วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดาจิม แร็พไทย ชีวิตพลิกผัน หลังตัดสินใจบางอย่างผิดพลาด

หากย้อนกลับไปในช่วงที่โซเชียลยังไม่เป็นยุคที่เฟื่องฟู และงานเพลงในยุคนั้นดังด้วยคุณภาพ มีศิลปิน นักร้องมากมายที่ดังแบบสุดๆ ในยุคนั้น พอมา ณ ปัจจุบัน กลับเงียบหายไปตามกาลเวลา ดังเช่น ตั้ม สุวิชชา สุภาวีระ ทุกคนรู้จักเขาในชื่อ "ดาจิม" นักร้องแรปเปอร์เพลงใต้ดิน ที่ขึ้นมาดังบนดิน มีเพลงฮิตติดหูมากมาย เช่น 704, โยกย้าย, กระสือ, ดาจิม มาแล้ว เป็นต้น 

ซึ่งในปัจจุบัน เขายังคงทำงานเพลงอยู่ แต่เพียงแค่ย้ายตัวเองจากบนดินกลับลงใต้ดินคืนเหมือนเดิม ด้วยความนิยมของการฟังเพลงที่เปลี่ยนไป และตัวเขาเองก็ยอมรับว่า คิดผิดที่กลับลงไปทำเพลงใต้ดิน เพราะทุกวันนี้มันสามารถดาวน์โหลดฟรี ไม่ต้องเสียตังค์ ทำให้จำนวนเงินจากยอดดาวน์โหลดที่เคยหวังไว้ มันกลับเจ๊งลงไม่เป็นท่า

ช่วงที่หายไป ไปทำอะไรมา? “ช่วงที่หายไป ต้องบอกแบบนี้คือผมหมดสัญญากับค่ายจีนี่ เรคคอร์ด เมื่อปี 2550 แล้วก็ไม่ได้ต่อ แล้วก็มาทำอัลบั้มใต้ดินของตัวเอง ออกเมื่อปี 2552 กับค่ายเอ็นวายยู เป็นค่ายใต้ดิน เสร็จ คนก็อาจจะไม่ค่อยได้เห็น เพราะเราไม่ค่อยได้ออกสื่อ เพราะมันอยู่ใต้ดิน

จากนั้นก็ปี 2554 ขึ้นไปอยู่ค่ายบนดินอีกครั้งนึง แต่เป็นค่ายเล็กๆ ชื่อว่าค่ายแมสคอต ก็ทำเป็นซิงเกิ้ล มีอยู่ 2 เพลง ตอนนั้นรู้สึกว่าปี 2554 รู้สึกจะเป็นยุคของโซเชียล ทำอัลบั้มมามันก็ไม่ได้ มันต้องทำทีละเพลง เพราะเดี๋ยวค่ายเจ๊งหมด (หัวเราะ) ออกเป็นซิงเกิ้ล

คือจริงๆ ต้องบอกแบบนี้ดีกว่า ว่าจริงๆ ไม่ได้หายไปไหนเลยนะ ยังทำเพลงปล่อยปีละเพลง หรือสองปีเพลงอยู่ตลอด เพียงแต่ว่าไม่ได้มีค่ายเป็นค่ายใหญ่ ไม่ได้ออกสื่อแบบชัดเจนออกทีวีชัดเจน คนก็เลยตามไม่เจอ แล้วอีกอย่างงานของผม ผมมีคอนเสิร์ตจ้าง แต่ว่าส่วนใหญ่จะออกต่างจังหวัด ทีมเราก็เป็นทีมดีเจ เล่นต่างจังหวัดเป็นหลัก ในกรุงเทพฯ ก็มีบ้างแต่น้อย

แต่คอนเสิร์ตใหญ่ๆ ที่ได้ขึ้น อย่างปีที่แล้วเมื่อต้นปี มีคอนเสิร์ต RCA 90’s Reunion ไม่รู้ใครได้ไปหรือเปล่า ที่จัดที่ไบเทคบางนา นั่นก็คือได้ออกงานคอนเสิร์ตใหญ่ หลังจากปีนั้นผมก็ยังได้ขึ้นคอนเสิร์ตบิ๊กเมาเท่นอยู่ แต่ว่ามันไม่ได้ออกสื่อใหญ่ ยังมีงานก๊อกแก๊กๆ อยู่เรื่อยๆ เพราะว่าเราไม่ได้มีค่ายใหญ่แค่นั้นเอง”

