วันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บ้านที่ดีต้องชาร์จแบตให้เรา! เปิดอาณาจักรสีขาว 'ฌอน ชวนล' เจ้าของแบรนด์ดัง (คลิป)

"บ้านที่มันไม่ต้องใหญ่ก็ได้ จะเป็นห้อง หรือว่าเป็นคอนโดเล็กๆ ก็ได้ แต่ถ้าเราแต่งหรือว่าเราทำที่ตรงนี้ให้มันเป็นที่ของเรา มันจะเหมือนกับว่ามันเป็นที่ชาร์จแบตที่ดีให้กับเรา" 

ไฮโซทาวน์ ไทยรัฐออนไลน์ มีโอกาสได้ไปเยือนกันถึงบ้านดีไซเนอร์ไฮโซคนดัง 'ฌอน ชวนล' ผู้ก่อตั้งเสื้อผ้าแบรนด์หรู เราไม่พลาดล้วงลึกเรื่องบ้านของเขาคนนี้มาฝากกัน เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งหลังที่เราไปมาแล้วรู้สึกประทับใจจนเก็บภาพไว้ในหัวเพื่อที่จะนำมาเป็นแรงบันดาลใจในการแต่งบ้านของเรา

ดีไซเนอร์คนดัง เล่าให้เราฟังเมื่อพบเจอหน้ากันว่า ตอนนี้อาชีพหลักของผมเป็นดีไซเนอร์ให้กับเเบรนด์ POEM ซึงเป็นแบรนด์ที่ผมก่อตั้งขึ้นมาเองเมื่อประมาณ 11 ปีที่แล้ว เดือนตุลาคม ปี 2017 ก็จะครบรอบ 11 ปีพอดี เอาจริงๆ มันเป็นงานที่ตั้งเเต่เด็กเราไม่เคยคิดว่าจะมาเป็นแฟชั่นดีไซเนอร์เลย แล้วก็เป็นงานที่แบบว่าจับพลัดจับผลูเพราะว่าผมเรียนสถาปัตย์ฯ มา พอเรียน ตอนนั้นเรายังไม่ได้รับปริญญาก็มาทำ มาเปิดร้านขายเสื้อผ้าที่สยาม

จุดเริ่มต้นแบรนด์หรูที่เซเลบ คนดังต้องเคยใส่ 

ทำไมถึงคิดที่จะเปิดร้านขายเสื้อผ้าทั้งๆ ที่จบสถาปัตย์มา? มันมีเหตุการณ์หลายอย่างในชีวิต ที่มันทำให้เราต้องมาทำอาชีพนี้ สมัยเรียนสถาปัตย์จุฬา จะมีละครสถาปัตย์จุฬา มันก็ต้องมีคนทำคอสตูมใช่มั้ย? แล้วตั้งแต่ปี 1 ที่เข้าคณะ เราก็จะได้รับมอบหมายให้ทำคอสตูมตลอด เพราะว่าด้วยความที่บ้านเรา คุณแม่เปิดร้านเสื้อ นอกจากนั้นละครมหา’ลัยมีงบที่จำกัด มันก็เหมือนเป็นงานที่เราต้องทำ คือที่บ้านก็จะช่วยด้วย ติดกัน 5 ปี พอเราได้ทำเราก็สนุก เรารู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่เราชอบอย่างหนึ่ง แต่ก็ยังไม่คิดว่าจะทำเป็นอาชีพนะ จนวันหนึ่งที่เหมือนกับว่าทำละครมหา’ลัยจบ แล้วก็เราก็มีช่างอยู่ที่บ้าน ช่วงนั้นเป็นช่วงยุคเศรษฐกิจฟองสบู่ เหมือนห้องเสื้อก็จะไม่ค่อยมีงานเท่าไหร่ คนไม่ค่อยเข้าร้านตัดเสื้อแล้ว คนซื้อเสื้อผ้าสำเร็จรูปตามห้างแบบว่าง่ายๆ เร็วๆ

พอมีช่างว่างของคุณแม่ เราก็เลยลองวาดแบบ สเกตช์แบบ มาให้ช่างที่ร้านทำ แล้วบังเอิญเราไปเดินร้านที่สยาม แถวโรงหนังสยาม เหมือนกับเขามีร้านที่รับฝากขาย มี Young Designer หรือว่าดีไซเนอร์ที่ยังไม่มีหน้าร้าน สามารถเอาไปฝากขายได้ ผมก็ลองทำไปขายดู ปรากฏว่ามันก็ขายได้ วันเเรกที่เราเอาไปแขวน ลูกค้าคนเเรกที่มาซื้อจำได้เลยก็คือ ลูกเกด จิรดา โยฮารา ทุกวันนี้ยังคุยกันอยู่เป็นเพื่อนกันอยู่ ยังเป็นลูกค้าจนถึงทุกวันนี้"

