วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ว้าวมั้ย? Apple เปิดตัว iPhone 8-iPhone X ไร้ปุ่มโฮม ปลดล็อกด้วยใบหน้า

สมการรอคอยหรือไม่ แอปเปิล เปิดตัว Apple Watch ซีรีส์ 3, Apple TV 4K พร้อม ไอโฟนใหม่ 3 รุ่น คือ iPhone 8, iPhone 8 Plus และ iPhone X (ไอโฟน เท็น) โดยมาพร้อมกับหน้าจอที่ไร้ปุ่มโฮม ปลดล็อกจอด้วยใบหน้า หรือ Face ID ...

เมื่อวันที่ 12 กันยายน ที่ สตีฟ จ็อบส์ เทียเตอร์ (Steve Jobs Theater) แอปเปิล พาร์ก ซานฟรานซิสโก แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา อันเป็นสถานที่การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยมีผู้สื่อข่าวจากสำนักต่างๆ ทั่วโลก เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก ซึ่งการเปิดตัว เริ่มด้วยการรำลึกถึง สตีฟ จ็อบส์

เปิดตัวด้วย ทิม คุก ซีอีโอ แอปเปิล ระบุว่า เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ที่เปิดตัว สตีฟ จ็อบส์ เทียเตอร์ ด้วยเสียงของ สตีฟ จ็อบส์ และถือเป็นความภูมิใจ ที่ได้ต้อนรับทุกคนที่นี่ เราสร้างโรงละครนี้ เพื่อ สตีฟ จ็อบส์ เพราะเรามักจะจำภาพเขา ขณะที่ยืนอยู่บนเวที สำหรับตัว สตีฟ จ็อบส์ นอกจากจะเป็นอัจฉริยะแล้ว ยังสามารถทำให้ทุกคนแสดงความสามารถที่แท้จริงออกมา และยังเป็นแรงบันดาลใจ ให้คนทั่วโลกด้วย

ต่อกันด้วยการแนะนำ แอปเปิล รีเทล สโตร์ ซึ่งมีการปรับโฉมครั้งใหญ่ ที่ไม่ได้มีแค่โซนขายของ แต่จะเป็นคอมมูนิตี้ ดึงดูดให้คนเข้ามา พร้อมเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ของแอปเปิลได้ โดยคุณไม่จำเป็นต้องเป็นลูกค้าของแอปเปิล และสามารถมาที่แอปเปิล สโตร์ ได้ทุกๆ วัน และล่าสุด แอปเปิล สโตร์ กำลังจะเปิดสาขาที่ไทม์ สแควร์ ซึ่ง 65 สาขา ของร้านแอปเปิลทั่วโลก เสริมทัพด้วยพนักงานที่มีคุณภาพ และมีแรงบันดาลใจ

ผลิตภัณฑ์แรกที่เปิดตัวคือ Apple Watch ซึ่งตอนนี้มียอดขายทั่วโลกขึ้นมาเป็นอันดับ 1 แล้ว แซงหน้ายี่ห้อดังอย่าง Rolex สำหรับฟีเจอร์ที่น่าสนใจ ของ Apple Watch นั้น Heart Rate Monitor เป็นฟีเจอร์ที่หลายคนให้ความสำคัญ ซึ่งถือเป็นเครื่องมือที่วัดอัตราการเต้นของหัวใจที่ดี และแม่นยำที่สุด ประเมินการเต้นหัวใจตลอดเวลา ซึ่งจะรวมไปถึงการวิเคราะห์โรคที่เกี่ยวกับหัวใจได้ด้วย

ทั้งนี้ Apple Watch Series  ใช้งาน E-Sim และใช้พื้นที่หน้าจอ เป็นเสาสัญญาณ CPU ของ Apple Watch Series 3 เป็นแบบ Dual Core แรงขึ้นกว่าเดิม มี Siri ที่ตอบรับเร็วมากขึ้น

Apple Watch Series 3 เริ่มเปิดให้จอง 15 กันยายน และขายจริง 22 กันยายน ราคาแบบมีซิมอยู่ที่ 399$ ส่วนแบบไม่มีซิมอยู่ที่ 329$ พร้อมลดราคา Apple Watch Series 1 เหลือ 249$ 

ต่อมาเป็นการเปิดตัว Apple TV 4K มี HDR เพื่อชดเชยข้อจำกัด ของภาพที่มีแสงสว่างและความมืดอยู่ด้วยกัน มาพร้อมชิป A10x ที่อยู่บน iPad Pro รุ่นใหม่ ทั้งนี้ Apple TV 4K ใส่เทคโนโลยี HDR10 อัพเกรดมาจัดหนัก สำหรับคอหนัง ในราคาเท่า HD 

นอกจากนี้ Apple TV 4K จับมือค่ายหนัง Netflix และ Amazon Prime นำหนัง 4K มาให้ดูกันอย่างจุใจ ส่วนหนัง HD ที่ซื้อใน iTunes จะอัพให้เป็น 4K ฟรี ส่วนราคานั้น 64GB อยู่ที่ 199$

