วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เหล้าเก่าในขวดใหม่

โดย หมัดเหล็ก

ปรากฏเป็นข่าวว่า สุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส.ที่เคยประกาศว่าจะล้างมือทางการเมือง แต่จะสนับสนุนตั้งพรรคการเมืองเพื่อเชียร์ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาเป็นนายกฯอีกสมัย ได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยัง ป.ป.ช. ระบุว่า การไต่สวนคดีโรงพักฉาวที่อ้างถึงคณะอนุกรรมการ ป.ป.ช.ไต่สวนมาตั้งแต่ปี 2556 จนถึงขณะนี้ยังไม่แล้วเสร็จ และระบุว่า วิชา มหาคุณ อดีตประธานอนุกรรมการฯ ในขณะนั้นแสดงออกเหมือนไม่ใส่ใจต่อคำชี้แจง ทำให้วิตกว่า อาจมีความเห็นที่เป็น อคติ เพราะในอดีต วิชา เคยไม่พอใจเรื่องที่ ก.ตร.มีมติกรณี พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร.ชี้มูลความผิดทางวินัยไม่ตรงกับมติของ ป.ป.ช.จากคดีสลายการชุมนุมของพันธมิตรปี 2551 ที่สุเทพอยู่ในฐานะประธาน ก.ตร. จึงเกรงว่า ยังอาจมี อคติ อยู่

ดังนั้น จึงขอให้เปลี่ยนอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงในคดีที่อ้างถึง และขอโอกาสเข้าชี้แจงในคดีโดยวาจาต่อ คณะกรรมการ ป.ป.ช.เต็มคณะ ก่อนที่จะมีการชี้มูลความผิดใน คดีโรงพักฉาว ที่เกิดขึ้นในสมัยที่ สุเทพ กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติเช่นกัน

คดีทุจริตก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทนจำนวน 396 แห่ง มูลค่า 5,848 ล้านบาท ที่ขอให้ พล.ต.อ.วัชรพล ประสานราชกิจ ประธาน ป.ป.ช.เปลี่ยนตัววิชาออกจากคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง ได้รับการตอบรับจากคณะกรรมการ ป.ป.ช.โดยการยกเลิกคณะอนุกรรมการไต่สวนและเปลี่ยนไปใช้กรรมการชุดใหญ่เป็นผู้ไต่สวน

โดยคดีนี้ได้มีการไต่สวนอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ที่ล่าช้าเพราะโยงเรื่องเงินและเรื่องอื่นอีกมากมาย มีปัญหาเกี่ยวกับการตรวจสอบเส้นทางเดินของเงินด้วย เหตุที่การไต่สวนใช้เวลาตั้งแต่ปี 2556 เพราะมีการแตกกิ่งก้านสาขา ยิ่งสอบก็ยิ่งพบตัวละครมากขึ้นเรื่อยๆ จึงต้องขอความร่วมมือไปยัง ปปง. ในการตรวจสอบเส้นทางเดินของเงินด้วยอีกระลอก

ปรากฏการณ์นี้คงแยกเป็นสองประเด็นคือ เรื่องของ การทุจริตโครงการโรงพักฉาว หลักฐานขนาดนี้ อย่างไรเสียก็คงต้องมีผู้รับผิดชอบ และรัฐเป็นผู้เสียหายชัดเจน

ส่วนจะอ้างว่าการไต่สวนมี อคติ ไม่มีความเป็นธรรมอย่างไรก็เป็นอีกเรื่อง ซึ่งเป็นขั้นตอนการต่อสู้ของผู้ถูกกล่าวหา เรื่องนี้คงไม่เงียบหรือขาดอายุความง่ายๆ

อีกประเด็นคือ มุมมองทางการเมือง ในความรู้สึกของคนทั่วไปในยุคที่การเมืองแบ่งออกเป็นสองขั้ว บ้านเมืองแยกเป็นสองข้าง ก็จะเข้าใจตรงกันว่า ใครอยู่ข้างเดียวกับใคร ใครเป็นปรปักษ์กับใคร

เลยทำให้คิดไปได้ว่า ภายใต้การทำงานของกระบวนการยุติธรรมอย่างเข้มข้น ในเวลาเดียวกัน การเมืองก็อยู่ในระหว่างหัวเลี้ยวหัวต่อ สภาวะทางการเมืองกำลังจะเข้าสู่ตำรา

ไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวรหรือไม่

บนข้อสันนิษฐานว่าด้วยวิกฤติการเมืองที่ฝังรากลึกและซึมลึก จนไม่รู้ว่าใครเป็นใคร จึงเป็นเรื่องยากที่จะหลุดจากบ่วงวิกฤติการเมืองได้ง่ายๆ เรื่องเก่ามาเล่าใหม่ เหล้าเก่าในขวดใหม่ ยังอยู่คู่กับสังคมไทยไปอีกนาน.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th