แล้วอย่างไปออกคอนเสิร์ตต่างจังหวัด เพลงที่เอาไปร้องเป็นเพลงของตัวเอง? “เป็นเพลงของตัวเอง เพราะว่าตอนที่ผมหมดสัญญากับจีนี่เรคคอร์ดมา เราตกลงกับทางผู้ใหญ่จีนี่ไว้ว่า คือลิขสิทธิ์เพลงเป็นลิขสิทธิ์ของจีนี่ แต่ว่าด้วยความที่เพลงเป็นเพลงที่ผมแต่งเองทั้งหมด ผมก็เลยขอแชร์ๆ กันคนละครึ่ง

ด้วยการที่ผมสามารถเอาเพลงมาเล่นคอนเสิร์ตได้ตามปกติ แต่ไม่มีการเอามาทำใหม่ คือเล่นได้เล่นคอนเสิร์ตจ้าง แล้วก็ผ่านไปโดยที่ไม่ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์อะไร โดยที่เราตกลงกับทางจีนี่ เรคคอร์ดไว้ ซึ่งมันจะไม่เหมือนกับศิลปินบางคน บางคนเขาอาจจะไม่ได้แต่งเพลงเองไง เวลาจะเอาเพลงมาเล่น เขาอาจจะต้องไปขอซื้อมา นี่คือข้อแตกต่าง”

แล้วกระแสตอบรับการออกมาทำเพลงเอง เป็นยังไงบ้าง? “ก็ มันก็เงียบก็แค่นั้นเอง เพราะว่าต้องบอกไว้ก่อนว่า พอเรามาอยู่ในยุคที่เป็นโซเชียลแล้วเนี่ย ผมมีแค่เพจอย่างเดียวชื่อว่า DSC.Dajim แล้วก็เฟซบุ๊ก แล้วก็ไลน์ ไอจี ซึ่งถ้าเราไม่หมั่นอัพเดตมันมากๆ บางทีคนก็ตามเราไม่ถึง แล้วผมก็เป็นคนแบบนั้นจริงๆ ด้วย คนที่จะทำให้ก็คือเป็นเพื่อนในวง จะเป็นคนแบบว่าโพสต์ให้”

ตอนนี้เพลงขายยากกว่าเมื่อก่อน? “ถูกต้องครับ เพลงมันขาย ไม่รู้จะขายอะไร เพราะว่าศิลปินทุกคนเขาทำเพลงเพลงนึง เขาก็ต้องถ่ายเอ็มวี พอเขาทำเอ็มวีก็แปะลงยูทูบ พอแปะเสร็จจะต้องดาวน์โหลดเพื่อ 35 บาท ซึ่งก่อนหน้านี้มันเป็นยุคที่จะฟัง ต้องดาวน์โหลดทางโทรศัพท์ อาจจะเป็นกดดอกจันทน์ นู่นนี่นั่น

สมัยนี้คือมันต้องแปะเอ็มวีด้วย แล้วทุกคนมีโซเชียลอยู่ในมือ อยากฟังเพลงนี้ก็เปิดฟังพร้อมดูเอ็มวีเลย ก็ฟรีตลอด ไม่รู้เหมือนกันว่าขายอะไร (หัวเราะ)”

แล้วที่ทำมาได้อะไรไหม? “ทุกวันนี้ผมต้องใช้วิธีของผม ซึ่งโอเคมันอาจจะได้น้อยแต่ว่ามันสบายใจ ก็คือผมทำเพลงเพลงนึงมา ทำเอ็มวี ทำเองลงทุนเองหมด แล้วก็ไปฝากโบกเกอร์ใช้วิธีวิ่งหาคอนเนกชั่นโบกเกอร์เยอะๆ คนที่ขายงานคอนเสิร์ตให้เรา ก็บอกว่าเรามีเพลงใหม่แล้วนะ หรือไม่ก็วิ่งเข้าหาสายดีเจตามผับ

