปรองดองให้สังคมอยู่อย่างสงบร่มเย็นนั้น จะต้องใช้กฎหมายให้เป็นธรรมไม่เลือกปฏิบัติ ตลอดจนกระบวนการทางการเมืองต้องเข้าสู่การเลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรม ยอมรับผลการเลือกตั้ง ไม่ให้ประชาชนรู้สึกว่าถูกรังแกจากเจ้าหน้าที่รัฐ และต้องลดความเหลื่อมล้ำในสังคมในทุกด้าน สุดท้ายคือการสร้างงาน สร้างอาชีพ มีงานทำ ให้คนมีรายได้ ไม่อดอยาก สิ่งเหล่านี้ทำให้สังคมอยู่อย่างสงบร่มเย็น จะเกิดความปรองดองเองในที่สุด ไม่ต้องไปตั้งรัฐบาลแห่งชาติให้เป็นปัญหาขึ้นมาใหม่ เพราะอย่างไรก็ตั้งไม่ได้ ถ้าไม่สร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในสังคม

พท.ชี้รัฐบาลแห่งชาติสุดยากเย็น

นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต ส.ส. กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงแนวคิดการตั้งรัฐบาลแห่งชาติหลังการเลือกตั้งว่า รัฐบาลแห่งชาติถูกยกขึ้นมาเป็นทางเลือกแก้ปัญหาทางการเมืองในช่วงความขัดแย้งหลายครั้ง เหมือนคำว่าปรองดอง แต่ในทางปฏิบัติ แทบเป็นไปไม่ได้ เป็นแค่ทฤษฎีที่วาดภาพในอากาศ ถูกโยนหินถามทางมาตลอด ส่วนตัวเคารพผู้อาวุโสที่ออกมาพูดเรื่องนี้ ท่านมีความหวังดีต่อประเทศชาติ แต่บริบทความขัดแย้งที่หลายเรื่องได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียมกันดูจะเป็นเรื่องยาก แค่เรื่องปรองดองยังไปไม่ถึงไหนแล้ว รัฐบาลแห่งชาติคงไม่ต้องนึกภาพ ขั้วการเมืองแต่ละฝ่ายต่างแสดงความคิดเห็นแล้วว่าเป็นไปได้ยาก สองพรรคใหญ่ก็แสดงออกตลอดว่าจะไม่ร่วมสังฆกรรมกัน ตนคิดว่าเรื่องนี้เป็นจินตนาการที่ดีต่อบ้านเมือง แต่ถ้ายังมีการเลือกปฏิบัติอยู่เหมือนเดิม การแก้ปัญหาความขัดแย้งก็จะเรื้อรัง ทางที่ดีควรจะชัดเจนเรื่องกติกา และสร้างการเมืองแบบประชาธิปไตย ที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมเพื่อสร้างรากฐานประเทศให้มั่นคง

ปชป.ไม่เอา-หลอนระบอบทักษิณ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงแนวคิดตั้งรัฐบาลแห่งชาติของนายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่า ขณะนี้ระบอบทักษิณยังครอบงำพรรคการเมืองอยู่ หากมีการตั้งรัฐบาลแห่งชาติขึ้นจริง ระบอบทักษิณก็จะเข้ามาชี้นิ้วบงการข้าราชการ ใช้เสียงข้างมากครอบงำ พยายามทำผิดกฎหมายในรูปแบบต่างๆ เช่น การแต่งตั้งข้าราชการที่เป็นพรรคพวกของตน ช่วยเหลือพวกพ้องที่กระทำความผิด ต้องยอมรับว่ากลุ่มของระบอบทักษิณยังมีอยู่ทั่วไป มีการขัดขวางไม่ให้ความร่วมมือในการปราบปรามการทุจริตทุกรูปแบบ กรณีที่ชัดเจนก็คือพยายามนิรโทษกรรมคดีที่ดินอัลไพน์ ตีโพยตีพายว่าเจ้าหน้าที่รัฐจะไปกลั่นแกล้ง ดังนั้น การตั้งรัฐบาลแห่งชาติจะได้แค่ภาพความสงบที่ไม่สงบจริงๆ สิ่งเลวร้ายที่จะตามมาคือไปปลุกผีการทำผิดกฎหมาย ใช้อำนาจรัฐเพื่อประโยชน์ส่วนตน ปกป้องคนผิดทุกรูปแบบ ใครที่พูดถึงรัฐบาลแห่งชาติได้มองปัญหาในมุมนี้หรือไม่ ขอให้รอบคอบ การปรองดองไม่ใช่เอาผิดมารวมเป็นถูก หากหวังให้บ้านเมืองสงบโดยวิธีซูเอี๋ย ท้ายสุดจะเกิดความวุ่นวาย

กมธ.ร่วม 3 ฝ่ายยืนกรานเซ็ตซีโร่ กสม.

