วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กตู่' เหน็บ 'ปู' เผ่นหนีทั้งยังไม่รู้คำตัดสินคดีความ

นายกฯ ชู "ในหลวง ร.9" ทรงเป็นแบบอย่างด้านสิทธิมนุษยชน ดูแล ปชช.เสมอภาคเท่าเทียม ย้ำ รบ.มุ่งแก้ปัญหา "ค้ามนุษย์-ไอยูยู" เหน็บ"ยิ่งลักษณ์" ชิ่งหนีทั้งยังไม่รู้ผลคดี ลั่นรวย-จน ถ้าทำผิด ก.ม.ติดคุกเหมือนกัน บอกถามทูตทุกประเทศแล้ว ไม่มีที่ไหนสั่งศาลยกเลิกโทษให้อภัยใครได้

เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 60 ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานปาฐกถาพิเศษเตรียมความพร้อมก่อนการประกวดวาระแห่งชาติ ภายใต้หัวข้อสิทธิมนุษยชนร่วมขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0 เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ตอนหนึ่งว่า ขณะนี้ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยให้ความสำคัญในเรื่องสิทธิมนุษยชน แต่ก็ต่างประสบปัญหา วันนี้ต้องมีวิธีการแก้ปัญหาให้ได้อย่างเป็นรูปธรรม มากกว่าเพียงคำพูดที่สวยหรู ทั้งนี้ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงเป็นแบบอย่างในด้านสิทธิมนุษยชน โดยทรงดูแลประชาชนมาตลอด 70 ปี แห่งการครองราชย์ ดูแลอย่างเสมอภาคและเท่าเทียม ทรงนึกถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ คุณค่าของคนตามหลักสิทธิมนุษยชนอย่างแท้จริง โดยในหลวง รัชกาลที่ 10 ได้รับสั่งให้ต่อยอด และสืบสานตามพระราชดำริของในหลวง รัชกาลที่ 9 และทรงเตือนรัฐบาลอย่าลืมเรื่องสิทธิมนุษยชน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ยืนยันว่ารัฐบาลนี้มีเจตนามุ่งมั่น ส่งเสริม คุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างจริงจัง นอกจากนี้ ปัญหาการค้ามนุษย์และไอยูยูต้องไม่เกิดขึ้นอีก ใครผิดลงโทษ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ หากผิดก็ต้องลงโทษสถานหนัก ที่ผ่านมาได้สั่งให้ตรวจสอบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องมนุษยชน ขณะเดียวกัน ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการอย่างระมัดระวังมากที่สุด อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้กำหนดโรดแม็ปทั้งในระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยได้มอบหมายให้หน่วยงานที่ดูแลด้านสิทธิมนุษยชน ดำเนินการให้สอดคล้องกับแผนดังกล่าว นอกจากนี้ ขอให้ทุกคนมองให้กว้าง เพราะส่วนใหญ่มองแค่เรื่องสิทธิ เสรีภาพ ความเท่าเทียม จนลืมคำว่าหน้าที่ไป อย่ามองเพียงรัฐธรรมนูญอย่างเดียว ทำให้ทุกอย่างสับสนอลหม่านไปหมด รวมทั้งความขัดแย้งก็ยังคงมีอยู่ ทั้งจากตัวบุคคลหรือกฎหมาย แต่รัฐบาลนี้ทำทุกเรื่อง จึงขออย่าฟังคำบิดเบือน 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ตนไม่สามารถสั่งให้เลิกทะเลาะกันได้ และไม่สามารถสั่งให้ศาลยกเลิกทุกคดีความ แล้วให้อภัยผู้ต้องหาทั้งหมด ทำไม่ได้ ไม่มีประเทศใดในโลกทำได้ จึงต้องใช้กระบวนการยุติธรรม ซึ่งถือเป็นการเข้าถึงสิทธิมนุษยชนด้วย และไม่ใช่ว่าคนจนติดคุก แล้วคนรวยจะไม่ติด แต่ติดทุกคน อยู่ที่ว่าจะอยู่หรือหนีไป แต่หากจะไปเพ่งเล็งใคร หรือทำอะไรก่อนเกิดคดีความ ก็จะถูกมองเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน แตะอะไรไม่ได้เลย ถือเป็นความยากของเจ้าหน้าที่ในการทำงาน ซึ่งยืนยันว่ากฎหมายไม่ได้มีไว้เล่นงานคนดี ไม่ได้มีไว้ทำให้เกิดความไม่เท่าเทียม แต่มีไว้เพื่อคุ้มครองทุกคน ไม่ได้มีไว้แกล้งใคร ถ้าไม่มีสาเหตุไม่มีหลักฐาน ก็หลุดคดีไปจำนวนมาก แต่เราตัดสินกันเองด้วยความรู้สึก และสื่อทำให้วุ่นวายไปหมด จึงต้องดูว่าที่ผ่านมาได้นำคนเข้าสู่กระบวนการมากน้อยเพียงใด 

"ไม่ใช่รังแกใครทั้งสิ้น ไม่ใช่คนจนติดคุก คนรวยไม่ติดคุก ส่วนใหญ่คนจนหนีไปไหนไม่ได้ใช่ไหม ถ้าผิดก็ต้องติดคุก เขาไม่หนีเพราะหนีไม่ได้ด้วย แต่บางคนผิดหรือไม่ผิดยังไม่รู้แต่หนีแล้ว แบบนี้ผมว่ามันไม่ใช่ อย่าสร้างการรับรู้ผิดๆ แบบนี้ ผมไม่ได้พูดถึงใคร เดี๋ยวจะหาว่าผมว่าใครอีก ผมพยายามไม่ยุ่งเกี่ยวอยู่แล้ว แต่อย่ามายุ่งกับรัฐบาลและ คสช.มากเกินไป ทุกอย่างต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมก็จบหน้าที่ผมแล้ว และไม่ใช่เรื่องที่ผมทำใหม่ๆ มันเป็นเรื่องเดิมเอาเข้ากระบวนการยุติธรรม ไม่เช่นนั้นปัญหาใหม่ก็รออีก คดีใหม่ก็ว่าต่อ คดีเก่าไม่จบ ก็ไปข้างหน้าไม่ได้ อีรุงตุงนังไปหมด สิทธิมนุษยชนก็ไม่เกิด" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า วันนี้ต้องใช้เวลาให้สั้นที่สุดในการเปลี่ยนแปลงและปฏิรูปประเทศ หากทุกคนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หากจบก็คือจบ แล้วนำคนเหล่านั้นมาพัฒนาประเทศ ถือเป็นการปรองดองด้วยกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม จะไปสั่งใครไม่ได้อยู่แล้ว ซึ่งตนมีหน้าที่สร้างบรรยากาศปรองดอง เว้นบางคนไม่ปรองดองก็ปล่อยไป แต่ขึ้นอยู่ที่ทุกคนร่วมมือกัน ไม่ใช่อะไรๆ ก็ ประยุทธ์ เพราะตนไม่ใช่ผู้นำที่นำเรื่อยเปื่อยส่งเดชไป