ตอนเด็กฝันอยากเป็นสถาปนิก

พูดเลยว่า ตอนเด็กๆ ฝันอยากจะเป็นสถาปนิก ทุกวันนี้ก็ยังชอบงาน อินทีเรียดีไซน์ อาร์คิเทคเจอร์ ดีไซน์ หรือว่า แลนด์สเคป ดีไซน์ เรามีสถาปนิกในดวงใจของเรา เรามีอินทีเรีย ดีไซเนอร์ในดวงใจของเรา เรามีแลนด์สเคป ดีไซเนอร์ในดวงใจ ถ้าดูว่าอย่างช่วงประมาณปีนึงที่ผ่านมาอินสตาแกรมจะให้มีเซฟคอลเลกชั่นได้เหมือนกับกดขวาสุดเป็นรูปธงอะ ถ้าไปดูของผมเนี่ยก็จะมีแต่งานอินทีเรีย ดีไซน์ มีแบบไลฟ์สไตล์ของดีไซน์เนอร์แต่ละคนที่เขาอยู่ในบ้านเบบไหน ผมชอบอะไรอย่างนั้นตั้งแต่เด็กไงมันทำให้เราตีความมาเป็นงานดีไซน์ของเราก็จะเหมือนกับว่ามีสไตล์ของเราในทิศทางนี้ เราก็ชอบแต่งบ้านเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้วซื้อบ้านหลังนี้ เราก็จะแต่งบ้านในแบบที่เราชอบ”

บ้านน้อยสีขาว

บ้านหลังนี้ซื้อจริงๆ น่าจะประมาณ 3 ปีกว่าเกือบ 4 ปีแล้วนะ แต่อยู่จริงๆ ถ้ากันยานี้ก็ครบ 2 ปีแล้ว ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจมาอยู่เองด้วยนะ ตอนแรกซื้อบ้านหลังเพราะว่าเป็นเรือนหอของน้องชาย น้องชายแต่งงาน แล้วน้องชายเหมือนเลือกมาประมาณ 3-4 ที่ แล้วให้ผมเลือกตัดสินใจว่าจะเอาหลังไหน เพราะว่าผมเรียนสถาปัตย์มาไง การตัดสินใจเรื่องแบบนี้ของที่บ้านเนี้ยะ เหมือนจะมีเหตุผลว่าเราเรียนมา แต่จริงๆ ก็ไม่หรอก (หัวเราะ) แต่ผมก็เลือกหลังนี้ เพราะว่าอย่างแรกเลยมันด้วยความที่เราเป็นคนโตมาในเมือง โตมาในบ้านคุณแม่ที่อยู่ถนนสุรวงศ์ ตรงสีลมแถวนั้น เป็นอาคารตึกแถวอาคารพาณิชย์ที่สูง 7 ชั้น แล้วก็เหมือนกับว่ามีฝุ่นควันตลอดเวลา คือถึงแม้จะทำเลถือว่าเป็นทำเลทอง แต่คุณภาพชีวิตในเชิงสุขภาพ หรือในเชิงสุนทรียะมันไม่มีอะไรอย่างงี้ไง

เราก็เลือกบ้านอย่างแรกคือสิ่งที่เราขาดหายไปในวัยเด็ก ต้นไม้ บ้านที่มีพื้นที่ มีสวน เราก็จะต้องเลือกอย่างนั้นก่อน เพราะว่าก่อนหน้านี้ ผมก็อยู่คอนโดมาก็อยู่ในเมือง วงเวียนใหญ่ก็ใกล้ๆ สาทร มันก็ไม่มีสเปซ 9 โมงเช้าปุ๊บ รถเสียงแตรรถมันก็จะดัง เราเลือกบ้านที่เงียบ มีต้นไม้แล้วก็มีสเปซ

ปรากฏว่าพอน้องชายมาอยู่ได้ประมาณสักครึ่งปี น้องชายแต่งงานแล้วก็มาอยู่กับน้องสะใภ้ ผมก็อยู่ด้วยจนมีหลาน อยู่ได้ช่วงหนึ่งที่มีหลานแล้ว เขาทำออฟฟิศของ POEM เริ่มเป็นหลักเป็นแหล่ง เริ่มก่อร่างสร้างตัวขึ้นมา แล้วน้องชายก็ทำออฟฟิศ มีทีมโปรดักชั่นอะไรที่อยู่ที่ออฟฟิศ มันอยู่ไกลมากอยู่สำโรงอะ อยู่ปู่เจ้าสมิงพราย เขาก็เลยคิดว่าตรงนี้มันไกลเกินไป แล้วเขาก็เหมือนกับว่าเขาก็ซื้อบ้านอีกหลังนึง เขาซื้อคอนโดดีกว่า น้องชายเขาเหมือนเป็นนักการเมือง เขามีการลงทุนของเขา ที่ผมก็อยู่คนละโลกกับเขา คือเขาซื้อคอนโดอันนึงเขาซื้อไว้เก็งกำไร แต่ด้วยความที่ทำเลบ้านหลังนี้มันไกลมากจากที่ทำงานไง