ที่รัฐสภา นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) แถลงผลการประชุมวิป สนช.ว่า ในการประชุม สนช. วันที่ 14 ก.ย. จะมีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญ 3 ฝ่ายได้พิจารณาข้อโต้แย้งของ กสม.ทั้ง 6 ประเด็นเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยมีมติแก้ไขเพียงประเด็นเดียวเกี่ยวกับคณะกรรมการสรรหา กสม. ในมาตรา 11 วรรคห้า จากเดิมกำหนดให้การทำหน้าที่ของกรรมการสรรหา เมื่อครบกำหนดหากมีจำนวนกรรมการสรรหาไม่ครบ ให้กรรมการสรรหาเท่าที่มีอยู่ทำหน้าที่ได้ทันที แก้ไขเป็นต้องมีจำนวนกรรมการสรรหาให้ครบทุกด้าน โดยต้องมีผู้แทนองค์กรเอกชนด้านสิทธิมนุษยชนมีส่วนร่วมในการสรรหาด้วย ส่วนอีก 5 ประเด็น กมธ.ร่วม 3 ฝ่ายไม่มีการแก้ไข ยืนตามร่างเดิมที่ผ่าน สนช.ไปแล้ว อาทิ การให้เซ็ตซีโร่ กสม.ตามร่างเดิมที่ กรธ. เสนอมา

“ดอน” ยังไม่รู้ “ยิ่งลักษณ์” อยู่ไหน

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 08.35 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศให้สัมภาษณ์กรณีการหลบหนีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศติดตามอยู่ ยังไม่มีความชัดเจนว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์หลบหนีอยู่ในประเทศใด จะต้องเห็นตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ก่อน ที่ผ่านมามีเพียงกระแสข่าว ยังไม่เป็นข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์จะขอลี้ภัยทางการเมืองที่ไหน ส่วนกระแสข่าวที่ระบุว่าอาจหลบหนีผ่านทางจังหวัดสระแก้วไปยังประเทศกัมพูชานั้น กระทรวงการต่างประเทศไม่ได้ประสานไปยังกัมพูชา เพราะทราบว่าในระดับเจ้าหน้าที่ได้มีการพูดคุยกันอยู่

สมช.ยังให้น้ำหนักออกด่านสระแก้ว

พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงการแถลงความคืบหน้าการตรวจสอบช่องทางการหลบหนีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯว่า การแถลงข่าวยังไม่กำหนดห้วงเวลา รอพูดคุยรายละเอียดเพื่อสรุปความชัดเจนก่อน จะแถลงเมื่อไหร่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม จะพิจารณาอีกครั้ง เมื่อถามว่า ยังยืนยันข้อมูลเดิมหรือไม่ว่ามีการหลบหนีออกทางด่าน จ.สระแก้ว พล.อ.ทวีปตอบว่า ตอนนี้ความชัดเจนออกมาทางด้านนั้น แต่ยังต้องเช็กละเอียดให้มากขึ้นไปอีก ว่ามีการติดต่อดำเนินการในลักษณะไหน ใครเป็นคนอำนวยความสะดวกพาอดีตนายกฯเดินทางออกนอกประเทศ และยังไม่ชัดว่ามีคนช่วยเหลือกี่คน กำลังหาต่อถ้าชัดเจนเมื่อไหร่จะได้พูดคุยฝ่ายความมั่นคงหลายๆฝ่าย

ขึ้นเครื่องบินหนีก็หนึ่งในช้อยส์

เมื่อถามว่า มีการท้วงติงที่แม้แต่เพจคนเสื้อแดงยังระบุว่า ด่าน จ.สระแก้วผ่านไปได้ยาก เป็นไปไม่ได้ถ้าเทียบกับช่วงระยะเวลาเดินทาง พล.อ.ทวีปตอบว่า สิ่งที่ไปถามๆกันมา เป็นสิ่งที่เขารู้สึกว่าเป็นอย่างนั้น แต่จะเป็นอย่างนั้นจริงหรือไม่ ฝ่ายความมั่นคงต้องชัดเจนก่อนถึงจะยืนยันอย่างนั้นได้ ถ้าไปดูพื้นที่กว้างขวางมาก จะใช้เส้นทางไหน เส้นทางธรรมชาติบ้าง ไม่ธรรมชาติบ้าง มีเยอะแยะไปหมด โอกาสที่เราจะไปจับกุม บล็อกเส้นทางเป็นไปได้ยาก เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ว่าขึ้นเครื่องบินหนีออกไป พล.อ.ทวีปตอบว่า ก็เป็นหนึ่งในหลายๆโจทย์ที่เราต้องพิสูจน์ เมื่อถามว่า มีข่าว น.ส.ยิ่งลักษณ์จะออกมาเคลื่อนไหวในวันที่ 27 ก.ย. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะอ่านคำพิพากษาคดีโครงการรับจำนำข้าวหรือไม่ เลขาธิการสมช.ตอบว่า ยังไม่มีรายงาน เมื่อถามว่า รู้จุดหรือยังว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่ที่ไหน พล.อ.ทวีปตอบว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ เมื่อถามอีกว่า แสดงว่าอดีตนายกฯอาจเปลี่ยนที่อยู่บ่อยๆ พล.อ.ทวีปตอบว่า ไปได้ทั้งหมด เดี๋ยวนี้เดินทางโดยโลจิสติกส์มันง่าย

