วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มิจฉาชีพ...หลอกเอาเงิน

สวัสดีผู้อ่านทุกท่านครับ สัปดาห์นี้มีเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงและเป็นภัยสังคมมาฝากครับ เกี่ยวกับการหลอกลวงให้ผู้เสียหายโอนเงินผ่านตู้เอทีเอ็ม โดยมักจะอ้างว่าเป็นพนักงานในหน่วยงานราชการ เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ (Dsi) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) สำนักงานสรรพากร ธนาคารแห่งประเทศไทย (แบงก์ชาติ) เจ้าหน้าที่ตำรวจ ไปรษณีย์ไทย ฯลฯ

เรื่องนี้มีข่าวออกมาหลายครั้งแล้ว สื่อมวลชนก็เผยแพร่ข้อมูลตักเตือนประชาชนมานานหลายปี แต่ผู้กระทำความผิดก็มักจะเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงไปเรื่อยๆ เพื่อหลอกลวงเหยื่อ ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อมักจะเป็นผู้ที่สูงอายุ ไม่ค่อยได้ติดตามข่าวสาร ล่าสุดจะหลอกเหยื่อว่า เป็นเจ้าหน้าที่จากไปรษณีย์ไทย แจ้งเหยื่อว่า "มีชื่อเป็นผู้รับพัสดุหรือส่งพัสดุ และในกล่องพัสดุพบเงินสด บัตรเครดิต บัตรเอทีเอ็ม เป็นจำนวนมาก สงสัยว่าท่านจะเกี่ยวข้องกับกระบวนการฟอกเงิน เดี๋ยวจะมีตำรวจชื่อ........จาก สภ.... ติดต่อกลับไป" ซึ่งเหยื่อได้ตรวจสอบพบว่า เบอร์โทรศัพท์ที่คนร้ายใช้เป็นเบอร์โทรศัพท์ของ สภ.. จริงๆ

พฤติการณ์ของคนร้ายกลุ่มนี้ จะทำงานกันเป็นทีม ในลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำ โดยครั้งแรกจะติดต่อเหยื่อผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือส่งข้อความ อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานราชการตามที่กล่าวมาข้างต้น เพื่อแจ้งข้อมูล เหยื่อ เกี่ยวกับการถูกอายัดเงินในบัญชี เนื่องจากตรวจสอบพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการค้ายาเสพติด ฟอกเงิน เลี่ยงภาษี หรือมีภาระหนี้บัตรเครดิต

ต่อมาคนร้าย อีกทีมงานหนึ่งจะโทรศัพท์ติดต่อเหยื่อ โดยอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ หนึ่งในทีมงานตรวจสอบ และจะทำการโอนสายไปให้ผู้บังคับบัญชาเจรจาอีกครั้ง

เมื่อเหยื่อหลงเชื่อจะหลอกให้คนร้ายไปที่ตู้เอทีเอ็มเพื่อหลอกให้โอนเงินเข้าบัญชีของคนร้าย โดยคนร้ายจะหลอกให้เหยื่อเปลี่ยนเมนูภาษาอังกฤษก่อนทุกครั้ง เพื่อไม่ให้เหยื่อทราบว่า สิ่งที่กำลังทำอยู่นั้น คือ การโอนเงินเข้าบัญชีของคนร้าย

สิ่งที่ทำให้เหยื่อหลงเชื่อ คือ คนร้ายจะทราบชื่อ นามสกุล เบอร์โทร ของเหยื่อ ประกอบกับเบอร์โทรศัพท์ที่คนร้ายใช้โทรเข้ามาหาเหยื่อ เมื่อตรวจสอบกลับไป ยังเบอร์ดังกล่าว จะพบว่าเป็นเบอร์โทรศัพท์ของหน่วยงานราชการจริงๆ

เบื้องต้นตรวจสอบพบว่าเบอร์โทรศัพท์ที่คนร้ายใช้ดังกล่าว จะเป็นเบอร์โทรศัพท์ ซึ่งหน่วยงานราชการมีไว้รับเรื่องราวร้องทุกข์เพียงอย่างเดียว แต่ไม่สามารถโทรออกได้ จึงเป็นช่องทางให้คนร้ายแอบเข้าถึงข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ดังกล่าว หรือเรียกง่ายว่า แฮกเบอร์โทรศัพท์ เพื่อนำมาใช้หลอกลวงเหยื่อ และบางส่วน ถ้าสังเกตให้ดีๆ พบว่าเป็นเพียงเบอร์โทรศัพท์ที่คล้ายคลึงเท่านั้น

พฤติการณ์แบบนี้ ผู้กระทำความผิดจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ข้อหาฉ้อโกงประชาชน

มาตรา 341  ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม หรือทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม ทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 343  ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา 341 ได้กระทำด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน หรือด้วยการปกปิดความจริง ซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ถ้าการกระทำความผิดดังกล่าวในวรรคแรก ต้องด้วยลักษณะดังกล่าวในมาตรา 342 อนุมาตราหนึ่งอนุมาตราใดด้วย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท

จากเหตุการณ์ครั้งนี้ยังหาข้อสรุปชัดเจนไม่ได้ว่ากลุ่มคนร้ายเป็นใคร อยู่ที่ไหน และมีกี่กลุ่ม บางกลุ่มถูกจับกุมแล้ว แต่ก็ยังมีกลุ่มใหม่เกิดขึ้นมาเรื่อยๆ เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์สำหรับ ประชาชนคนทำงานสุจริต ทำงานหาเงินมาด้วยความยากลำบาก ฝ่าฟันอุปสรรคปัญหาสารพัดกว่าจะได้เงินมาแต่ละบาท แต่กลับมาถูกกลุ่มคนร้ายหลอกลวงเอาเงินไปอย่างง่ายดาย สุดท้ายขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมคนร้ายมาลงโทษโดยเร็วครับ

สำหรับผู้ที่มีคำถามข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายและต้องการความช่วยเหลือ หรือมีเรื่องราวดีๆ อยากแบ่งปันประสบการณ์ เมล์มาหาผมได้ที่ “คุยกับคนดัง” talktoceleb@trendvg3.com ได้เลยครับ

Facebook : ทนายเจมส์ LK
 

ทนายเจมส์