ทุกวันนี้ผมก็ขับรถไปทำงานที่สำโรงนะ แต่ผมจะเข้างานสายได้ แล้วไม่ต้องเข้าทุกวัน จะไปดูงานดีไซน์มากกว่าคือผมยังมีงานอย่างที่ผมต้องรับผิดชอบ เขาก็เลยย้ายไปอยู่คอนโดที่เขาซื้อไว้ที่นึงที่มันใกล้กว่า แล้วกลายเป็นว่าบ้านหลังนี้ก็เหลือผมอยู่คนเดียว เราเคยอยากได้บ้านเงียบๆ แล้วหลังนี้ก็ มันได้ความเงียบจริงๆ คือเงียบแบบเงียบ”

เราชอบอยู่มืดๆ เงียบๆ เหมือนอยู่ในป่า คือเป็นสิ่งที่เราชอบ เราชอบเสียงจิ้งหรีด จากการอยู่ใจกลางเมืองเราไม่เคยได้สัมผัสอะไรแบบนี้ เรารู้สึกว่านี้เป็นสิ่งที่เราตามหา เป็นบ้านในอุดมคติของเรา ต้องมีต้นไม้ เป็นบ้านสีขาว ผมชอบสีขาวมาก เป็นบ้านสีขาวที่มีต้นไม้มีสวนแล้วก็มีอะไรที่อยู่ใกล้กับธรรมชาติ”

วางคอนเซปต์บ้านหลังนี้ด้วยตัวเอง

ผมเป็นคนออกแบบเอง คือเราวางคอนเซปต์ของเราเอง แต่เราก็มีอินทีเรีย ดีไซเนอร์ที่คอยเคลียร์แบบให้ เรียกได้ว่าคอนเซปต์ในเชิงสเปซทั้งหมดผมเป็นคนตั้งไว้ ว่าสเปซไหนใช้ยังไงแล้วก็ ผ้าม่านกั้นสเปซได้หรือว่ามีพาทิชั่นอะไรแบบนี้ ด้วยความที่เรียนสถาปัตย์มา เราให้ความสำคัญกับเรื่องสเปซเราชอบสเปซที่สูง แล้วก็มีแสงธรรมชาติเข้ามาในบ้าน เราเลือกบ้านหลังริมเพราะว่าระนาบด้านข้างของบ้านของบ้านจะมีแสงธรรมชาติเข้ามา

สัตว์สตัฟฟ์ตกแต่งเต็มบ้าน

สัตว์สตัฟฟ์คือเริ่มมาชอบเมื่อ 3-4 ปีที่ผ่านมา ด้วยความที่คือมีครั้งหนึ่งไปเที่ยวฝรั่งเศส ไปปารีส แล้วก็ได้มีโอกาสเข้าไปในช็อปร้านนึงเหมือนพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา แต่จริงๆ เขาเป็นร้านขายของนะ เป็นอุปกรณ์ตกแต่งสวนชองชำร่วยที่เป็นผีเสื้อสตัฟฟ์ หรือว่าสัตว์สตัฟฟ์ใหญ่ๆ สิงโตหรือว่ายีราฟบางทีเขาก็มี แล้วเราชอบมากเหมือนกับว่า เราอยู่ตรงนั้นได้ทั้งวันเลย ตอนไปเที่ยวกับแม่ แม่ก็บอกว่ากลับได้แล้ว (หัวเราะ) ไม่อยากอยู่ตรงนี้แล้วมันอยู่นานเกินไป เราอินอยู่คนเดียว หลังจากนั้นกลับมาเราเริ่มสะสมหาตามสวนจตุจักรบ้าง จากเพื่อนๆ หามาให้บ้าง 

ของตกแต่งชิ้นแพง

ไม่ค่อยมีนะ มันไม่ได้แพงขนาดนั้น บ้านอื่นอาจจะมีเฟอนิเจอร์เวอซาเช่ตัวละ 5 ล้านบาท แต่เราจะไม่ใช้สายที่ใช้แบรนด์เนมแพง ถ้าไลฟ์สไตล์ส่วนตัวเราถ้ามารู้จักดีจะรู้ว่าผมจะใส่เสื้อผ้าง่ายๆ ใส่ยูโคล่ ใส่แบบเสื้อผ้าตามห้างทั่วไป ซื้อสวนจตุจักรไรงี้ก็ได้ ผมไม่ได้ใส่แบรนด์เนม แต่เราเลือกซีเล็คชั่นของเรา มันจะบ่งบอกว่าไลฟ์สไตล์เราเป็นยังไง