ต่อกันที่การเปิดตัว iPhone รุ่นล่าสุด หลังจาก iPhone มีการพัฒนามาตลอด 10 ปี โดยใช้ชื่อว่า iPhone8 และ iPhone8 Plus มี 3 สี คือ เงิน เทา และ ทอง (ใหม่) ไม่มีสี JET black ซึ่งรูปลักษณ์คล้ายกับ iPhone7 แต่ฝาหลังเป็นกระจก ซึ่งถือเป็นกระจกที่มีความแข็งแรงสุดในสมาร์ทโฟน กันน้ำ กันฝุ่น ลำโพงดังกว่า iPhone 7 25% มาพร้อมชิป A11Bionic และ CPU 6Core มีชิปประมวลกราฟิก ที่แยกออกมาเป็นครั้งแรก 

สำหรับ iPhone 8 มาพร้อมเลนส์ 12 ล้านพิกเซล และ iPhone 8 Plus มาพร้อมกล้อง 2 ตัวเหมือนเดิม ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง 1.8 และ 2.8 ที่เพิ่มเติมคือ เซนเซอร์ใหม่ ที่เก็บสีสัน และมิติได้สวยงามขึ้น ถ่ายก่อนปรับแสงทีหลัง หมดปัญหาการถ่ายรูปในที่แสงน้อย พร้อมรองรับการถ่ายวิดีโอแบบ 4K 60 FPS

นอกจากนี้ ยังมาพร้อมเทคโนโลยี AR ภาพเสมือนจริง อาทิ ถ้าหากอยากรู้ว่าดาวดวงไหนชื่ออะไร สามารถยกกล้องขึ้นจับภาพดวงดาวได้ทันที ก็จะมีชื่อดวงดาวปรากฏขึ้นมา นอกจากนี้ยังโชว์แอปเกมแบบ AR ที่เอาหุ่นยนต์มาสู้กัน ซึ่งได้ภาพแบบเสมือนจริง

ที่ใหม่กว่านั้น คือ iPhone 8 มาพร้อมกับ หูฟังไร้สาย AirPods และยังรองรับ Wireless Charging หรือการชาร์จไร้สาย

iPhone 8 มีขนาด 64GB และ 256GB ราคาเริ่มที่ 699$ ส่วน iPhone 8 Plus มีขนาด 64GB และ 256GB เช่นกัน ราคาเริ่มที่ 799$ วางขาย 22 ก.ย.นี้ ขณะที่ iOS 11 เปิดให้ดาวน์โหลดพร้อมกัน 19 ก.ย.นี้

ยังไม่หมดเท่านี้!!!!

เพราะ Apple ยังเปิดตัว iPhone X (ไอโฟน เท็น) เพื่อเป็นการฉลอง 10 ปี นับตั้งแต่เปิดตัวไอโฟนรุ่นแรก ที่หลายคนต้องร้องว้าว เพราะมาพร้อมขอบโค้งมนทำจากวัสดุสเตนเลส กล้องแนวตั้ง 2 ตัว ออกแบบมาให้ไร้ปุ่มโฮม จอภาพแบบ OLED ขนาด 5.8 นิ้ว ที่ใหญ่กว่า iPhone7 Plus ที่เป็นจอซุปเปอร์เรตินาดิสเพลย์ ความละเอียด 458 พิกเซลต่อนิ้ว มี 2 สีให้เลือก คือ ดำสเปซเกรย์ และ สีเงิน ปลดล็อกโดยการเลื่อนขึ้น กดปุ่มด้านข้างเพื่อเรียก Siri

ปลดล็อกจอด้วยใบหน้า หรือ Face ID เพียงผู้ใช้งานจ้องไปที่หน้าจอ กล้องหน้า TrueDepth Camera ที่รวมเอาเซ็นเซอร์ตรวจจับใบหน้าจะวิเคราะห์ รายละเอียด และปลดล็อกหน้าจอในทันที และอีกลูกเล่นใหม่ ที่น่ารักๆ คงเป็น Animoji อิโมจิแบบเคลื่อนไหวได้ ด้วยการเลียนแบบหน้าของผู้ส่ง เป็นอิโมติคอน เคลื่อนไหวแบบแอนิเมชั่น นอกจากนี้ ยังอัดเสียง ก่อนส่งผ่าน iMessage ให้เพื่อนได้

ส่วนกล้องแนวตั้งของ iPhone X นั้น เป็นกล้องขนาด 12 ล้านพิกเซล มีระบบกันสั่น ใช้ Machine Learning‎ ช่วยในการโฟกัส กล้องหน้าถ่ายแบบหน้าชัดหลังเบลอได้ ส่วนแบตเตอรี่ อยู่ได้นานกว่า iPhone7 ถึง 2 ชั่วโมง และรองรับระบบชาร์จไร้สายมาตรฐาน Qi

โดยแท่นชาร์จไร้สายแบบใหม่ของแอปเปิลชื่อว่า แอร์พาวเวอร์ (AirPower) ที่สามารถชาร์จไอโฟน แอปเปิล วอตช์ และ หูฟังแอร์พ็อดส์ ได้พร้อมๆ กัน ใช้ชิปประมวลผล A11 Bionic ที่สามารถประมวลผลวิเคราะห์ใบหน้าของผู้ใช้งานได้อย่างแม่นยำ เพิ่มความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูล หรือปลดล็อกเครื่อง

iPhone X มาพร้อมความจุ 64GB และ 256GB สนนราคาเริ่มต้นที่ 999$ เปิดให้สั่งจอง 27 ต.ค. และวางขายจริง 3 พฤศจิกายนนี้

ทั้งนี้สำหรับประเทศไทย ยังไม่มีกำหนดการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ต้องรอการประกาศจากทางแอปเปิลอีกครั้ง.