“ศรีวราห์” เจาะข้อมูลรถต้องสงสัย

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบรถออกจากบ้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ประมาณ 20 กว่าคัน แต่อยู่ในข่ายต้องสงสัย 2 คัน มี 1 คัน บรรทุกคนเป็นผู้หญิง และมีการเปลี่ยนถ่ายรถอีก 1 คัน ในพื้นที่มีนบุรี จากนั้นมุ่งหน้าไป จ.สระแก้ว โดยไปถึงตอนด่านปิดแล้ว หลังเวลา 22.00 น. แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าในรถเป็นใคร เนื่องจากภาพที่จับได้ไกลมาก ขณะนี้ให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องดำเนินการทางเทคนิคเพื่อขยายภาพว่าใช่หรือไม่ กรณีนี้ยังต้องมีบุคคลอื่นเข้าไปเกี่ยวข้อง เนื่องจากมีรถต้องสงสัย 2 คัน ดังนั้นต้องมีคนขับ 2 คน ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้ถ้าพบว่ามีใครเกี่ยวข้องเราต้องตามหมด ไม่ว่าจะเป็นตัวการหรือผู้สนับสนุน ขณะนี้ยังไม่มีพยานหลักฐานที่จะดำเนินคดีใครได้ และถึงขณะนี้ยังตอบไม่ได้ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ออกไปนอกประเทศหรือยัง เนื่องจากพิสูจน์ได้แค่ที่ จ.สระแก้ว แต่จะให้ไปร้องทุกข์ดำเนินคดี ต้องให้ชัดเจนกว่านี้ เรื่องนี้ยังไม่ตัน มีแนวทางการสืบสวนอีกเยอะ ไม่ต้องห่วงถ้าตนลงมาทำไม่มีตอหรอก ตอหายหมด ทุกอย่างว่ากันไปตามกบินบ้านกบินเมือง

ปลัด กห.ปัด “บิ๊กป้อม” ไปอังกฤษตาม “ปู”

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ตนจะร่วมคณะของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม และผู้แทนเหล่าทัพ ที่เดินทางไปเยือนสหราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 12-15 ก.ย. นี้ โดยมีกำหนดเข้าพบหารือกับเซอร์ ไมเคิล ฟอลลอน รมว.กลาโหม และนายมาร์ค ฟีลด์ รมช.ต่างประเทศ ด้านเอเชียและแปซิฟิก ของสหราชอาณาจักร เพื่อกระชับความสัมพันธ์และขยายความร่วมมือด้านความมั่นคงและการทหาร พร้อมทั้งร่วมงาน Defence and Security Equipment International : DSEL 2017 ผู้สื่อข่าวถามว่า ไปติดตามเรื่อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่มีข่าวว่าหลบหนีไปอยู่อังกฤษด้วยหรือไม่ พล.อ.ชัยชาญกล่าวปฏิเสธทันทีว่า ไม่ใช่ๆ ไม่เกี่ยวกันเลย ไปงานของกระทรวงกลาโหม

นายกฯ ชวนโหลดแอพเปลี่ยนประเทศ

เมื่อเวลา 09.00 น. ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะ รักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุม คสช. และเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยก่อนการประชุม นายพิเชษฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นำคณะเข้าพบเพื่อประชาสัมพันธ์นิทรรศการงานนานาชาติ “Digital Thailand Big Bang 2017” ภายใต้แนวคิด “โลกเปิด เราปรับประเทศเปลี่ยน” โดยนายกฯเยี่ยมชมผลงานแอพพลิเคชั่น Pharmasafe ซึ่งเป็นแอพเกี่ยวกับข้อมูลยา การนัดพบแพทย์เพื่อเตือนการใช้ยาที่ถูกต้อง นวัตกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลผ่านหุ่นยนต์อัจฉริยะที่ตอบโต้กับคนได้ โดยมี ด.ช.ชลิต คำบุญทา หรือน้องไตเติล เด็กหน้าคล้ายนายกฯ เป็นผู้อธิบาย ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ได้แนะนำว่า อยากให้เข้าถึงประชาชน ทุกคน เพื่อความสะดวกและเกิดความเข้าใจที่ถูกต้องในการใช้ยา โดยเฉพาะยาสามัญประจำบ้าน และอยากให้จัดทำแอพพลิเคชั่นเกี่ยวกับยาของสัตว์ด้วย เพราะคนไทยมีสัตว์เลี้ยงเกือบทุกบ้าน อย่างลูกตนก็เลี้ยงสุนัข ดูแลอย่างดี ค่ายาสุนัขแพงกว่าค่ายาคนเสียอีก ทั้งนี้ ช่วงหนึ่งนายกฯได้หยอกน้องไตเติลว่า วันนี้หน้าหล่อเหมือนกัน แต่น้องคงน้ำหนักขึ้น ต้องวิ่งยืดตัวอีกหน่อย อย่าลืมออกกำลังกายบ้าง พุงเริ่มเยอะแล้ว สัญญากันต้องออกกำลังกาย ผู้ใหญ่ทำนวัตกรรมต่างๆ เพื่อคนรุ่นอย่างไตเติล เพื่อคนที่รายได้น้อย คนไทยกว่า 60 ล้านคนที่ยังมีรายได้ไม่เพียงพอ

