วันพุธที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เผยประกันสรยุทธ5ล้าน ยังไม่รับฎีกา-แค่ปล่อยชั่วคราว ห้ามออกนอกประเทศ!

เผยข้อกฎหมาย ศาลอนุญาตปล่อยตัวสรยุทธ กับอดีตพนักงานบ.ไร่ส้ม ด้วยหลักประกันคนละ 5 ล้าน เป็นการปล่อยตัวชั่วคราวหลังผู้พิพากษาที่พิจารณาลงชื่อในคำพิพากษาชั้นต้นมีคำรับรองตามป.วิฯ อาญา ยังไม่ถึงขั้นตอนการรับ หรือไม่รับฎีกา...

วันที่ 12 ก.ย. ภายหลังผู้พิพากษาในสำนวน มีคำรับรอง และนายมนต์อนันต์ เรืองจรัส ทนายความของนายสรยุทธ ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา กับน.ส.มณฑา ธีระเดช อดีตพนักงาน บจก.ไร่ส้ม จำเลยที่ 3-4 ในคดีสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหนาที่โดยมิชอบฯ ซึ่งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้พิพากษา จำคุก 13 ปี 4 เดือน และต่อมา ศาลพิจารณาแล้ว อนุญาตให้ทั้งสองประกันตัวด้วยหลักทรัพย์คนละ 5 ล้านบาท กำหนดเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล และให้จำเลยทั้งสอง ต้องมารายงานตัวต่อศาลทุก 3 เดือน

สำหรับรายละเอียด กรณีผู้พิพากษาที่ร่วมพิจารณาคดีนี้ในศาลชั้นต้น และมีชื่อในคำพิพากษาของศาลชั้นต้น อนุญาตให้ จำเลยที่ 2-4 ยื่นฎีกา เป็นไปตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 221 ที่บัญญัติว่า ในคดีซึ่งห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ในคดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลล่าง หรือเพียงแต่แก้ไขเล็กน้อย และให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี, มาตรา 219 ในคดีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แล้วศาลอุทธรณ์ยังคงลงโทษจำเลยไม่เกินกำหนดดังกล่าว และมาตรา 220 ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในคดีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง

"หากผู้พิพากษาคนใดซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษา หรือทำความเห็นแย้งในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์พิเคราะห์เห็นว่าข้อความที่ตัดสินนั้นเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุดและอนุญาตให้ฎีกา หรืออธิบดีกรมอัยการลงลายมือชื่อรับรองในฎีกาว่ามีเหตุอันควรที่ศาลสูงสุดจะได้วินิจฉัย ก็ให้รับฎีกานั้นไว้พิจารณาต่อไป"

อย่างไรก็ตาม ในส่วนนางพิชชาภา เอี่ยมสะอาด อดีตพนักงาน อสมท จำเลยที่ 1 ปรากฏว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้ยื่นขอให้ผู้พิพากษาอนุญาตฎีกาในประเด็นข้อเท็จจริง หรือยื่นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย รวมทั้งยังไม่มีการยื่นคำร้องขอประกันตัวระหว่างฎีกาแต่อย่างใด ซึ่งคดีมีเวลาที่จะดำเนินการยื่นฎีกาภายใน 30 วันนับแต่ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยจะครบกำหนดในวันที่ 29 ก.ย.นี้ หากยื่นฎีกาไม่ทันก็สามารถยื่นขอขยายเวลาฎีกาต่อศาลได้.