เพราะเพลงเรามันเจาะผับ มันเล่นอยู่ในผับ ให้เขาเปิดเอ็มวีหรือส่งให้ดีเจ ว่ามีเพลงใหม่มาแล้วนะ จ้างเรามั้ย (หัวเราะ) เพราะรายได้หลักมันมาจากตรงนี้ งานจ้างมากกว่า มันขายเทปขายซีดีไม่ได้ ผมใช้วิธีนี้ครับ ทำเพลงเสร็จเพลงนึงก็วิ่งหาโบกเกอร์เองเลย สนใจจะจ้างเล่นคอนเสิร์ตก็ติดต่อ อินบ็อกซ์มา ราคากันเอง”

แล้วอย่างงานเพลงยังเหมือนเดิม แนวเดิมไหม? “ตอนนี้คือตามอารมณ์เลย คือก่อนหน้านี้ก็ทำเพลงบนดินจ๋า แบบว่าเปิดวิทยุได้แล้ว อีก 6 เดือน ก็ทำเพลงแบบใต้ดิน หยาบคายสุดๆ มันอยู่ที่อารมณ์เราเพราะเราเป็นอิสระไง พออีกปีก็มาทำเพลงเรกเก้เนี่ย เพิ่งปล่อยที่ทำกับพี่แก๊ปทีโบนทำให้ ชื่อเพลงว่า แท็กซี่บีเคเค"

รายได้หลักมาจากการร้องเพลง? “ถูกต้อง ใช่ ก่อนหน้านี้เคยทำเสื้อ T-Shirt ขายก็มันก็ไม่ใช่รายได้ที่มันอยู่ได้ ตั้งแต่สมัยตอนดังๆ เลยดีกว่าสมัยปี 45-46 เคยทำผับ หุ้นกันทำผับเลย รัชดาซอย 4 ยุคแรกเลย ทำผับทำไปก็เจ๊งไป

การทำผับเนี่ยไม่ใช่ว่ามีเงินแล้วมาทำได้นะ มันมีรายละเอียดยิบย่อยเยอะมากในรูปแบบของการทำร้านอาหารหรือผับ อีกอย่างเราก็ไม่ใช่ตัวจริงด้วย ตอนนั้นมีแต่ชื่อ ตังค์นิดหน่อยก็มาร่วมหุ้นกันหลายหุ้น ก็ไม่รอด แล้วก่อนหน้านั้นอีก 3-4 เดือนก็ไปทำ มีเพื่อนอยู่ที่เกาะล้านก็ไปใช้ชีวิตอยู่เกาะล้านมาประมาณครึ่งปี

เขาทำบาร์เหล้าแบบฝรั่งที่ติดอยู่บนหาด ก็ไปขลุกอยู่กับเขา 6 เดือน แต่เขาประสบความสำเร็จ แต่เราไปทำหุ้นลม คือไม่ได้ลงทุนแต่ว่าเอาชื่อเสียงไปช่วยเขาทำ ก็ได้เป็นเปอร์เซ็นต์นิดๆ หน่อยๆ แล้วก็มีทำเกี่ยวกับพวกร้านเหล้านี่ มีอยู่ช่วงนึงไปทำเออีผับ มีรุ่นพี่ก็คือพี่นิควงยูโฟ เขาทำแล้วจังหวะเราว่างก็ลองไปทำดู

ก็เป็นประสบการณ์ใหม่ๆ แต่ตอนนี้ไม่ไหว เราไม่สูบบุหรี่แล้วต้องไปอยู่กับคนที่สูบในผับ ก็ลองมาหลายอาชีพ แต่ปัจจุบันเนี่ยงานผมไม่เยอะ ผมอาจจะมีเดือนละงาน ผมอยู่ได้เพราะผมไม่มีหนี้สินอะไร ยังไม่มีลูกไม่มีเมีย ยังโสดอยู่”

ปีนี้อายุเท่าไหร่? “40 ถ้วนพอดี มกราปีหน้าถึงจะ 41 ก็มีต้าพาราด็อกที่รุ่นเดียวกัน ผมเกิด 2520”

ย้อนกลับไปตอนที่รุ่งเรือง ความประทับในตอนนั้นคืออะไร? “แฟนคลับมีความเหนียวแน่น เวลาผมไปเล่นที่ไหน จะมีคนตาม เพราะตอนนั้นผมขอย้อนกลับไปถึงผมทำใต้ดินเลยนะ ใต้ดินชุดแรกของผมคือปี 2543 ใต้ดินชุดสองที่ทำให้ดังคือปี 2544 ผมไปเล่นชลบุรี ไปเล่นโคราช ซึ่งในยุคนั้นเราเป็นศิลปินใต้ดิน