กวักมือประชาชนร่วมตรวจสอบรัฐ

จากนั้นนายกฯได้เยี่ยมชมนิทรรศการ “ภาษีไปไหน” ซึ่งเป็นการพัฒนาระบบตรวจสอบงบฯภาครัฐทั้งหมดผ่านมือถือ ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างในโครงการต่างๆ ของภาครัฐ และยังเปิดช่องทางให้ประชาชนสามารถร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแสการทุจริตในโครงการต่างๆ ของภาครัฐ โดยนายกฯ เชิญชวนประชาชนโหลดแอพพลิเคชั่น “ภาษีไปไหน” เพื่อติดตามตรวจสอบ ทำให้เห็นว่ารัฐบาลมีความตั้งใจแก้ปัญหาทุจริตการใช้จ่ายงบประมาณอย่างไร เหตุใดถึงใช้จ่ายแบบขาดดุล อย่ามองเพียงการทุจริตอย่างเดียว ต้องมองด้วยว่างบฯ พอหรือไม่พอ ไม่เช่นนั้นจะมามัวทะเลาะกันแต่เรื่องภาษี ขณะนี้กำลังเข้าสู่ยุครัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล ที่เปิดเผยข้อเท็จจริงทั้งหมด จึงขอให้ทุกคนช่วยกันดู ไม่ใช่ช่วยกันจับผิด ตรงไหนที่ผิดปกติหรือสงสัยก็สอบถามและส่งความคิดเห็นเข้ามาได้ ไม่ใช่เปิดให้คอมเมนต์ด่าอย่างเดียว ใช้ไม่ได้ ไม่เป็นธรรม ไม่เช่นนั้นจะเปิดมาทำไม มีอยู่กลุ่มเดียวที่ด่าทั้งวัน แต่คนดีก็มีอีกเยอะ สื่อต้องช่วยด้วย มีรัฐบาลไหนบ้างทำแบบนี้

ย้ำต้องมีคนช่วยเหลือพา “ปู” หนี

ต่อมาเวลา 16.00 น. ภายหลังการประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงการติดตามตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ว่า กำลังดำเนินการอยู่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ได้ให้ข้อมูลไปแล้ว ขณะนี้มีข้อมูลจากกล้องซีซีทีวีต่างๆ เห็นเส้นทาง แต่กรณีข้ามแดนยังไม่พบว่าใช้ช่องทางไหนอย่างไร แน่นอนว่าต้องมีคนสนับสนุน ต้องไปหาดูว่าเป็นใคร แต่ยืนยันว่าไม่ใช่รัฐบาล ไม่ใช่ คสช. ไม่ใช่หน่วยงานความมั่นคงแน่นอน กำลังสืบต่ออยู่ ไม่อยากให้มีผลกระทบกับใครทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามหมายจับก็มีอยู่แล้ว ในเรื่องของการหนีประกัน ไม่มารับฟังการตัดสินคดีจำนำข้าว ซึ่งตามกฎหมายใหม่สามารถที่จะอุทธรณ์ได้ เพียงแต่ตัวจะต้องอยู่ รัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ แต่ไม่อยากให้เป็นประเด็นอะไรมากมายในช่วงนี้

