วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จิรทศ ถิรนุทธิ ทายาทธุรกิจเครื่องหนัง “บางกอก บู๊ทเทอร์รี่”

สานต่องานที่บรรพบุรุษสร้างไว้ด้วยความซื่อสัตย์ ขยัน อดทน

ในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การทำงานจึงต้องมีการปรับตัว ปรับความคิด เหมือนเช่น จิรทศ ถิรนุทธิ ผู้บริหารวัย 30 ต้นๆที่ได้พยายามสานต่อธุรกิจของบรรพบุรุษที่ยืนยงมายาวนานกว่า 80 ปี ให้ขานรับกับการทำงานของโลกยุคใหม่ ด้วยความตั้งใจและทุ่มเท

คุณซัน-จิรทศ ผู้บริหารวัย 33 ปี เล่าถึงชีวิตและงานของเขาว่า เป็นลูกคนที่ 3 ในจำนวนทั้งหมด 4 คนของ วรศักดิ์-ชื่นจิต ถิรนุทธิ โดยเขาเป็นลูกชายคนโต ตั้งแต่เด็กโตมาก็เห็นป๊าทำธุรกิจผลิตเครื่องหนัง ทั้งกระเป๋ารองเท้าขาย โดยอาก๋งตั้งธุรกิจสร้างโรงงานตั้งแต่ปี 2480 และป๊าได้รับช่วงต่อมาจากอาก๋งและพี่ๆอีกที เพราะป๊าเป็นลูกคนเล็ก ในจำนวน 7 คน มีอายุห่างจากพี่คนโต กว่า 30 ปี ป๊าลุยงานจากการรับจ้างผลิตเพื่อส่งออก มาเป็นสร้างแบรนด์ของตัวเอง ในชื่อ บางกอกบู๊ทเทอร์รี่ (Bangkokbootery) พร้อมบอกลูกๆให้มาทำงานที่บ้าน “อย่าไปกินน้ำใต้ศอกใคร” ด้วยเหตุนี้พอเรียนจบจาก ร.ร.กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ก็ไปเรียนด้านการเงิน ที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และไปต่อปริญญาโท ในวิชาการเป็นเจ้าของกิจการ ที่ University of Surrey ที่อังกฤษ และได้กลับมาเริ่มทำงานอย่างเต็มตัว โดยมีน้องสาวต่อจากเขาดูร้านที่ต่างจังหวัด ทั้งหัวหินและภูเก็ต ส่วนเขาดูโรงงานการผลิตและร้านที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่เข้ามาดูงานก็ได้พยายามพัฒนางานผลิต งานออกแบบ รวมทั้งการตลาด จนปัจจุบันเป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกบู๊ทเทอร์รี่ ดิเอ็กโซติก จำกัด อย่างเต็มตัว

“ในการทำงาน ป๊าได้สอนทุกอย่าง ตั้งแต่วัดเท้าอย่างไร ออกแบบ และตัดอย่างไรให้สวยด้วยใส่สบายด้วย ลูกค้าที่มาสั่งตัดหรือซื้อรองเท้าไป เราจะบอกเลยว่า ถ้าใส่ไม่สบายอย่าเอาไปนะ เราจะเน้นเรื่องความซื่อสัตย์จริงใจเป็นหลัก เพราะไม่ได้ขายแค่สินค้า เราขายบริการด้วย ซึ่งทำให้เราอยู่ได้มาจนทุกวันนี้ ผมก็ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของป๊าที่ทำให้เราเห็น จากนั้นแกก็ปล่อยให้เราทำ จากที่เห็นป๊าทำงานทุกอย่าง ทำให้ผมก็ลุยงานทุกอย่างเองหมด แล้วก็ชอบที่จะเรียนรู้งาน การทำงานธุรกิจครอบครัว เราแบ่งงานกันทำและรับผิดชอบกันไป มีอะไรก็ปรึกษากัน อย่างการเปิดร้านที่กรุงเทพฯ หลังจากที่ร้านแรกได้ปิดตัว เหลืออยู่แต่ในต่างจังหวัด ป๊าก็บอกไม่ต้องไปเปิดร้านที่กรุงเทพฯ หรอก แต่เรามองว่าไม่ได้ ต้องมีร้านที่กรุงเทพฯ เพราะลูกค้าเก่าๆเขาถามหา เราก็แอบไปเปิดที่ MBK (มาบุญครอง) หน้าโรงแรมโซนจิวเวลรี่ จากนั้นก็ขยายไปตามศูนย์การค้าต่างๆ เฉพาะที่กรุงเทพฯมีทั้งหมด 5 สาขา คือที่สยามพารากอน, เซ็นทรัล ชิดลม, ดิ เอ็มโพเรียม, สยามดิสคัฟเวอร์รี่ และ MBK ส่วนต่างจังหวัดมีที่ภูเก็ต และหัวหิน ”

จากความสำเร็จในการขยายงาน ขยายธุรกิจ ได้พิสูจน์ความสามารถของผู้บริหารไฟแรงคนนี้ ซึ่งเขายอมรับว่า 10 ปีของการทำงานที่ผ่านมา ก็ภูมิใจที่ได้เห็นยอดขายโตก้าวกระโดดทุกปี พิสูจน์ให้ที่บ้านเห็นว่าเราทำได้ ซึ่งสิ่งที่ทำให้ตนมาถึงวันนี้ เพราะความขยันและอดทน งานนี้เป็นงานที่ตนรักเป็นธุรกิจของครอบครัวที่เราโตมากับมัน การได้เห็นงานก้าวหน้า ได้เห็นพ่อแม่ มีความสุข ใช้ชีวิตในวัยเกษียณอย่างมีความสุขไปเที่ยวทั่วโลก แค่นี้ก็มีความสุข ถือเป็นความสำเร็จในชีวิตแล้วครับ!....เป็นความสุขที่ได้ตอบแทนพระคุณบุพการีไปพร้อมกันด้วย ซึ่งน่ายกย่องทีเดียว.