ไม่มีค่ายแต่เรามีคอนเสิร์ต มีการขายยอดเทป ยอดซีดีได้มากกว่าศิลปินบนดินบางวงด้วยซ้ำ ณ ตอนนั้นรู้สึกภูมิใจตอนนั้นแหละครับ คือคนสมัยก่อนมันดัง มันดังที่ตัวเพลง ตัวเพลงดังทำให้นักร้องดัง ผมไม่รู้นะว่าสมัยนี้มันมีรายการที่เป็นอคาเดมี่อ่ะ ประกวดนู่นนี่นั่นเยอะๆ

คือดังเพราะหน้าตาหรือเปล่า ดังเพราะการประกวดแล้วมีแฟนคลับ มันอาจจะเป็นยุคเป็นสมัยของเขา แต่จริงๆ ก็ไม่ได้เปรียบเทียบหรือว่าอะไร ไม่ได้ซีเรียส เพราะเราก็ต้องอยู่กับปัจจุบันให้ได้”

หลายๆ คนมองว่าดาจิมเป็นตัวจริงเรื่องแรปคนนึงของเมืองไทย? “ผมมองว่ามันเป็นยุคแรกๆ คือสมัยก่อนก็ลองไปดูมันมีแรปกี่คน ยุคนั้นมันไม่มีโซเชียล คนแรกๆ ก็จะมี จริงๆ มีวงแรกๆ มาก่อนคือวง TKO มีพี่เจ เจตริน มีพี่โจ้ โจอี้บอย ตอนนั้นมีวงอีก 2-3 วง แต่ไม่ดัง ดีเจเชาเชา ไซม่อน โทนี่

แล้วตอนที่ผมออก ก็เป็นใต้ดินคนแรก เป็นของแปลกของใหม่ เพราะตอนนั้นศิลปินแรปที่ออกเทปเนี่ย ส่วนใหญ่เขายังอยู่บนดินกันหมด ซึ่งตอนนั้นมี ขันที ก็จะอยู่บนดิน แต่ยังไม่ใช่ไทเทเนี่ยมนะ ประมาณนี้แหละครับ ไม่กี่วงเอง แล้วที่เราโด่งดังได้ น่าจะเป็นเพราะว่า เป็นแรปเปอร์คนแรกที่เป็นใต้ดิน

ตอนนั้นมันมีหลายวงมากที่เมืองนอกที่ร้องหยาบๆ ด้วยความที่ตัวผมเราก็ฟังเพลงสากลอยู่แล้ว ก็ตัดสินใจทำเพลงใต้ดินก่อน จริงๆ สามารถทำเพลงแล้วไปเสนอค่ายบนดินก็ได้ แต่ไม่เอา เพราะตอนนั้นไม่ได้คิดไกลมาก ว่าจะต้องเป็นนักร้องดังนะ เป็นแค่พนักงานขายเทป อยากทำเพลงเล่นๆ กับเพื่อน แล้วใต้ดินชุดแรกออกมาไม่ดัง ชุดสองถึงดัง”

ถ้าเกิดว่ามองกลับไปในยุคที่มีโจอี้บอย เขาก็ยังดัง แต่กับดาจิม ดร็อปลง เคยคิดน้อยใจไหม? “ผมไม่ได้น้อยใจ ผมแค่คิดว่าผมตัดสินใจอะไรบางอย่างผิดไป คือผมอยู่บนดินอยู่ดีๆ อยู่แล้ว เรื่องผมมันมีอะไรมาเยอะ เกี่ยวกับเรื่องแฟนเพลงนี่แหละ คือผมอยู่บนดิน ผมดังมาจากเพลงใต้ดิน

พอผมมาอยู่บนดิน แฟนเพลงที่เป็นใต้ดินเขาก็ไม่ชอบ เพราะเพลงมันซอฟต์กว่าตอนใต้ดิน ก็เลยตัดสินใจที่จะออกมาทำใต้ดิน พอหมดสัญญากับบนดิน พอกลับมาทำใต้ดินอัลบั้มนึง 15 เพลงเต็มๆ กลับกลายเป็นขายไม่ได้อีก เพราะมันดันไปเข้ากับยุคที่มีเอ็มพี 3 เกลื่อนๆ เลยทีนี้ พอเราวางวันแรก วันต่อไปก็มีแผ่นเอ็มพี 3 เต็มไปหมด