“บิ๊กป้อม” ไปอังกฤษเปล่าซื้ออาวุธ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงการเดินทางไปสหราชอาณาจักรของ พล.อ.ประวิตร ว่า เป็นการเดินทางไปตามคำเชิญของรัฐมนตรีกลาโหมของอังกฤษ ไปดูการจัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ซึ่งมีประจำทุกปี ถือเป็นเรื่องสำคัญของหน่วยงานความมั่นคง พล.อ.ประวิตรก็ต้องไปดู ไปพบปะพูดคุยและเยี่ยมเยือนกับรัฐมนตรีหลายๆประเทศ ไม่ได้หมายความว่าเราจะไปซื้ออะไรเพิ่ม ยืนยันว่าเราไม่มีแผนที่จะซื้ออะไร เพราะการจะซื้อของต้องกำหนดความต้องการก่อนว่าอย่างไร แค่ไหน และปีอะไร เสร็จแล้วถึงจะมาตั้งคณะกรรมการจัดซื้อจัดหาอีกครั้ง แล้วก็ต้องไปพิจารณาว่ามีบริษัทไหนสนใจ หรือจะมีในลักษณะของรัฐบาลต่อรัฐบาล และการตัดสินใจเราจะไม่คำนึงถึงราคาถูกอย่างเดียว แต่ต้องดูไปถึงการบริการหลังการขายด้วย ขอร้องว่าอย่าไปพาดหัวข่าวว่า รัฐบาลไปไหนทีก็เป็นการไปซื้ออาวุธใหม่ เราไม่ได้มีเงินทองมากมายขนาดนั้น ทั้งหมดจะต้องดูแผนพัฒนากองทัพว่าอะไรต้องจัดซื้อใหม่ อะไรต้องจัดซื้อทดแทน ที่ผ่านมาทุกวันนี้มีการซ่อมจำนวนมาก ยิ่งซ่อมยิ่งพังเพราะมันเก่ามาก การซ่อมก็ต้องดูถึงความคุ้มค่าด้วย ซึ่งเรามีคณะกรรมการในแต่ละเหล่าทัพ พิจารณาอยู่แล้ว อย่าไปมองแง่เดียวว่าเราได้ผลประโยชน์ ได้ใต้โต๊ะกันตรงไหน จุดนี้ก็ต้องไปสอบกันอีกเรื่องหนึ่ง การทำงานแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย

ยันไม่มีเกมดึง ก.ม.ลูกยื้อโรดแม็ป

ต่อมาเวลา 16.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ครม. ถึงความคืบหน้าการนำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯว่า มี 2 ฉบับที่ทูลเกล้าฯเรียบร้อยแล้ว คือร่าง พ.ร.บ.คณะกรรมการการเลือกตั้ง และร่าง พ.ร.บ.พรรค การเมือง อีก 2 ฉบับที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ที่มาส.ว.-ส.ส.ยังร่างกันอยู่ไม่เสร็จ หลายคนไปกล่าวว่าตนดึงไว้ จะดึงได้อย่างไร ถ้าไม่เสร็จก็แสดงว่ามีปัญหาอยู่ แล้วทำไมจะต้องเร่ง เรื่องที่มีปัญหาให้เสร็จเร็วๆ จะไปทำในสิ่งที่มันจะต้องยั่งยืนสถาพร กรอบเวลาของมันยังมีชัดเจน ยังอยู่ในกรอบทั้งหมด ตนดึงไม่ได้อยู่แล้ว ก็เห็นอยู่ว่าพิจารณาในคณะกรรมาธิการ 3 คณะ มีข้อโต้แย้งข้อสังเกตมากมายต้องปรับแก้กันไปมา ตนไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียอยู่แล้ว อย่ามากังวลมากนักเลย จบเรื่องโน้นไปเรื่องนี้ ท้ายสุดมีปัญหาก็กลับมาหาตน ก็เป็นอย่างนี้เพราะมันต้องหาจำเลยสักคน ตนไม่ใช่จำเลยใครทั้งสิ้นเพราะยังไม่ได้ทำอะไรที่ไม่ถูกต้องตามขั้นตอนโรดแม็ป เลย ใครจะมองอย่างไรก็แล้วแต่ตนรู้แก่ใจตัวของตนเอง

