วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มีหมายเรียก 'นศ.แพทย์' พบตํารวจ พยายามฉ้อโกง มหาวิทยาลัยสั่งให้พักการเรียน

พนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร ออกหมายเรียกหนุ่ม นศ. แพทย์ปี 6 วางยาฆ่าหมาเอาเงินประกันเข้าพบ 18 ก.ย.นี้ เบื้องต้นเตรียมแจ้งข้อหาพยายามฉ้อโกง ส่วนข้อหาทารุณกรรมสัตว์ยังไม่มีหลักฐานชี้ชัด ขณะที่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลสั่งพักการเรียน สอบสวนเอาผิดทางด้านจริยธรรม รวมทั้งประเมินสภาพจิตใจ หากพบว่ารุนแรงขัดต่อการศึกษา จะเสนอมหาวิทยาลัยพิจารณาให้พ้นสภาพนักศึกษา เผยตัวนักศึกษาที่ก่อเหตุ มีภาวะย้ำคิดย้ำทำตั้งแต่ปี 3 จนมีอาการมากเมื่อขึ้นปี 6 ขณะเจ้าตัวรับเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น และยังคิดว่าสามารถเรียนแพทย์ได้

ภายหลังกลุ่ม วอต์ชด็อก ไทยแลนด์ (Watchdog Thailand) หรือ WDT และบริษัท ขนส่ง เอช.เอส.เค.เอ็กซ์เพรส อินเตอร์เนชั่นแนล แอนด์ เซอร์วิส จำกัด โดยนางณัฐนันท์ หรือหญิง จีระวิวิธพร เจ้าของบริษัทขนส่ง เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร ให้ดำเนินคดีกับเจ้าของสุนัขพันธุ์ปอมเมอเรเนียน หลังว่าจ้างจากโรงแรมย่านซอยลาดพร้าว 18 ให้ขนส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์แห่งหนึ่งในตัวเมืองนครราชสีมา แต่สุนัขตายระหว่างทาง เจ้าของสุนัขได้เรียกร้องค่าประกันกับบริษัทขนส่ง แต่เมื่อโรงพยาบาลสัตว์ผ่าพิสูจน์พบสุนัขกินยาเกินขนาดทำให้ช็อกตาย เชื่อถูกวางยาเรียกเงินประกัน โดยเรื่องที่เกิดขึ้น ตัวแทนปศุสัตว์นครราชสีมาเข้าแจ้งความตำรวจ สภ.โพธิ์กลาง จ.นครราชสีมา ให้ดำเนินคดีผู้ป้อนยาให้สุนัข ตาม พ.ร.บ.ทารุณกรรมสัตว์ เมื่อวันที่ 9 ก.ย. ต่อมาทราบว่า เจ้าของสุนัขเป็นหนุ่มนักศึกษาแพทย์ ชั้นปีที่ 6 คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลมหาวิทยาลัยมหิดล โดยพนักงานสอบสวนเตรียมออกหมายเรียกมาให้ปากคำสัปดาห์หน้า

ความคืบหน้าเรื่องนี้เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 11 ก.ย. ที่ สน.สุทธิสาร พ.ต.อ.เติมเผ่า สิริภูบาล ผกก.สน.สุทธิสาร เปิดเผยว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกครั้งที่ 1 ส่งไปยังภูมิลำเนาของนักศึกษาแพทย์ผู้นี้ใน จ.นครราชสีมาแล้ว โดยให้เข้าพบพนักงานสอบสวนในเวลา 10.00 น. วันจันทร์ที่ 18 ก.ย. ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้พยายามติดต่อประสานไปยังนักศึกษาแพทย์ให้เข้ามาให้ปากคำ แต่ยังไม่สามารถติดต่อได้ เบื้องต้นเข้าข่ายความผิดข้อหาพยายามฉ้อโกง เพราะมีการหลอกลวงแล้วแต่ยังไม่ได้เงิน เป็นความผิดที่เกิดขึ้นสำเร็จ ส่วนข้อหาทารุณกรรมสัตว์ยังไม่มีหลักฐานชี้ชัดว่าเกิดขึ้น แต่จะพยายามรวบรวมหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยจะติดตามพนักงานโรงแรม sillemon ซอยลาดพร้าว 18 ที่ออกไปแล้ว เรียกมาสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อหาหลักฐานเพิ่มว่ามีพนักงานคนใดบ้างที่อยู่โรงแรมในวันเกิดเหตุ ได้เข้าไปทำความสะอาดห้องพัก พบเม็ดยาหล่นอยู่หรือพบเห็นการป้อนยาหรือไม่ หากพบตัวยา จะนำไปเปรียบเทียบกับยาที่พบในสุนัขตัวที่ 2 ว่าเป็นยาชนิดเดียวกัน คล้ายกัน หรือตัวยาเดียวกันหรือไม่

