วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"อภิรดี" บินลัดฟ้ากรุยทางรอ "บิ๊กตู่" สหรัฐฯ ขอเคลียร์โอทีที-หมูเนื้อแดง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 12-17 ก.ย.นี้ นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ จะนำคณะตัวแทนจากรัฐบาลไทย เช่น กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์, สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.), กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฯลฯ เดินทางเยือนสหรัฐฯ เพื่อหารือกับหน่วยงานต่างๆ เช่น สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (ยูเอสทีอาร์) ถือเป็นการเตรียมการก่อน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเดินทางเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการในช่วงต้นเดือน ต.ค.นี้

สำหรับประเด็นที่ยูเอสทีอาร์มองว่ายังเป็นปัญหาและอุปสรรค และต้องการความคืบหน้าจากไทย ในช่วงที่ พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางไปเยือนสหรัฐฯ ยังคงเป็นประเด็นเดิมๆ ที่เคยเรียกร้องอย่างต่อเนื่องให้ไทยแก้ปัญหา โดยเฉพาะสหรัฐฯ ต้องการให้ไทยนำเข้าเนื้อหมู และเครื่องในหมู ที่เลี้ยงโดยการใช้สารเร่งเนื้อแดง (แรคโตพามีน) โดยสหรัฐฯ อ้างว่า ต้องการให้ไทยทำตามมาตรฐาน Codex (โครงการมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ) ที่อนุญาตให้ใช้สารดังกล่าวได้ในปริมาณที่เหมาะสม ขณะที่ไทยมีกฎหมายห้ามใช้สารเร่งเนื้อแดงในการเลี้ยงหมู เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค

นอกจากนี้ ในประเด็นที่ กสทช.จะออกหลักเกณฑ์กำกับดูแลธุรกิจบริการสื่อสาร และแพร่ภาพและเสียงผ่านอินเตอร์เน็ต (Over-the-Top Services : OTT หรือโอทีที) นั้น สหรัฐฯต้องการให้ไทยปรึกษาหารือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียก่อนมีผลบังคับใช้จริง เพราะกรณีนี้ผู้ให้บริการโอทีทีรายใหญ่ของสหรัฐฯ ทั้งยูทูบและเฟซบุ๊ก จะได้รับผลกระทบโดยตรง พร้อมกันนั้น สหรัฐฯ ยังต้องการให้ไทยเปิดตลาดนำเข้าเนื้อสัตว์ปีก และเนื้อไก่งวง โดยต้องการให้เป็นไปตามข้อกำหนดขององค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ แต่สาเหตุที่ไทยยังไม่เปิดตลาดเพราะยังพบไข้หวัดนกระบาดในบางพื้นที่ของสหรัฐฯ

ส่วนประเด็นที่ยูเอสทีอาร์ต้องการความคืบหน้าจากไทยในช่วงการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (เอเปก) ในเดือน พ.ย.นี้ ได้แก่ ระบบการประเมินค่าปรับศุลกากร เพื่อหลีกเลี่ยงผลประโยชน์ที่ขัดแย้ง ที่สร้างแรงจูงใจในการได้รายได้ส่วนแบ่งจากรางวัลนำจับ, ยกเลิกการห้ามนำเข้าเนื้อสัตว์ที่มีสารเร่งเนื้อแดงตกค้างตามมาตรฐาน Codex, การเปิดตลาดเครื่องในวัวจากสหรัฐฯ และค่าธรรมเนียมการตรวจสอบเนื้อที่ยังไม่ปรุงสุก ซึ่งไทยควรคิดค่าธรรมเนียมของสินค้านำเข้าและสินค้าในประเทศให้ใกล้เคียงกัน.