แจงหาเงินยากเพราะกวาดล้างทุจริต

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เรื่องที่ข้องใจเดือดร้อนใจคือการที่ประชาชนบอกหาเงินได้ยากขึ้น ตนก็ต้องมาดู ก็ไม่ได้หมายความว่าที่ผ่านมันทุจริตทั้งหมด แต่เงินส่วนหนึ่งมาจากตรงนี้ พอเราเข้มงวดขึ้นก็หาเงินยากขึ้นเป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งเราต้องหาอะไรมาทดแทนให้ ส่วนเรื่องใครจะผิดจะถูกก็ไปว่ากันมา รัฐบาลทำทุกอย่างมีทั้งโครงการด้านเกษตรและเศรษฐกิจออกมาเยอะแยะ พวกเราไม่ได้สนใจตรงนี้ สนใจแต่ว่าได้เงินไม่ได้เงิน ต้องมาแยกด้วยว่าใครไม่ได้เงินเพราะอะไร อยู่ในวงจรที่ปรับปรุงหรือยัง แต่ต่อไปถ้าเราเพิ่มเรื่องการลงทุนทั้งในและต่างประเทศก็จะดีขึ้นเอง เรื่องอะไรที่เป็นปัญหาต้องแก้ ใครว่าอย่างไร สื่อว่าอย่างไร ตนก็เก็บมาหมด ตนฟังมากกว่ารัฐบาลอื่นๆ มันถึงมีเรื่องทำเยอะไม่จบสักที ท้ายสุดโทษตัวเองมากกว่าที่เข้ามาทำก็ต้องทำ อย่างไรก็ต้องทำ อะไรที่จะทำให้เกิดผลกระทบการลงทุนการค้าอย่าเพิ่งเลย เฉพาะไอ้พวกที่พูดก็เยอะพออยู่แล้ว ฟังเขาทำไมแล้วก็มาตี มาถามตน ก็โมโหจนได้ เพราะไม่ได้ทำอย่างที่เขาว่า บางทีตนก็หงุดหงิดก็ขอโทษก็แล้วกัน อาจจะไม่ใช่นายกรัฐมนตรีที่น่ารักที่สุด แต่ทุกคนน่าจะพอใจ เพราะตนตอบคำถามทุกเรื่อง ตอบดีบ้างไม่ดีบ้างก็เห็นใจบ้าง หรือจะเอาแบบไม่พูดอะไรเลย เดินไปยิ้มอย่างเดียวไม่ว่าใครเขาเลยเอาอย่างนั้นก็ได้ วันหน้าก็เดินยิ้มเผล่อารมณ์ดีตลอดเอาไหมล่ะ มันก็ไม่มันส์

ลั่นไม่เอาข้าวดีไปทำเป็นข้าวเสื่อม

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงการตรวจสอบข้าวในสต๊อกของรัฐบาลว่า รัฐบาลชุดนี้จำเป็นต้องแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) เพื่อให้เกิดความชัดเจน กรณีที่มีการกล่าวอ้างว่าวิธีการระบายข้าวของ นบข.นั้นไม่ถูกต้อง นำข้าวดีไปทำเป็นข้าวเสีย ยืนยันว่าไม่ใช่ เพราะข้าวในคลังทุกคลังได้ตรวจรับไปแล้วตั้งแต่ครั้งแรก และทุกครั้งได้เซ็นรับทราบว่ามีข้าวดีและข้าวเสียจำนวนเท่าไหร่ โดยการระบายข้าวที่ผ่านมา ช่วงที่มีการเปิดการประมูล ไม่มีผู้ที่สนใจเนื่องจากมีปริมาณข้าวเสียมากเกินกว่าที่จะนำไปสู่การบริโภคของคน จึงได้มีการพิจารณาจากคณะกรรมการ นบข.ว่าต้องกำหนดเปอร์เซ็นต์ข้าวที่เสียในแต่ละคลัง เพราะเป็นการประมูลยกคลัง เมื่อประเมินออกมาพบว่ามีเกินร้อยละ 20 ทั้งนี้ไม่ว่าจะข้าวดีหรือข้าวเสียทั้งหมดจะต้องไปสู่โรงงานอาหารสัตว์ เพราะถือเป็นกติกาและมาตรฐาน นบข.ได้ตรวจสอบตามนี้ อย่างไรก็ตาม จะต้องมีการตรวจสอบต่อไปว่าบริษัทที่ได้ประมูลข้าวไปแล้วมีการแยกส่วนกันเองหรือไม่ รัฐบาลมุ่งหวังทำให้เกิดความชัดเจน ไม่มีการให้ใครได้ประโยชน์ และหากมีใครได้รับผลประโยชน์มาก็ต้องตรวจสอบ แต่ยังไม่มีตรงนี้ เท่าที่รับทราบยังไม่มีอะไรผิดปกติ เขาจะไปทำผิดกติกาหรือไม่ หรือมาย้อนกลับว่ารัฐบาลไปทำให้ข้าวของเขาเสีย เพื่อที่จะไปขายข้าวสู่ผู้บริโภค ซึ่งตนและรัฐบาลไม่โง่ทำแบบนั้น

เบรกขึ้นค่าแรงขั้นต่ำหวั่นลงทุนชะงัก

พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงแนวคิดการปรับค่าแรงขั้นต่ำ ตามข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) ที่เรียกร้องปรับค่าแรงขั้นต่ำเป็น 600-700 บาทต่อวันว่า แนวคิดมันมีอยู่แล้วว่าจะต้องดูแลเขาอย่างไร แต่ประเด็นคือผลกระทบจะเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง วันนี้อยู่ในการทำงานของคณะกรรมการกระทรวงแรงงาน ซึ่งมีการหารือในรูปแบบไตรภาคี พวกพูดนอกเวทีมันก็อีกพวกหนึ่ง ก็ขอให้เข้าใจบ้าง วันนี้เรากำลังจะลงทุน กำลังจะชักจูงคนเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ถ้าเจอการปรับค่าจ้างขั้นต่ำแบบนี้ก็จบหมด ขอเวลาก่อน เพื่อให้ทุกอย่างมีความก้าวหน้า มีรายได้ มีผลประโยชน์มากขึ้น เดี๋ยวค่าแรงมันก็ขึ้นเอง และที่สำคัญต้องมีการพัฒนาตัวเองไปสู่แรงงานที่มีฝีมือ หากทุกคนไม่ปรับตัวเลยมันก็ไม่ได้ รัฐบาลก็อุ้มไม่ไหว แล้วมันจะพากันเจ๊งไปทั้งหมด มันไม่ดี ตนขอร้องไว้ก่อน แล้วกัน เขาก็ขึ้นเท่าที่จะขึ้นได้ ตามที่คณะกรรมการจะพิจารณาขึ้นมา ขอร้องอย่าไปพูดนอกเวที

