วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชาวคลิตี้เฮ! ศาลฎีกายืนตามสั่งจ่ายเงินชดเชย พร้อมเร่งฟื้นฟูลำห้วย

การต่อสู้คดีเป็นระยะเวลากว่า 19 ปี ที่ลำห้วยคลิตี้ อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ถูกตรวจพบว่ามีการปนเปื้อนสารตะกั่วที่รั่วไหลมาจากโรงแต่งแร่คลิตี้ ส่งผลให้ชาวกะเหรี่ยงบ้านคลิตี้ล่างได้ยื่นฟ้องคดีแพ่ง หมายเลขดำที่ 2659/2550 หมายเลขแดงที่ 1290/2553 ศาลจังหวัดกาญจนบุรี ระหว่าง นายยะเสอะ นาสวนสุวรรณ ที่ 1 กับพวกรวม 151 คน (โจทก์) กับ บริษัท ตะกั่วคอนเซนเตรทส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ 1 กับพวก รวม 7 คน (จำเลย) ในข้อหาหรือฐานความผิด ละเมิดตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535



โดยชาวบ้านคลิตี้ล่างได้ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2550 เรียกค่าเสียหายทั้งสิ้น 1,041,952,000 บาท และขอให้จำเลยรับผิดชอบในการฟื้นฟูขจัดมลพิษในลำห้วยคลิตี้ เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2553 ศาลจังหวัดกาญจนบุรีมีคำพิพากษาให้จำเลยทั้งหมดร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้กับชาวกะเหรี่ยงบ้านคลิตี้ล่าง 151 คน เป็นเงินรวมกันทั้งสิ้น 36,050,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 นับจากวันฟ้อง



ต่อมา จำเลยได้ยื่นอุทธรณ์ และเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2555 ศาลอุทธรณ์ภาค 7 แผนกคดีสิ่งแวดล้อม มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นในประเด็นเรื่องการกำหนดค่าเสียหาย แต่ในประเด็นเรื่องการฟื้นฟูลำห้วย ศาลอุทธรณ์ไม่เห็นพ้องด้วย โดยเห็นว่า พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมฯ ไม่ได้บัญญัติให้ประชาชนทั่วไปเป็นผู้เสียหายที่มีอำนาจฟ้อง ขอให้บังคับเอกชนผู้ก่อมลพิษดำเนินการแก้ไขฟื้นฟูลำห้วยได้โดยตรง แต่เป็นอำนาจของกรมควบคุมมลพิษที่จะบังคับตามกฎหมายให้ผู้ก่อมลพิษฟื้นฟูลำห้วย หากผู้ก่อมลพิษไม่ทำ กรมควบคุมมลพิษก็มีอำนาจฟ้องศาลขอให้บังคับผู้ก่อมลพิษให้ทำได้ โจทก์จึงยื่นฎีกาในประเด็นสิทธิของชาวบ้านในการฟ้องขอให้ศาลสั่งให้เอกชนผู้ก่อมลพิษทำการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมที่ปนเปื้อน อันเป็นประเด็นสำคัญที่ศาลฎีกาจะต้องวินิจฉัยไว้ในคำพิพากษาฎีกาที่จะอ่านในวันที่ 11 กันยายน 2560 นี้



ล่าสุด เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 11 ก.ย.60 ผู้พิพากษาศาลจังหวัดกาญจนบุรี ได้นั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีสิ่งแวดล้อม ที่ห้องบัลลังก์ 8 ชั้น 2 ศาลจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งคู่ความเป็นคดีที่นายยะเสอะ นาสวนสุวรรณ ที่ 1 กับพวกรวม 151 คน (โจทก์) กับ บริษัท ตะกั่วคอนเซนเตรทส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ 1 กับพวก รวม 7 คน (จำเลย) ในข้อหาหรือฐานความผิดละเมิดตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 ที่ได้ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2550 เรียกค่าเสียหายทั้งสิ้น 1,041,952,000 บาท (หนึ่งพันสี่สิบเอ็ดล้านเก้าแสนห้าหมื่นสองพันบาทถ้วน) และขอให้จำเลยรับผิดชอบในการฟื้นฟูขจัดมลพิษในลำห้วยคลิตี้ เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2553 ศาลจังหวัดกาญจนบุรีมีคำพิพากษาให้จำเลยทั้งหมดร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้กับชาวกะเหรี่ยงบ้านคลิตี้ล่าง 151 คน เป็นเงินรวมกันทั้งสิ้น 36,050,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 นับจากวันฟ้อง



การอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีสิ่งแวดล้อมครั้งนี้ มี นายสุรพงษ์ กองจันทึก ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษากะเหรี่ยงและพัฒนา สภาทนายความ ว่าที่ ร.ต.สมชาย อามีน กรรมการสิ่งแวดล้อม นายสุรสีห์ พลไชยวงศ์ ทนายความ นายวรรษภณ แสงเป่า ประธานสภาทนายความจังหวัดกาญจนบุรี นางภินันท์ โชติรสเศรณี ประธานชมรมกลุ่มสตรีจังหวัดกาญจนบุรี และตัวแทนชาวคลิตี้จำนวน 14 คน เดินทางมาร่วมรับฟังการอ่านคำพิพากษา มีทนายความฝ่ายจำเลยมาร่วมรับฟัง 1 คน ซึ่งศาลใช้เวลาอ่านคำพิพากษาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาทีจึงแล้วเสร็จ



ทั้งนี้นายสุรพงษ์ กองจันทึก ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษากะเหรี่ยงและพัฒนา สภาทนายความ เปิดเผยภายหลังว่า ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ให้จำเลยทั้งหมดร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้กับชาวกะเหรี่ยงบ้านคลิตี้ล่าง จำนวน 151 คน เป็นเงินรวมกันทั้งสิ้น 36,050,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 นับจากวันฟ้อง ส่วนในประเด็นเรื่องการฟื้นฟูลำห้วย ศาลมีคำพิพากษาให้บริษัท ตะกั่วคอนเซนเตรทส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ 1 กับพวก รวม 7 คน ให้ดำเนินการแก้ไขฟื้นฟูลำห้วยให้กลับคืนมาดังเดิม



ด้านนายยะเสอะ นาสวนสุวรรณ เปิดเผยว่า พวกเราชาวบ้านคลิตี้ทั้ง 151 คน มีความรู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ศาลฎีกาแผนกคดีสิ่งแวดล้อม ได้มีคำสั่งพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้บริษัท ตะกั่วคอนเซนเตรทส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ 1 กับพวก รวม 7 คน ร่วมกันจ่ายเงินค่าเสียหายให้กับชาวคลิตี้ จำนวน 36,050,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 นับจากวันฟ้อง ส่วนประเด็นหลักที่ชาวบ้านต้องการมากที่สุดคือการเร่งฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ให้กลับมาเหมือนเดิน ซึ่งที่ผ่านมาชาวบ้านก็ได้ต่อสู้คดีมายาวนานกว่า 19 ปีแล้ว.