ก็ขายแผ่นของจริงไม่ได้ ทำให้เราที่ทำกับโปรดิวเซอร์เราเนี่ยเจ๊ง ขายไม่ได้ก็เป็นปัญหาอีก อยู่บนดินก็แฟนคลับไม่ชอบ พอกลับมาอยู่ใต้ดิน แฟนเพลงใต้ดินก็ไม่ควักเงินซื้อของแท้ ก็อยู่ไม่ได้อีก มันมีปัญหาเยอะเลย

ในเมื่อรู้ล่วงหน้าว่ามันก็มีค่าเท่ากัน สู้กลับไปอยู่บนดินดีกว่า เพราะว่าชื่อมันจะได้ไม่หาย มันก็จะอยู่ในสื่อตลอด ผมเป็นศิลปินแรปคนเดียวที่อยู่ในจีนี่เรคคอร์ด เพราะทุกวันนี้จีนี่เรคคอร์ดเป็นร็อกจริงๆ ร็อกหมด”

กลับไปได้ไหม? “คงกลับไปไม่ได้แล้วแหละ ก็รู้สึกเสียดาย มันเป็นการตัดสินใจที่พลาดด้วย ตอนนี้ก็เป็นฟรี เป็นอิสระหมดทุกอย่างเลย ซึ่งต้องขอบคุณจีนี่อยู่อย่างนึง เรื่องลิขสิทธิ์เพลงนี่แหละ คือคุยกับผมไว้ว่าให้เพลงผมเอาเพลงไปร้องได้ แต่ว่าห้ามไปทำใหม่แค่นั้นเอง เหมือนเราไปรับงานจ้างก็ร้องเพลงของเราก็จบไป ไม่มีการเรคคอร์ดมาขายใหม่"

เคยมาตามไหมว่า เพลงที่ลงยูทูบยอดวิวเท่าไหร่? “เคยตาม ตามตลอด อย่าง จิ้มจุ่มไหม ล่าสุดก็ขึ้นไปประมาณ 5-6 หมื่นเอง แต่อันนี้ฮากว่า เพลงที่ผมบอกว่าเป็นข่าว คลิปที่ผมโบกแท็กซี่แล้วไม่ไป จะบอกว่าก่อนหน้านี้เมื่อปี 2015 ผมทำเพลงชื่อว่า แท็กซี่บีเคเค ไว้ จากปี 2015 ที่ปล่อย

จนมาถึงก่อนหน้านี้ก่อนที่เป็นข่าวคลิป ยอดมันแค่แสนเดียว แต่พอเป็นข่าวคลิป ไม่ว่าจะเป็นช่องไทยรัฐ ผมก็เพิ่งไปออก ถามตรงๆ กับจอมขวัญมา ภายในวันสองวันตอนนี้รู้สึกว่ายอดจะสามแสนละ 2 ปีเพิ่งแสนเดียว พอเป็นข่าวไม่ถึงอาทิตย์ ขึ้นเลย (หัวเราะ) อย่างน้อยมันก็เหมือนเพลงใต้ดิน

ที่ถ้าคุณไม่มีการโปรโมตมัน ให้วันเวลาผ่านไป 2-3 ปี มันก็ยังเป็นเพลงใหม่อยู่ เพราะว่ามันไม่มีการเปิดเผยหรือรับฟังมาจากคนที่ยังไม่รับรู้ อะไรที่ไม่เคยรับรู้ ก็ยังเป็นของใหม่เสมอ คนได้ฟังครั้งแรก ผมก็บอกเพลงใหม่ผม ทั้งๆ ที่มันเป็นปี 2015 บอกเพลงใหม่เขาก็เชื่อนะ เขาเพิ่งฟังครั้งแรกเหมือนกัน ทุกวันนี้ผมก็เอาเพลงพวกนี้มาบอกเป็นเพลงใหม่ๆ มันก็เป็นเพลงใหม่สำหรับคนใหม่ๆ อยู่ดี”.