เตรียมออก ม.44 ไอเคโอ–ซื้อยา

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงผลการประชุม คสช.ว่า วันนี้ที่ประชุม คสช.หารือเกี่ยวกับความคืบหน้าการตรวจสอบขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอเคโอ) ว่า ยังมีปัญหาตรงไหน ซึ่งมีเรื่อง การตรวจสอบที่ยังไม่สมบูรณ์จึงต้องมีการระงับการบินกันไปบ้างบางส่วน เพราะที่ผ่านมามีการอนุมัติที่มากเกินขีดความสามารถในการตรวจสอบ ทุกคน ทราบดีว่าปัญหาเกิดก่อนรัฐบาลนี้ และเพื่อให้เป็นไป ตามมาตรฐานไอเคโออย่างน้อยจากนี้จนถึง ธ.ค.เราจะใช้เวลาที่เหลืออยู่ตรวจสอบให้เสร็จ ถ้าเรียบร้อยแล้วจึงจะออกใบอนุญาตให้ ส่วนสายการบินใดที่ไม่ผ่านก็คือไม่ผ่าน นอกจากนี้ ยังได้หารือเกี่ยวกับการจัดซื้อยาที่มีความจำเป็นของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ซึ่งวันนี้เราจะออก พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ แต่ยังมีปัญหาอยู่คือยาของเดิมที่ซื้ออยู่จะทำอย่างไรให้มียาใช้ทันเวลา โดยจะออกคำสั่ง คสช.ตามมาตรา 44

แนะนำหนังสือกระตุ้นสมอง ครม.

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้ตนได้แจกหนังสือ 1 เล่มให้ ครม.ไปอ่าน ชื่อว่า The SPEED of Trust เป็นหนังสือเกี่ยวกับการสร้างความไว้วางใจ คนเขียนเป็นคนมีชื่อเสียงของโลกเกี่ยวกับการสร้างแรงบันดาลใจ กระบวนการปรับทัศนคติที่จะทำให้คนมีกำลังใจในการทำงาน สร้างการปลุกจิตสำนึกให้กับตัวเองและองค์กร ซึ่งตนพยายามจะขับเคลื่อนเรื่องเหล่านี้มาตลอด รวมถึงตัวเองด้วย ตนก็อ่านและทำความเข้าใจ อะไรที่ตนต้องปรับแก้ เช่น อารมณ์ร้อน พูดจาไม่เพราะ ก็พยายามปรับไปเรื่อย แต่ต้องเห็นใจด้วย เพราะเป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดาคนหนึ่งเหมือนกัน แม้จะเป็นนายกฯก็ตาม อาจจะไม่ค่อยน่ารักเท่าไร แต่ก็ทำงานเต็มที่ เกิน 100 เปอร์เซ็นต์

ม.44 คนไทยไม่ต้องกรอกใบ ตม.6

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีจะมีการยกเลิกการใช้แบบรายการบุคคลซึ่งเดินทางเข้ามาหรือออกไปนอกราชอาณาจักร (ตม.6) สำหรับคนสัญชาติไทยว่า ที่ประชุม คสช.เห็นชอบใช้คำสั่งมาตรา 44 ยกเลิก ตม.6 สำหรับคนสัญชาติไทยกรณีเข้าออกประเทศ โดยไม่ต้องกรอกเอกสารใบ ตม.6 ให้ถือว่าหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) เป็นเอกสาร ทั้งนี้จะมีผลบังคับใช้ต่อเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ลงนามคำสั่งแล้วประกาศในราชกิจจานุเบกษา ส่วนการเปลี่ยนแปลงรูปแบบใบ ตม.6 สำหรับคนต่างชาตินั้น ที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบการเปลี่ยนรูปแบบใหม่ตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เสนอ แต่จะให้ใช้แบบฟอร์มเดิมไปจนถึงปลายปี 60 ก่อน แบบฟอร์มใหม่จะใช้ช่วงต้นปี 61