พ.ต.อ.เติมเผ่ากล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ได้สอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องไปครบถ้วน ทั้งบริษัทขนส่ง และเจ้าของฟาร์มสุนัข หากนักศึกษาแพทย์จะอ้างว่ามีอาการป่วยทางจิต เมื่อมาพบเจ้าหน้าที่ จะส่งตัวให้แพทย์ตรวจวินิจฉัยว่าป่วยจริงหรือไม่ หากป่วยจริงก็ว่าไปตามกระบวนการกฎหมายที่ทางนักศึกษาแพทย์จะใช้ในการต่อสู้คดี จากการตรวจสอบประวัติอาชญากร ยังไม่พบประวัติการก่อเหตุแต่อย่างใด

วันเดียวกัน ที่ตึกอำนวยการโรงพยาบาลศิริราช นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมทีมผู้บริหาร ได้เชิญนักศึกษาแพทย์ที่ถูกกล่าวหาวางยาฆ่าสุนัขเพื่อหวังเอาเงินประกันพร้อมผู้ปกครอง เข้ามาให้ปากคำกับโรงพยาบาลศิริราช โดยไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้ารับฟังข้อมูล

ต่อมา นพ.ประสิทธิ์แถลงผลหลังพูดคุยกับนักศึกษาแพทย์ที่ถูกกล่าวหาวางยาฆ่าสุนัขว่า จากการประชุมคณะกรรมการประจำคณะแพทยศาสตร์ศิริราช พยาบาล วาระพิเศษ กรณีนักศึกษาแพทย์ถูกกล่าวหาว่าทำร้ายสุนัขและเรียกเงินประกัน ที่ประชุมมีมติให้ 1.ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางจริยธรรมกับนักศึกษาดังกล่าว หากประเมินแล้วมีผลตัดสินว่ามีความผิด ทางจริยธรรมจริง จะส่งเรื่องไปยังมหาวิทยาลัยมหิดล ดำเนินการต่อไปตามเกณฑ์ความผิดด้านจริยธรรม 2.คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล จะเฝ้าติดตามรักษาปัญหาด้านจิตใจอย่างใกล้ชิด หากการเจ็บป่วยทางด้านจิตใจได้รับการประเมินว่า มีความรุนแรงขัดต่อการศึกษาด้านแพทยศาสตร์ จะเสนอมหาวิทยาลัยมหิดลพิจารณาให้พ้นสภาพนักศึกษา 3.คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล จะเฝ้าติดตามความคืบหน้าของกระบวนการยุติธรรม หากผลทางอาญาเป็นที่สิ้นสุด และมีความผิด จะเสนอมหาวิทยาลัยมหิดลให้พิจารณาให้พ้นสภาพการเป็นนักศึกษา และในระหว่างนี้ ให้นักศึกษาแพทย์ที่ถูกกล่าวหาพักการศึกษาตั้งแต่บัดนี้ จนกว่าผลตัดสินการดำเนินการตามมติข้างต้นจะสิ้นสุด โดยแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลจะดำเนินการด้วยความละเอียดรอบคอบแก่ทุกฝ่าย โดยยึดหลักคุณธรรม จริยธรรม และหลักกระบวนการยุติธรรม

เมื่อถามถึงผลการพูดคุยกับนักศึกษา นพ. ประสิทธิ์กล่าวว่า จากการให้ข้อมูลของนักศึกษาคนดังกล่าวให้ข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา มีข้อมูลบางส่วน รวมถึงแนวคิดบางอย่างไม่เป็นไปอย่างที่สื่อมวลชนนำเสนอ เป็นเรื่องที่ต้องสืบสวนต่อไป อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น้องพูดวันนี้เขารู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น สิ่งที่กังวลคือไม่อยากให้คณะแพทย์เสียชื่อ ไม่อยากให้วิชาชีพแพทย์ต้องเสียศรัทธาจากประชาชน แต่หากผลการตัดสินออกมาก็ยอมรับคำตัดสินโดยไม่ขออุทธรณ์ เรื่องนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะแล้วเสร็จเมื่อไหร่ แต่ยืนยันไม่ช้า ส่วนตนไม่ขอออกความเห็น เพราะไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นการตัดสินโดยคนคน เดียว เรื่องนี้ขอให้เป็นมติร่วมของคณะกรรมการจะไม่ด่วนตัดสิน เพราะหากไม่ใช่ สุดท้ายอาจจะกลายเป็นการทำลายอนาคตของคนคนหนึ่งก็เป็นได้ เบื้องต้นตัวนักศึกษายังคิดว่า สามารถเรียนแพทย์ได้ แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาตัดสินของคณะกรรมการ

