วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หมอดูอีทีเคยถูกฟ้าผ่าร่าง ทำได้ญาณพิเศษ สุดอู้ฟู่! รายได้หลายร้อยล้านต่อปี

งานศพของหมอดูอีที จัดขึ้นที่บ้าน สวด 2 วัน วันที่ 12 ก.ย. เคลื่อนศพไปบรรจุห้องเย็นของ รพ. ไปยังสุสาน เผย เคยถูกฟ้าผ่าที่เจดีย์ชเวกองได เหมือนสายฟ้าพุ่งเข้าร่าง ได้รับญาณพิเศษ ส่วนหมอดูชื่อดัง เก็บค่าดูคนละ 200 ยูเอสดอลลาร์

ภายหลังจากหมอดูอีทีเสียชีวิตภายในบ้านพัก โดยนอนหลับไปและไม่ตื่นขึ้นมาอีก เมื่อเช้าวันที่ 10 ก.ย. เวลาประมาณ 04.20 น. ทั้งนี้สำหรับงานศพของหมอดูชื่อดังของเมียนมา "อีที" จัดขึ้นที่บ้าน โดยสวด 2 วัน วันที่ 12 ก.ย. เคลื่อนศพไปบรรจุห้องเย็น ของ รพ. ไปยังสุสาน เผย เคยถูกฟ้าผ่าที่เจดีย์ชเวกองได เหมือนสายฟ้าพุ่งเข้าร่าง จึงได้รับญาณพิเศษ ส่วนหมอดูชื่อดัง เก็บค่าดูคนละ 200 ยูเอสดอลลาร์ คาด รายได้หลายร้อยล้านบาทต่อปี  

งานศพของ หมอดูอีที จัดขึ้นที่บ้านอย่างสมเกียรติ มีผู้อาลัย ส่งดอกไม้ไปเคารพศพมากมาย เหตุตอนมีชีวิต หมอดูอีที สร้างกุศลมาก ชอบทำบุญ รายได้ที่ได้จากการดูหมอ ก็จะนำไปบริจาคสร้างโรงพยาบาล โรงเรียน และให้ทานคนยากจน อีที จึงเป็นคนที่ชาวพม่าให้ความเคารพ เรียกว่าท่าน หลังจากสวดครบ 2 วัน คือ 10-11 ก.ย. แล้ว วันที่ 12 ก.ย. ญาติจะเคลื่อนศพอีที ซี่งนำไปบรรจุไว้ในห้องเย็นของ รพ. ไปยังสุสาน เพื่อประกอบพิธีฌาปนกิจในเวลา 14.00 น. โดยจะมีการสวดก่อนฌาปนกิจ 

ซึ่งจากนั้นจะไม่มีการนำอัฐิเถ้าของอีทีมาไว้ที่บ้าน เหมือนประเพณีไทย และไม่มีการลอยอังคาร แต่เมื่อครบ 7 วัน จะมีการทำบุญให้อีทีที่บ้าน และจะเลี้ยงขนมจีน ซึ่งเป็นเมนูนิยมของชาวพม่า ที่ทานขนมจีนกันตั้งแต่เช้า ต่างกับคนไทยที่นิยมเลี้ยงขนมจีนในงานมงคล ไม่นิยมเลี้ยงขนมจีนในงานศพ เพราะเชื่อว่าจะทำให้ความทุกข์ยืดยาวเหมือนเส้นขนมจีน