คุ้มครอง สปสช.ซื้อยาพิเศษ

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า การประชุม คสช. ที่ประชุมมีมติเห็นชอบออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ตามมาตรา 44 เพื่อให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สามารถบริหารจัดการยาเวชภัณฑ์อวัยวะเทียมอุปกรณ์ทางการแพทย์ตามโครงการพิเศษ หรือการจัดซื้อจัดหายาพิเศษ เช่น น้ำยาล้างไต ยาโรคเอดส์ ยากำพร้า ที่ทางการแพทย์ไม่ซื้อยามาสะสมไว้ เนื่องจากมีผู้ป่วยจำนวนไม่มาก สามารถดำเนินการช่วงระยะเวลาที่เหลือของเดือน ก.ย. ตั้งแต่ 12-30 ก.ย. หลังจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้ติติงและขู่จะดำเนินการทางกฎหมายหากยังดำเนินการต่อ เพราะ สปสช.ไม่มีอำนาจหน้าที่ในการจัดซื้อจัดหาได้ตามระเบียบและกฎหมาย คสช.จึงอนุญาตตามที่ร้องขอมา

ครม.ตั้ง ผวจ.–ผู้ตรวจ 26 ตำแหน่ง

พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุม ครม.ว่า ครม.มีมติเห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 26 ตำแหน่ง ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัด 22 ตำแหน่ง และผู้ตรวจราชการ 4 ตำแหน่ง ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ อาทิ นายธัชชัย สีสุวรรณ รอง ผวจ.พิษณุโลก เป็น ผวจ.กำแพงเพชร นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ รอง ผวจ.เพชรบุรี เป็น ผวจ.แพร่ นายไกรสร กองฉลาด รอง ผวจ.เพชรบูรณ์ เป็น ผวจ.กาฬสินธุ์ นายณรงค์ วุ่นซิ้ว รอง ผวจ.นครราชสีมา เป็น ผวจ.ชัยภูมิ นายอนุชิต ตระกูลมุทุตา รอง ผวจ.สงขลา เป็น ผวจ.ยะลา นายวิชวุทย์ จินโต รอง ผวจ.สุราษฎร์ธานี เป็น ผวจ.สุราษฎร์ธานี นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ รอง ผวจ.กำแพงเพชร เป็น ผวจ.กาญจนบุรี นายสุปกิต โพธิ์ปภาพันธ์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็น ผวจ.ลพบุรี ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.เป็นต้นไป ครม.ยังอนุมัติแต่งตั้งนายสมเกียรติ ประจักษ์วงษ์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นอธิบดีกรมชลประทาน นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์

“เพนกวิน” ชูป้ายทวงถาม “มาร์ค”

วันเดียวกัน ที่คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต จัดงาน “รัฐศาสตร์วิชาการ” โดยเชิญนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “จากนักวิชาการสู่นายกรัฐมนตรี : ภาพการเมืองที่เปลี่ยนไป” ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการบรรยายมีกลุ่มนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ ชั้นปีที่ 1 ประมาณ 4 คน นำโดยนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน ที่นั่งอยู่แถวหน้าใกล้โพเดียมที่นายอภิสิทธิ์กำลังบรรยาย ชูป้ายข้อความว่า “...unfortunately, some people died อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้สัมภาษณ์เมื่อปี 2555” อย่างไรก็ตาม นายอภิสิทธิ์ยังคงบรรยายต่อไปอย่างเรียบเฉย ไม่มีท่าทีใดๆ หลังการบรรยายนายพริษฐ์ยังเข้าไปถามนายอภิสิทธิ์ว่า “คิดอย่างไรกับการที่เด็กอายุ 17 ถูกยิงตายที่รางน้ำ” นายอภิสิทธิ์ตอบกลับไปว่า “ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว และขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่มีใครอยากให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น และพร้อมสนับสนุนให้ค้นหาข้อเท็จจริงเพื่อให้ความเป็นธรรม”

ศาลรับคำร้องฟัน “ธาริต” รวยผิดปกติ

วันเดียวกัน ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง องค์คณะนัดฟังคำสั่งคดีหมายเลขดำ อม.177/2560 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยข้อกล่าวหานายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและอดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่พ้นจากราชการตามคำสั่งไล่ออก (คำสั่งสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี หรือ สลน. เมื่อวันที่ 3 เม.ย.60) จงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ หลัง ป.ป.ช.มีมติเอกฉันท์ ชี้มูลความผิดกรณีร่ำรวยผิดปกติรวมมูลค่า 346,652,588.52 บาท ซึ่ง ป.ป.ช.ได้อายัดทรัพย์สินไว้ก่อนหน้านี้ 90,260,687.40 บาท ทั้งนี้ องค์คณะพิเคราะห์แล้ว มีคำสั่งให้รับคำร้อง ป.ป.ช.ไว้วินิจฉัยเพื่อมีคำพิพากษา โดยนัดพิจารณาคดีครั้งแรกวันที่ 12 ต.ค. เวลา 09.30 น.