วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไม่รอด! กองปราบตามรวบ 'กำนันแม่สาย' หนีประกัน คดีฆ่าแรงงานไทยในญี่ปุ่น

ตำรวจกองปราบตามรวบ กำนันบ้านด้าย อ.แม่สาย จ.เชียงราย หนีประกันคดีฆ่าแรงงานไทยในญี่ปุ่น หลังกบดานซุกรังผู้มีอิทธิพล นักการเมืองท้องถิ่น เบื้องต้นเจ้าตัวยังปฏิเสธ ขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 12 ก.ย.60 ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผกก. 4 บก.ป พ.ต.ต.ฐิติวัสส์ แซมเขียว สว.กก.4 บก.ป. และเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.4 บก.ป. จับกุมนายบุญทา หรือ บุญฤทธิ์ จันทาพูน อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 101 หมู่ 1 ต.บ้านด้าย อ.แม่สาย จ.เชียงราย กำนัน ต.บ้านด้าย อ.แม่สาย จ.เชียงราย ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ที่ 387/2559 ลงวันที่ 22 มี.ค.59 ในข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และ ซ่อนเร้น ย้ายศพ เพื่อปิดบังการตาย และหลบหนีระหว่างการพิจารณาคดีของศาล จับกุมผู้ต้องหารายนี้ได้ที่บ้านพักแห่งหนึ่งใน ต.บ้านด้าย อ.แม่สาย จ.เชียงราย

พ.ต.อ.จรูญเกียรติ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2539 นายบุญทา ผู้ต้องหารายนี้ พร้อมด้วย นายศักดิ์สมุทร ยังมั่ง, นายมังกร สุทธดุก และนายชาตรี เครื่องสนุก ได้ร่วมกันก่อเหตุฆ่านายประยุทธ งานดี และนางราตรี ด้วนเครือ สองแรงงานชาวไทย ที่ทำงานอยู่ในประเทศญี่ปุ่น โดยการจับศีรษะกระแทกกับขอบท่อระบายน้ำและใช้เชือกผูกรองเท้ามัดคอจนเสียชีวิต เหตุเกิดใน จ.อิบารากิ ประเทศญี่ปุ่น หลังจากเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจญี่ปุ่นสามารถติดตามจับกุมตัว นายศักดิ์สมุทร, นายมังกร และนายชาตรี ได้ ก่อนให้การยอมรับว่าได้จ้างวานให้ นายบุญทา ผู้ต้องหารายนี้ เป็นผู้ลงมือก่อเหตุ เนื่องจากไม่พอใจและเชื่อว่าผู้ตายทั้งสองคนนั้นขโมยเงิน 1.5 ล้านเยนจากตู้เซฟ ซึ่งเป็นเงินที่ได้มาจากการลักทรัพย์ตู้ยอดเหรียญสาธารณะในขณะที่ทำงานอยู่ในประเทศญี่ปุ่นไป ส่วนนายบุญทา ผู้ต้องหารายนี้นั้นหลังจากก่อเหตุได้หลบหนีออกนอกประเทศกลับเข้ามากบดานซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ จ.เชียงราย

พ.ต.อ.จรูญเกียรติ กล่าวต่อว่า สำหรับการจับกุมดำเนินคดีนั้น เป็นไปตามกระบวนการกฎหมายอาญามาตรา 8 ว่าด้วยการทำผิดนอกราชอาณาจักรและคนไทยเกี่ยวข้องด้วยซึ่งสามารถดำเนินคดีภายในราชอาณาจักรไทยได้ เจ้าหน้าที่ กก. 4 บก.ป. จึงได้ติดตามไปจับกุมตัวนายบุญทาเมื่อวันที่ 15 ม.ค. 59 ที่ผ่านมา พร้อมทั้งถูกส่งตัวให้ศาลอาญาดำเนินการตามกฎหมาย ต่อมานายบุญทา ยื่นเสนอหลักทรัพย์เงินสด 7 แสนบาทประกันตัว เพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราว แต่ระหว่างที่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว นายบุญทา กลับไม่ยอมมารายงานตัวต่อศาลตามกำหนด มีพฤติการณ์เข้าข่ายหลบหนีคดี ทางศาลฯ

ผกก.4.บก.ป.กล่าวต่ออีกว่า ต่อมาสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ได้ประสานมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบเพื่อให้ช่วยติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหารายนี้อีกครั้ง จึงได้นำกำลังลงพื้นที่สืบหาเบาะแส กระทั่งทราบว่านายบุญทา ได้หลบหนีไปพักอาศัยอยู่กับผู้มีอิทธิพลและนักการเมืองท้องถิ่นรายหนึ่งในพื้นที่ จ.เชียงราย และเป็นพื้นที่เดิมที่เคยถูกจับกุมตัวได้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากย่ามใจไม่คิดว่าเจ้าหน้าที่จะย้อนรอยกลับมาที่เดิมอีกครั้ง จนสามารถติดตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว

สอบสวน นายบุญทา ให้การปฏิเสธ และขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น ส่วนกรณีที่ถูกกล่าวหาว่าหลบหนีคดีหลังจากได้รับการประกันตัวนั้น ยืนยันว่าไม่ได้หลบหนีไปไหน ยังคงพักอาศัยอยู่ที่บ้านพักหลังเดิมประกอบอาชีพทำนา ขายน้ำพริก และเป็นกำนันอยู่ใน ต.บ้านด้าย อ.แม่สาย จ.เชียงราย ส่วนที่เจ้าหน้าที่ตามหาตัวไม่พบนั้น เพราะคงไม่คิดว่าตนจะกลับมาพักอาศัยอยู่ที่เดิม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับก่อนส่งตัวให้ศาลอาญารับตัวไปดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.