วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เส้นทางสายไหมไทยแห่ง ศ.21 Thai Silk Road

สัปดาห์ที่แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไปประชุมกับหุ้นส่วนสำคัญถึง 2 เวทีคือ การประชุมสุดยอด ผู้นำกลุ่ม BRICS ที่ประเทศจีน และการประชุมร่วมนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นทางการครั้งที่ 3 กับ สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา มีข้อตกลงสำคัญทั้งสองเวทีคือ การเชื่อมโยงระบบราง ในเส้นทางสายไหมจีน และ ไทย–กัมพูชา

เป็นข้อตกลงที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

ในเวที BRICS กับ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน พล.อ.ประยุทธ์ ได้เป็นสักขีการลงนามบันทึกความเข้าใจด้านเศรษฐกิจใน เส้นทางสายไหมใหม่แห่งศตวรรษที่ 21 หลายเรื่อง หนึ่งในนั้นคือ “โลจิสติกส์” ที่ไทย-จีนเห็นชอบให้ “ประเทศไทย” ใช้ประโยชน์ “ตำแหน่งยุทธศาสตร์ที่ตั้งประเทศ” พัฒนาเป็น “ศูนย์กลางโลจิสติกส์” เพื่อเชื่อมโยงทางบกและทางน้ำที่มีอยู่ อำนวยความสะดวกการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ CLMV (กัมพูชา-ลาว-เมียนมา-เวียดนาม) และ ประเทศจีน และการบังคับใช้ ข้อตกลงว่าด้วยการขนส่งข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS)

คนไทยรุ่นใหม่คงไม่ค่อยรู้จัก กลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง หรือ GMS (Greater MeKong Subregion) ซึ่งมี 6 ประเทศ คือ ไทย เมียนมา กัมพูชา ลาว เวียดนาม และ มณฑลทางใต้ของจีน ยูนนาน กวางสี มีพื้นที่รวมกันทั้งหมดกว่า 2.6 ล้าน ตร.กม. มีประชากรรวมกันกว่า 326 ล้านคน กำลังโตวันโตคืนอย่างเงียบๆ

การไปประชุมกับผู้นำจีนครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นสักขีการลงนาม โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน ระยะที่ 1 กรุงเทพฯ– นครราชสีมา มูลค่า 179,412.21 ล้านบาท ภายใต้ยุทธศาสตร์ One Belt One Road เส้นทางสายไหมบกของจีน

จากจีน พล.อ.ประยุทธ์ นำทีมรัฐมนตรีไปประชุมกับ สมเด็จ ฮุน เซน ผู้นำกัมพูชา มีข้อตกลงร่วมกันที่สำคัญคือ เร่งรัดการเชื่อมต่อระบบรางรถไฟ จาก อรัญประเทศ-ปอยเปต-ศรีโสภณ ไปถึง กรุงพนมเปญ เมืองหลวงของกัมพูชา ให้เสร็จภายในปี 2562

เมื่อสร้างทางรถไฟเชื่อม กรุงเทพฯ-พนมเปญ เสร็จแล้ว จะสามารถรองรับ การท่องเที่ยวทางรถไฟในอนุภูมิภาคใต้ (Southern Economic Corridor) และจะเป็น ทางรถไฟสายแรก ที่ เชื่อมไทยกับประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS)

ผมขอเรียกเส้นทางรถไฟสายแรกใน GMS นี้ว่า Thai Silk Road หรือ “เส้นทางสายไหมไทยแห่งศตวรรษที่ 21” เพราะ เป็นทางรถไฟกว้าง 1 เมตร ตามมาตรฐานไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ต่างจากรถไฟความเร็วสูงไทยจีนที่เป็นรางขนาด 1,435 เมตร

เส้นทางสายนี้ ตามแผนพัฒนาอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ของ ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB) จะมี 2 เส้นทางคือ R1 กับ R10 อาร์ 1 คือเส้นทางจาก กรุงเทพฯ ไปยัง อรัญประเทศ เข้าไป ปอยเปต ฝั่งกัมพูชา ต่อไปยัง ศรีโสภณ จนถึง กรุงพนมเปญ จาก กรุงพนมเปญ จะต่อไปยัง นครโฮจิมินห์ซิตี้ ประเทศเวียดนาม เส้นทางรถไฟทั้งหมดนี้เป็นรางขนาด 1 เมตรทั้งหมด

ด้านตะวันตก ประเทศเมียนมา ก็มีโครงการ East West Economic Corridor ชื่อนี้คนไทยได้ยินบ่อย เส้นทางสายนี้ จะเชื่อมโยงพื้นที่ด้านตะวันออกของเวียดนาม ผ่าน ลาว บนเส้นทางอาร์ 9 ข้ามแม่น้ำโขงมา ประเทศไทย ไปออกที่ เมียนมา เชื่อม ทะเลจีนใต้ กับ ทะเลอันดามัน มีระยะทางยาว 1,450 กม.

ผมอยากให้นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ กล้าๆ เลียนแบบ เส้นทางสายไหมใหม่แห่งศตวรรษที่ 21 ของจีน มาสร้างเป็น “เส้นทางสายไหมไทยแห่งศตวรรษที่ 21” หรือ Thai Silk Road ใช้ ทางรถไฟ ถนน เชื่อมโยงประเทศ อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง CLMVCT กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม จีน ไทย เข้าด้วยกัน เพื่อให้ ไทย เป็น ศูนย์กลางการค้าและโลจิสติกส์ ในภูมิภาคนี้อย่างแท้จริง ที่ตั้งประเทศเอื้อให้อยู่แล้ว ถ้าไม่ทำก็เสียของ.

“ลม เปลี่ยนทิศ”