สำหรับทรัพย์สินของ หมอดูอีที ญาติๆ บอกว่า น้องสาวคนสนิท ชื่อตีตี้ ซึ่งจะเป็นคนแปล สื่อสารการดูหมอให้อีที เป็นคนดูแล และกล่าวกันว่า มีมูลค่าหลายร้อยล้านบาท ซึ่งถือว่ามีฐานะระดับเศรษฐี ภาษาที่อีทีใช้คือ ภาษามอส เพราะตั้งแต่อายุ 15 ปี ป่วยจนเป็นหูหนวก เป็นใบ้ ตอนฟ้าผ่าที่ชเวกองได (ย่านที่เขาอยู่) เหมือนสายฟ้าพุ่งเข้าร่าง จึงได้รับญาณพิเศษไปเลย จากก่อนไม่มีญานพิเศษแบบนี้ จากนั้นก็เริ่มทายทักให้ชาวบ้าน จนร่ำลือถึงผู้ใหญ่ในรัฐบาลก็มาดู จนมีชื่อเสียงสมัยแรกๆ ดู 1 เหรียญยูเอสเท่านั้น คนพม่าก็ 50,000 จ๊าด คือ 1,500 บาท แต่ถ้าต่างชาติดู ก็แล้วแต่นายหน้า แต่อีทีจะเก็บแค่ 200 ยูเอส คนที่ได้เงินไปคือน้องสาวตีตี้และครอบครัว ส่วนอีที จะได้แต่ตุ๊กตา เธอชอบ "คิตตี้" มาก และสีชมพู จะชอบวาดรูปเสื้อผ้าว่าจะตัดแบบไหน แต่ทำงานมาก ทุกครั้งที่จะดูได้ต้องใช้พลังเยอะ เวลาดูคนหนี่งจะใช้เวลา 20 นาที และต้องนั่งพักเพราะเหนื่อย จึงป่วยบ่อย และยิ่งอายุมากก็ยิ่งป่วยง่าย

การดูหมอของอีที เริ่มมีชื่อจากการดูให้ครอบครัว ที่นึกว่ามีคนขโมยแหวนลุงจึงจะให้ตำรวจไปจับคนขโมย แต่อีทีบอกว่าจับผิดตัว เพราะมีคนกระซิบบอก จึงพบว่าแหวนอยู่ในลิ้นชัก ไม่ได้ถูกขโมย กล่าวกันว่าอีทีเคยบอกว่า สามารถเห็นวิญญาณ จึงมีบางที่ที่ อีทีไม่อยากไป เพราะบอกว่ามีวิญญาณน่ากลัว อีทีจึงจะมีคนมาขอให้ดูที่ดินที่จะสร้างบ้านบ่อยๆ ถ้ามีสัมภเวสี ไม่ดี ก็จะบอก  

หลังจากเป็นที่นิยมของชาวบ้าน ระยะแรกๆ อีที ก็เปิดบ้านเป็นสำนักหมอดู แต่เมื่อมีนักการเมืองมาดูมาก ทำให้เกิดความวุ่นวาย เพราะนำคำทำนายทายทักของอีทีไปใช้ประกอบการตัดสินใจ รัฐบาลจึงสั่งปิดสำนักเมื่อสิบกว่าปีก่อน 

กัญญาณกร เสารัมณี นักธุรกิจไทย เจ้าของร้าน MK James ที่ย่างกุ้ง ซึ่งแต่งงานกับชาวพม่า และอยู่ย่างกุ้งมา 10 ปี เผยว่า เคยดูหมอกับท่านอีที และยอมรับว่าดูอดีตได้ แม่นยำมาก ขนาดเขียนชื่อบุคคลที่มีความเกี่ยวพันในชีวิตได้ถูกต้อง 

นอกจากคนพม่าที่ไประลึกถึงอีที ยังมีคนจากสถานทูตหลายประเทศในย่างกุ้งไปด้วย เพราะอีที ดูให้พวกทำงานสถานทูตมาตั้งแต่ 20 ปีมาแล้ว รายได้ค่าดูในประเทศพม่า คนละ 200 ยูเอส ดูวันละ 10 คน จะมีรายได้วันละ 2,000 ยูเอส และยังมีรายได้จากสาวกที่ทำนายถูกและนำมามอบให้อีกมาก รวมแล้วหลายร้อยล้านบาทต่อปี.