วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปลูกข้าวโพด..หวาน แบบสมาร์ทฟาร์ม

ช่วง 1–2 ปีที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์วาดฝันจะยกระดับเกษตรกรไทยเป็นสมาร์ทฟาร์มเมอร์ นัยว่าอยากก้าวเข้าสู่ยุคเกษตร 4.0

แต่ในความเป็นจริง เวลาและงบประมาณที่เสียไปแทบจะสูญเปล่า หรือต่อให้อีก 10 ปี ยังยากจะก้าวไปถึงจุดนั้น ตราบใดที่เกษตรกรยังไม่เข้าใจเลยด้วยซ้ำ เกษตรปลอดภัย เกษตรอุตสาหกรรมคืออะไร แถมบางพื้นที่น้ำไฟยังเข้าไม่ถึง...แต่มีเอกชนกลุ่มหนึ่งซุ่มทำสมาร์ทฟาร์มสำเร็จมาตั้งแต่ 5 ปีที่แล้ว ยุคที่รัฐยังไม่รู้จักคำนี้

“เราทำธุรกิจข้าวโพดครบวงจร เกษตรกรลูกฟาร์มจะปลูกข้าวโพดขายให้เรา แต่ทำกันแบบธรรมชาติที่เคยทำมานาน คอยพึ่งฟ้าพึ่งฝน ควบคุมปัจจัยอะไรไม่ได้ สุดท้ายหนีไม่พ้นวัฏจักรน้ำท่วมน้ำแล้ง ผลผลิตไม่ได้คุณภาพ ขาดทุน ได้ราคาต่ำ จึงเริ่มศึกษาเทคโนโลยีของไต้หวัน ญี่ปุ่น และเนเธอร์แลนด์ นำมาประยุกต์กับสภาพของไทย จนปี 2555 ประสบความสำเร็จ จนเป็นฟาร์มต้นแบบ ก่อนจะกลายเป็นศูนย์เรียนรู้การปลูกข้าวโพดหวาน ให้ความรู้แก่เกษตรกร และผู้สนใจทั่วไป”

มานพ ซ้อนฝั้น ผู้จัดการฝ่ายสมาร์ทฟาร์ม บริษัทซันสวีท เล่าถึงที่มาของศูนย์เรียนรู้ปลูกข้าวโพดหวานหมู่บ้านแพะประทานพร อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่...หัวใจสำคัญของการเกษตรอยู่ที่น้ำและดิน ฉะนั้น ที่นี่จะเน้นการเดินระบบน้ำหยด มีการขุดบ่อน้ำสูบน้ำโดยพลังงานแสงอาทิตย์ ควบคุมโดยเครื่องควบคุมระบบอัตโนมัติ มีตัวเซ็นเซอร์วัดค่าความชื้นในดิน...หากชื้นน้อยระบบก็เปิดน้ำอัตโนมัติ หากชื้นเพียงพอก็หยุดจ่ายน้ำ

ส่วนเรื่องดินฟ้าอากาศ ก่อนปลูกจะวัดค่าต่างๆในดิน ปริมาณแร่ธาตุ แล้วใช้ปุ๋ยสั่งตัดให้ตรงกับความต้องการของดินและพืช หลังจากปลูกเสร็จแต่ละครอป จะฝังกลบต้นข้าวโพดให้เป็นปุ๋ยพืชสด ช่วยประหยัดค่าปุ๋ยได้อีกทาง ที่สำคัญมีเครื่องวัดสภาพภูมิอากาศ ส่งตรงถึงสมาร์ทโฟน เกษตรกรเปิดแอพพลิเคชั่น สามารถทราบล่วงหน้าถึงสภาพลมฟ้าอากาศ เพื่อเตรียมการรับมือให้ได้ทันท่วงที

สิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจน หลังทำเกษตรแบบสมาร์ทฟาร์ม...พื้นที่ 1 ไร่ เดิมใช้เมล็ดพันธุ์ 1 กก. ได้ผลผลิต 1 ตัน แต่พอนำระบบนี้มาใช้ ผลผลิตได้ถึง 3 ตัน

จากเดิมปลูกได้ปีละ 1-2 ครอป ต้องดูสภาพดินฟ้าอากาศ แต่ตอนนี้ปลูกได้ 3 ครอป...ต้นทุนค่าปุ๋ย-ยา-แรงงาน ลดจากไร่ละ 6,000 บาท เหลือแค่ 3,600 บาท

ที่สำคัญผลผลิตข้าวโพดฝักใหญ่ได้น้ำหนัก เมล็ดเรียงสวยได้คุณภาพ ทำให้ได้ราคาดีขึ้น จนเกษตรกรเข้าร่วมโครงการเหลือกำไรสุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายไร่ละ 8,000 บาทต่อครอป.

กรวัฒน์ วีนิล