วันพฤหัสบดีที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผลหวยไทยรัฐงวดนี้จะออกอะไร ติดตามผลหวยงวดนี้ ตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล เช็คหวยและตรวจสลากที่ต้องต้องแม่นยำ
ผลหวยไทยรัฐงวดนี้จะออกอะไร ติดตามผลหวยงวดนี้ ตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล เช็คหวยและตรวจสลากที่ต้องต้องแม่นยำ

ฎีกายืนชดใช้ 36 ล. คนคลิตี้เฮ ให้เหมืองตะกั่วฟื้นฟูลําห้วย

สิ้นสุดการต่อสู้ยาวนาน 10 ปี ชาวบ้านคลิตี้ล่าง อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ได้เฮ หลังศาลฎีกามีคำพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้บริษัทตะกั่วคอนเซนเตรทส์ (ประเทศไทย) จำกัด จำเลยกับพวกรวม 7 คน จ่ายเงินชดเชยแก่ชาวบ้านทั้ง 151 คน ที่เป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำนวน 36,050,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 นับจากวันฟ้อง รวมทั้งให้เร่งฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ให้กลับคืนมาอยู่ในสภาพเดิม

ที่บัลลังก์ 8 ศาลจังหวัดกาญจนบุรี เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 11 ก.ย. ผู้พิพากษาศาลจังหวัดกาญจนบุรี อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา แผนกคดีสิ่งแวดล้อมในคดีที่นายยะเสอะ นาสวนสุวรรณ ชาวบ้านคลิตี้ล่าง ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี กับพวกรวม 151 คน เป็นโจทก์ยื่นฟ้องบริษัท ตะกั่วคอนเซนเตรทส์ (ประเทศไทย) จำกัด จำเลยที่ 1 กับพวกรวม 7 คน ในข้อหาหรือฐานความผิด ละเมิดตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 มีนายสุรพงษ์ กองจันทึก ผอ.ศูนย์ศึกษากะเหรี่ยงและพัฒนา สภาทนายความ ว่าที่ ร.ต.สมชาย อามีน กรรมการสิ่งแวดล้อม นายสุรสีห์ พลไชยวงศ์ ทนายความ นายวรรษภณ แสงเป่า ประธานสภาทนายความ จ.กาญจนบุรี นางภินันท์ โชติรสเศรณี ประธานชมรมกลุ่มสตรีจังหวัดกาญจนบุรี และตัวแทนชาวคลิตี้ล่างจำนวน 14 คน มารับฟังการอ่านคำพิพากษา

ศาลใช้เวลาอ่านคำพิพากษาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที โดยศาลฎีกามีคำพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยทั้งหมดร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ชาวกะเหรี่ยงบ้านคลิตี้ล่างจำนวน 151 คน เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 36,050,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 นับจากวันฟ้อง ส่วนประเด็นเรื่องการฟื้นฟูลำห้วย ศาลมีคำพิพากษาให้บริษัท ตะกั่วคอนเซนเตรทส์ (ประเทศไทย) จำกัด จำเลยที่ 1 กับพวกรวม 7 คน ดำเนินการแก้ไขฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ให้กลับคืนมาในสภาพเดิม

นายยะเสอะ นาสวนสุวรรณ ชาวบ้านคลิตี้ล่าง กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ศาลฎีกามีคำพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยร่วมกันจ่ายเงินค่าเสียหายให้แก่ชาวคลิตี้ล่าง จำนวน 36,050,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 นับจากวันฟ้อง ส่วนประเด็นหลักที่ชาวบ้านต้องการมากที่สุด คือการเร่งฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ให้กลับมาเหมือนเดิน ที่ผ่านมาชาวบ้านต่อสู้คดีมายาวนาน 10 ปี

สำหรับคดีนี้ นายยะเสอะ นาสวนสุวรรณ ร่วมกับชาวบ้านคลิตี้ล่างจำนวน 151 คน เป็นโจทก์ยื่นฟ้องบริษัท ตะกั่วคอนเซนเตรทส์ (ประเทศไทย) จำกัด กับพวกรวม 7 คน เป็นจำเลย เมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2550 หลังพบมีการปนเปื้อนสารตะกั่วที่รั่วไหลมาจากโรงแต่งแร่คลิตี้ เกิดมลภาวะเป็นพิษ เรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงิน 1,041,952,000 บาท และให้จำเลยรับผิดชอบในการฟื้นฟูขจัดมลพิษในลำห้วยคลิตี้ กระทั่งวันที่ 20 ธ.ค.2553 ศาลจังหวัดกาญจนบุรี มีคำพิพากษา ให้จำเลยทั้งหมดร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้กับชาวกะเหรี่ยงบ้านคลิตี้ล่างทั้ง 151 คน เป็นเงิน 36,050,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 นับจากวันฟ้อง

ต่อมาจำเลยได้ยื่นอุทธรณ์ และวันที่ 7 ก.พ. 2555 ศาลอุทธรณ์ภาค 7 แผนกคดีสิ่งแวดล้อม มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นในประเด็นเรื่องการกำหนดค่าเสียหาย แต่ในประเด็นเรื่องการฟื้นฟูลำห้วย ศาลอุทธรณ์ไม่เห็นพ้องด้วย โดยเห็นว่า พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมฯ ไม่ได้บัญญัติให้ประชาชนทั่วไปเป็นผู้เสียหายที่มีอำนาจฟ้อง แต่เป็นอำนาจของกรมควบคุมมลพิษที่จะบังคับตามกฎหมาย ให้ผู้ก่อมลพิษฟื้นฟูลำห้วย หากผู้ก่อมลพิษไม่ทำ กรมควบคุมมลพิษก็มีอำนาจฟ้องศาล ขอให้บังคับผู้ก่อมลพิษให้ทำได้ โจทก์จึงยื่นฎีกาในประเด็นสิทธิของชาวบ้านในการฟ้อง ขอให้ศาลสั่งให้เอกชนผู้ก่อมลพิษทำการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมที่ปนเปื้อน