วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คลังจี้ลดดอกเบี้ยนโยบาย ธปท.สวนไม่ลดหวั่นเสถียรภาพการเงินเสี่ยง

“ปลัดคลัง” จี้ ธปท.ลดดอกเบี้ยนโยบายให้สอดคล้องนโยบายการคลัง ย้ำไม่น่าห่วง หากลดดอกเบี้ยแล้วดันเงินเฟ้อสูงขึ้นจนหลุดกรอบ พร้อมจับตา ธปท.เร่งจัดการค่าเงินบาทแข็งเกินหน้าคู่แข่ง ด้าน ธปท. สวนกลับไม่ลดดอกเบี้ยนโยบายแน่ เพราะเหมาะสมแล้ว ลั่นถ้าลดอาจเสี่ยงต่อเสถียรภาพการเงิน พร้อมรับดูแลค่าบาทเต็มที่

นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาหัวข้อ “นโยบายการคลัง พลิกฟื้นเศรษฐกิจไทย ครึ่งปีหลัง 2560” ในงานสัมมนาพิเศษ KTAM Exclusive Talk ว่า นโยบายการเงินและนโยบายการคลังต้องสอดคล้องกัน ที่ผ่านมา กระทรวงฯออกมาตรการต่างๆ มากแล้ว จึงขอความร่วมมือให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีนโยบายการเงินควบคู่กันด้วย ซึ่งอาจลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง เพราะขณะนี้ดอกเบี้ยนโยบายของไทยสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน อีกทั้งอัตราเงินเฟ้อต่ำกว่าเป้าหมายแล้ว และที่ผ่านมา มีเงินทุนต่างชาติไหลเข้าตลาดไทย 60,000-100,000 ล้านบาท จึงไม่น่าเป็นห่วง หาก ธปท.จะลดดอกเบี้ยลงแล้วเงินเฟ้อสูงขึ้นจนเกินเป้าหมายเล็กน้อย

ด้านนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง กล่าวว่า ขณะนี้ ค่าเงินบาทไทยแข็งค่ามากกว่าสกุลเงินของประเทศคู่แข่ง ซึ่งจะทำให้การแข่งขันของไทยยากขึ้น ธปท. รับทราบ และอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการแก้ไข “ต้องติดตามการทำงานของ ธปท.ว่า จะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร เพราะเป็นหน้าที่ของ ธปท. กระทรวงฯไม่ได้ดูแลโดยตรง ที่ผ่านมา ได้ออกมาตรการช่วยเหลือบ้าง แต่ค่าเงินบาทแข็ง ไม่น่ามีผลกระทบมากนักต่อเศรษฐกิจรวม และผู้ส่งออก”

ขณะที่นายเมธี สุภาพงษ์ รองผู้ว่าการ ธปท.สายเสถียรภาพระบบการเงิน กล่าวว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เห็นว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบาย หรืออัตราดอกเบี้ยในตลาดซื้อคืนพันธบัตรอายุ 1 วัน ยังเหมาะสม และผ่อนคลายเพียงพอ การลดดอกเบี้ยนโยบายเพื่อให้เงินเฟ้อเข้าสู่เป้าหมายได้เร็วขึ้นนั้นมีผลจำกัด เพราะเงินเฟ้อในปัจจุบัน ชะลอตัวจากราคาน้ำมันและราคาสินค้าเกษตร ทำให้ต้นทุนของธุรกิจถูกลง ขณะที่เศรษฐกิจยังฟื้นตัวต่อเนื่องในปีนี้ และปีหน้า ขณะเดียวกัน การตัดสินใจนโยบายการเงิน นอกเหนือจากการดูเป้าหมายเงินเฟ้อแล้ว ธปท.ยังพิจารณาจากบริบทแวดล้อมทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการขยายตัวของเศรษฐกิจ และเสถียรภาพระบบการเงิน ซึ่งการลดดอกเบี้ยนโยบายขณะนี้ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพระบบการเงิน

“แม้ปีนี้ การดำเนินนโยบายการเงินของไทย จะทำให้เงินเฟ้อมีโอกาสหลุดเป้าเป็นปีที่ 3 แต่ไม่ได้เกิดขึ้นกับไทยประเทศเดียว เงินเฟ้อต่ำเกิดขึ้นทั่วโลก และหลายประเทศ ที่ใช้กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ ก็อยู่ในสถานการณ์เดียวกัน เพราะเงินเฟ้อปัจจุบันเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้าง ทั้งจากการ เพิ่มขึ้นของผลผลิตน้ำมันทั่วโลก การซื้อขายออนไลน์ ที่ทำให้การแข่งขันสูงขึ้น และต้นทุนต่ำลง รวมถึงการออมเพื่อการเกษียณที่มากขึ้น แต่ถ้าถามว่า เมื่อเงินเฟ้อเปลี่ยนไป ทำไมไม่ลดกรอบเงินเฟ้อ มองว่าเงินเฟ้อในระยะต่อไปจะเพิ่มขึ้นช้าๆ จึงไม่อยากทำให้สับสน เพราะถ้าลดเป้าหมายในช่วงนี้ และขึ้นในช่วงต่อไปเมื่อเงินเฟ้อขึ้นอาจสร้างความไม่มั่นใจได้”

ส่วนการดูแลค่าเงินบาท ที่ผ่านมา ธปท.แทรกแซงตลาดเงินเพื่อลดความผันผวน และดูแลค่าเงินบาทไม่ให้กระทบกับภาพรวมเศรษฐกิจ และภาคเอกชน แต่จะทำเมื่อจำเป็น “ธปท.รับทราบความเป็นห่วงของ รมว.คลัง และติดตามค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิด หากจำเป็นต้องมีมาตรการดูแลก็มีเครื่องมือพร้อมแล้ว”.