วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พ่อแม่'น้ำมนต์' เปิดใจ ไร้เอี่ยวหลอกหนุ่มแต่งงาน พบกองปราบฯ 12 ก.ย.นี้

พ่อแม่ 'น้ำมนต์' เปิดใจไทยรัฐ ยัน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหลอกหนุ่มเชิดสินสอดแต่งงาน ทุกอย่างลูกสาวเป็นคนทำทั้งหมด ไม่เคยมาปรึกษา ส่วนตัวไม่เคยเรียกร้อง ยกให้ลูกหมด เตรียมเข้าพบ ตร.กองปราบฯ แสดงความบริสุทธิ์ใจ 12 ก.ย.นี้

วันที่ 10 ก.ย. จากกรณี ตร.กองปราบปรามบุกจับตัว น.ส.จริยาภรณ์ หรือน้ำมนต์ บัวใหญ่ หญิงสาวที่หลอกชายหนุ่ม 13 ราย แต่งงานและเชิดเงินสินสอดหนีหายไป พร้อมนำมาฝากขัง หลังสามารถควบคุมตัวได้ที่ ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม

ผู้สื่อข่าวไทยรัฐ ได้ประสานติดต่อกับ นายบุญเลี้ยงและนางสำรอง บัวใหญ่ พ่อแม่ น.ส.จริยาภรณ์ บัวใหญ่ ให้สัมภาษณ์ “ไทยรัฐ” ที่บ้านญาติใน อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี กรณี น.ส.จริยาภรณ์ ถูกดำเนินคดีฐานฉ้อโกง กรณีหลอกให้แต่งงาน และกำลังติดตามตัวพ่อแม่มาสอบสวนว่า มีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ โดยทั้งคู่ปฏิเสธไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีที่เกิดขึ้น โดยนายบุญเลี้ยง กล่าวว่า ทุกครั้งที่ลูกสาวแต่งงาน พ่อแม่ของเจ้าบ่าวจะเป็นฝ่ายติดต่อขอลูกสาวกับตน นัดคุยกันที่ร้านอาหาร พร้อมเสนอสินสอดทองหมั้นให้เอง ตนกับภรรยาไม่เคยเรียกร้องแต่อย่างใด ทุกครั้งที่มีการจัดงานแต่งงาน ฝ่ายเจ้าบ่าวกับลูกสาวเป็นคนดำเนินการเองทุกอย่าง ไม่เคยมาปรึกษาหารือกับตนเลย จนถึงวันจัดงานลูกสาวถึงได้โทรศัพท์เรียกให้ตนกับภรรยาไปร่วมงาน หลังเสร็จงานสินสอดทั้งหมดไม่เคยเก็บไว้เลย ยกให้ลูกสาวกับเจ้าบ่าวไปเป็นทุนทำมาค้าขาย ส่วนบ้านที่จัดงานแต่งงานที่ จ.ปทุมธานี เคยไปครั้งเดียว ทราบว่าเป็นบ้านที่ลูกสาวกับเจ้าบ่าวเช่าอยู่ด้วยกันก่อนแต่งงานแล้ว

นายสำรอง กล่าวถึงงานแต่งงานที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่ลูกสาวใช้ชื่อ น.ส.สร้อยเพ็ชร พาลีวัลย์ ส่วนชื่อพ่อแม่ไม่ใช่ชื่อแท้ของตนกับภรรยา ตนไม่เคยเห็นการ์ดแต่งงานดังกล่าว แต่ยอมรับว่าไปร่วมงานด้วย กระทั่งเรื่องกลายเป็นข่าวดังถึงเห็นการ์ด ทำให้ตกใจมาก ตนพร้อมเข้าพบตำรวจกองปราบปรามเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจในวันที่ 12 ก.ย.นี้ ส่วนสาเหตุที่หลบหนีออกจากบ้าน เนื่องจากเมื่อเย็นวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา มีตำรวจไปหาที่บ้าน พอดีตนกับภรรยาไปซื้อของในตัวเมืองเลย พอลูกสาวโทรศัพท์ไปบอกเลยตกใจหลบหนีไปอยู่ในสวนละแวกบ้าน และตระเวนพักตามรีสอร์ตต่างๆ เนื่องจากตนกับภรรยาป่วยเป็นโรคความดันและเบาหวาน และกลัวไม่ได้รับความเป็นธรรม.