วันอังคารที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฎีกายืนชดใช้ 36 ล. คนคลิตี้เฮ ให้เหมืองตะกั่วฟื้นฟูลําห้วย

สิ้นสุดการต่อสู้ยาวนาน 10 ปี ชาวบ้านคลิตี้ล่าง อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ได้เฮ หลังศาลฎีกามีคำพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้บริษัทตะกั่วคอนเซนเตรทส์ (ประเทศไทย) จำกัด จำเลยกับพวกรวม 7 คน จ่ายเงินชดเชยแก่ชาวบ้านทั้ง 151 คน ที่เป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำนวน 36,050,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 นับจากวันฟ้อง รวมทั้งให้เร่งฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ให้กลับคืนมาอยู่ในสภาพเดิม

ที่บัลลังก์ 8 ศาลจังหวัดกาญจนบุรี เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 11 ก.ย. ผู้พิพากษาศาลจังหวัดกาญจนบุรี อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา แผนกคดีสิ่งแวดล้อมในคดีที่นายยะเสอะ นาสวนสุวรรณ ชาวบ้านคลิตี้ล่าง ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี กับพวกรวม 151 คน เป็นโจทก์ยื่นฟ้องบริษัท ตะกั่วคอนเซนเตรทส์ (ประเทศไทย) จำกัด จำเลยที่ 1 กับพวกรวม 7 คน ในข้อหาหรือฐานความผิด ละเมิดตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 มีนายสุรพงษ์ กองจันทึก ผอ.ศูนย์ศึกษากะเหรี่ยงและพัฒนา สภาทนายความ ว่าที่ ร.ต.สมชาย อามีน กรรมการสิ่งแวดล้อม นายสุรสีห์ พลไชยวงศ์ ทนายความ นายวรรษภณ แสงเป่า ประธานสภาทนายความ จ.กาญจนบุรี นางภินันท์ โชติรสเศรณี ประธานชมรมกลุ่มสตรีจังหวัดกาญจนบุรี และตัวแทนชาวคลิตี้ล่างจำนวน 14 คน มารับฟังการอ่านคำพิพากษา

ศาลใช้เวลาอ่านคำพิพากษาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที โดยศาลฎีกามีคำพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยทั้งหมดร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ชาวกะเหรี่ยงบ้านคลิตี้ล่างจำนวน 151 คน เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 36,050,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 นับจากวันฟ้อง ส่วนประเด็นเรื่องการฟื้นฟูลำห้วย ศาลมีคำพิพากษาให้บริษัท ตะกั่วคอนเซนเตรทส์ (ประเทศไทย) จำกัด จำเลยที่ 1 กับพวกรวม 7 คน ดำเนินการแก้ไขฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ให้กลับคืนมาในสภาพเดิม

นายยะเสอะ นาสวนสุวรรณ ชาวบ้านคลิตี้ล่าง กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ศาลฎีกามีคำพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยร่วมกันจ่ายเงินค่าเสียหายให้แก่ชาวคลิตี้ล่าง จำนวน 36,050,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 นับจากวันฟ้อง ส่วนประเด็นหลักที่ชาวบ้านต้องการมากที่สุด คือการเร่งฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ให้กลับมาเหมือนเดิน ที่ผ่านมาชาวบ้านต่อสู้คดีมายาวนาน 10 ปี

สำหรับคดีนี้ นายยะเสอะ นาสวนสุวรรณ ร่วมกับชาวบ้านคลิตี้ล่างจำนวน 151 คน เป็นโจทก์ยื่นฟ้องบริษัท ตะกั่วคอนเซนเตรทส์ (ประเทศไทย) จำกัด กับพวกรวม 7 คน เป็นจำเลย เมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2550 หลังพบมีการปนเปื้อนสารตะกั่วที่รั่วไหลมาจากโรงแต่งแร่คลิตี้ เกิดมลภาวะเป็นพิษ เรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงิน 1,041,952,000 บาท และให้จำเลยรับผิดชอบในการฟื้นฟูขจัดมลพิษในลำห้วยคลิตี้ กระทั่งวันที่ 20 ธ.ค.2553 ศาลจังหวัดกาญจนบุรี มีคำพิพากษา ให้จำเลยทั้งหมดร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้กับชาวกะเหรี่ยงบ้านคลิตี้ล่างทั้ง 151 คน เป็นเงิน 36,050,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 นับจากวันฟ้อง

ต่อมาจำเลยได้ยื่นอุทธรณ์ และวันที่ 7 ก.พ. 2555 ศาลอุทธรณ์ภาค 7 แผนกคดีสิ่งแวดล้อม มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นในประเด็นเรื่องการกำหนดค่าเสียหาย แต่ในประเด็นเรื่องการฟื้นฟูลำห้วย ศาลอุทธรณ์ไม่เห็นพ้องด้วย โดยเห็นว่า พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมฯ ไม่ได้บัญญัติให้ประชาชนทั่วไปเป็นผู้เสียหายที่มีอำนาจฟ้อง แต่เป็นอำนาจของกรมควบคุมมลพิษที่จะบังคับตามกฎหมาย ให้ผู้ก่อมลพิษฟื้นฟูลำห้วย หากผู้ก่อมลพิษไม่ทำ กรมควบคุมมลพิษก็มีอำนาจฟ้องศาล ขอให้บังคับผู้ก่อมลพิษให้ทำได้ โจทก์จึงยื่นฎีกาในประเด็นสิทธิของชาวบ้านในการฟ้อง ขอให้ศาลสั่งให้เอกชนผู้ก่อมลพิษทำการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมที่ปนเปื้อน