พื้นที่บ้านหลังนี้

ที่ดิน 73 ตารางวารวมสวนด้วย แล้วก็พื้นที่ใช้ซอยประมาณ 350 ตารางเมตร จริงๆ มี 4 ห้องนอน แต่ด้วยความที่อยู่คนเดียว ก็เลยทำให้เหลือแค่ 2 ห้องนอน เป็น 'ห้องมืด' กับ 'ห้องสว่าง' นอกจากนั้นก็มีห้องหนังสือ ห้องนั่งเล่นเล็กๆ ซึ่งไม่ค่อยได้ใช้ แต่ห้องที่สำคัญที่สุดคือ 'ห้องทำงาน' เป็นห้องที่สำคัญที่สุดในชีวิตเพราะว่า 50-80% ที่อยู่บ้านหลังนี้จะอยู่ในห้องทำงาน เอาตรงๆ ถ้าอยู่บ้านส่วนมากก็คือทำงานในห้องทำงาน ซึ่งเราจะมีสตูดิโอเล็กๆ ที่ถ่ายรูปได้ เป็นสตูดิโอที่ถ่ายทำเองง่ายๆ

บ้านสไตล์โมเดิร์น คลาสสิก

สไตล์เราเรียกว่า มันมีคนเคยถามคำถามมาหลายครั้งมาก แต่มันก็ไม่มีคำตอบที่ตรงที่สุด แต่คำตอบที่ใกล้ที่สุดน่าจะเป็น โมเดิร์น คลาสสิกดีกว่า คือมีความโมเดิร์นผสมอะไรหลายๆ อย่างที่เป็นคลาสสิก เน้นสีโทนสว่างขาว เทา สีเงิน กระจก

มุมโปรดที่สุด

น่าจะเป็นห้องทำงาน คือห้องทำงานเป็นห้องที่เลือกไว้แล้วว่าจะมีแสงเข้ามาเท่านี้ แล้วก็นั่งทำงานได้โดยที่ไม่ต้องเปิดไฟ ต้องเป็นแสงธรรมชาติแล้วก็ เงียบ เห็นต้นไม้ 

บ้านที่ดีในความคิด 'ฌอน ชวนล'

บ้านที่ดีมันจะต้องชาร์จแบตให้กับเราได้ ถ้าเราทำงานหรือว่าเหนื่อยมาจากข้างนอก แล้วมาอยู่บ้านเรากลับมานอนที่นี้ ตอนเช้าเราต้องมีเอนเนอร์จีออกไปทำงาน สู้กับโลกภายนอกต่อได้ นี้คือบ้านที่ดีมันเหมือนกับว่ามันไม่ต้องใหญ่ก็ได้ มันจะเป็นห้อง หรือว่าเป็นคอนโดเล็กๆ ก็ได้ แต่ถ้าเราแต่งหรือว่าเราทำที่ตรงนี้ให้มันเป็นที่ของเรา มันจะเหมือนกับว่ามันเป็นที่ชาร์จแบตที่ดีให้กับเรา

บ้านในฝัน

หลังนี้เป็นเหมือนบ้านในฝันของเรานะ อย่างน้ำพุ ก็เป็นสิ่งที่ชอบมาตั้งแต่เด็ก เพราะว่าเราชอบดูหนังสือบ้านนู้น เราก็จะตัดแปะเอาไว้ในสมุดเล่มนึงเล็กๆ อยากได้น้ำพุแบบนี้ อยากได้ต้นไม้รกๆ แบบนี้

ตอนที่ซื้อบ้านหลังนี้ราคาอยู่ที่ประมาณ 8-9 ล้าน จำราคาแน่ๆ ไม่ได้เพราะว่าคนที่ซื้อจริงๆ เป็นน้องชาย ส่วนเราจะรู้ในส่วนตกแต่งคือตกแต่งตอนแรกมันไม่ได้แพงมากน ค่อยๆ ซื้อของเข้ามาตกแต่ง คือมันไม่ใช่บ้านที่แพงนะ เราไม่ได้ตื่นเต้นกับบ้านที่แพงแต่เราตื่นเต้นกับบ้านที่เราเลือก แล้วก็เป็นบ้านในฝันของเราในวัยเด็ก คือผมเป็นคนที่ คนก็จะรู้ดีว่าเราไม่ได้ยึดติดกับมูลค่าในเชิงตัวเลข