นพ.ประสิทธิ์กล่าวต่อว่า สำหรับภาวะด้านจิตใจนั้นพบว่า นักศึกษาคนดังกล่าวเริ่มมีภาวะย้ำคิดย้ำทำ เมื่อช่วงปี 3 แต่สามารถเรียนต่อได้ ก่อนจะเป็นมากขึ้นเมื่อขึ้นปีที่ 6 จึงให้พักการเรียน แต่ยืนยันร้อยเปอร์เซ็นต์ อาการย้ำคิดย้ำทำไม่ใช่โรคจิตเภท ไม่มีผลกระทบกับการประกอบวิชาชีพไม่ว่าจะเป็นวิชาชีพใดก็ตาม ทั้งนี้ก็ขอให้ความมั่นใจในกระบวนการผลิตแพทย์ออกมาดูแลผู้ป่วยนั้นจะมีมาตรฐาน ไม่ใช่ช่วยเหลือให้ผ่านไป โดยจะมีจิตแพทย์คอยประเมินสภาพจิตใจของนักศึกษาตลอดอยู่แล้ว หากมีปัญหาที่กระทบกับการประกอบวิชาชีพจะให้พ้นสภาพการเป็นนักศึกษาแพทย์ ขอให้สังคมมั่นใจ นักศึกษาที่มาเรียนแพทย์ ก่อนจบต้องมั่นใจว่าเป็นแพทย์ที่ดี หากมีจุดใดที่เสี่ยงคณะฯจะตรวจสอบ ไม่ปล่อยให้จบไปแล้วมีปัญหาภายหลัง อดีตที่ผ่านมา มีนักเรียนที่สอบผ่านข้อเขียน แต่เมื่อสอบสัมภาษณ์ถ้าสภาพจิตใจไม่เหมาะสมก็ไม่รับ ที่จริงส่วนใหญ่มักไม่เกิดในช่วงปีแรก มักเกิดในช่วงปีท้ายๆ ถึงเจอ แต่ถ้าตรวจพบจะให้ยุติสภาพการเป็นนักศึกษาแพทย์ เป็นทุกสถาบัน เชื่อว่าคนทั่วไปเองก็ย่อมมีความเครียด ทั้งนี้การที่จะมีปัญหาทางด้านจิตใจนั้นมีปัจจัยหลายอย่าง อาทิ พันธุกรรม สิ่งแวดล้อม การเรียนแพทย์ก็ทำให้เครียด แต่ไม่ได้เป็นสาเหตุหลัก เพราะนักศึกษาส่วนใหญ่ไม่ได้เป็น เขาสามารถจัดการได้ พักสักระยะก็กลับมาเป็นปกติ บางคนอาจจะมีปัจจัยบางอย่าง อาจจะไม่สามารถจัดการความเครียดได้ด้วยตัวเอง เราต้องพยายามรักษา เบื้องต้นนักศึกษาก็มีความกังวลและเครียดบ้าง

ด้าน นพ.รุ่งนิรันดร์ ประดิษสุวรรณ รองคณบดีฝ่ายการศึกษาก่อนปริญญากล่าวว่า ไม่ขอพูดชื่อโรค ทราบแต่ว่านักศึกษามีปัญหาทางจิตใจ ที่เริ่มตั้งแต่ปี 3 แต่เป็นน้อย สามารถเรียนได้ จนเริ่มเป็นมากในปีที่ 6 เมื่อปี 2558 เริ่มมีปัญหามาเป็นระยะ ปีที่6 นั้นเป็นการศึกษาระดับคลินิก ต้องเจอคนไข้ ฝึกปฏิบัติกับคนไข้ มีทั้งทฤษฎี และปฏิบัติ แต่จะมีอาจารย์แพทย์ และแพทย์ประจำบ้าน คือแพทย์รุ่นพี่ ประเมินอย่างใกล้ชิดตลอด ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน นักศึกษาคนดังกล่าวไม่ผ่านวิชาอายุรศาสตร์ และเมื่อดูสาเหตุที่ไม่ผ่าน พบว่ามาจากสภาพจิตใจเลยให้พัก แต่เมื่อดีขึ้นก็เข้ามาศึกษาต่อรายวิชาที่ไม่ผ่านนั้น ตามระบบสถาบันผลิตแพทย์ทุกแห่งจะเป็นแบบนี้อยู่แล้ว ไม่ใช่การช่วยเหลือกัน ยืนยันให้โอกาสนักศึกษาทุกคนได้เรียนโดยอนุญาตให้ใช้เวลาไม่เกิน 2 เท่าของหลักสูตร ซึ่งหลักสูตรแพทย์เรียน 6 ปี ดังนั้นจึงมีโอกาส 12 ปี