วันศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กะเทาะเปลือกกระบวนยุติธรรม : สะท้อนวิกฤติประเทศ

ขาดความศรัทธา-ไม่เชื่อถือกระบวนยุติธรรม

ส่วนหนึ่งเกิดจากการตัดสินปัญหาทางกฎหมายถูกตั้งคำถามว่า “หลายมาตรฐาน” ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญนำไปสู่ความขัดแย้งและเกิดความเหลื่อมล้ำในสังคม เป็นต้นธารนำไปสู่การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ

ผลการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยเฉพาะของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เสนอให้องค์กรและเจ้าหน้าที่รัฐในกระบวนการยุติธรรมต้องปรับเปลี่ยน ปรับปรุงแนวทางบริหารองค์กรและวิธีการทำงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐในกระบวนการยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทั้งการปฏิรูปองค์กรและกระบวนการยุติธรรมก่อนชั้นศาล ตั้งแต่องค์กรอัยการ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ตำรวจ ทนายความ เพื่อลดปริมาณคดีขึ้นสู่ศาล ทำให้ศาลสามารถตัดสินคดีมีประสิทธิภาพมากขึ้น

คนยากจนเข้าถึงความยุติธรรมได้มากขึ้น สามารถขจัดปรากฏการณ์ความยุติธรรมสองมาตรฐาน

รวมถึงการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมในชั้นศาล เพราะมีปัญหาเกี่ยวกับโครงสร้างองค์กรศาล การพัฒนาระบบวิธีพิจารณาและระบบองค์คณะในองค์กรศาล ปัญหาขาดแคลนบุคลากรที่เชี่ยวชาญในแต่ละองค์กรศาล

การสร้างความเข้มแข็งให้แก่องค์กรศาล ระบบการอุทธรณ์ ฎีกาในองค์กรศาล การจัดสรรงบประมาณของฝ่ายธุรการในองค์กรศาล และหน่วยงานเพื่อรองรับการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล

เพื่อให้เกิดการปฏิรูประบบงานขององค์กรศาล ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนอย่างมีอิสระ ปราศจากการแทรกแซง รวมถึงให้มีการตรวจสอบคำสั่งและคำพิพากษาที่ถึงที่สุด

นี่แหละจะเปิดประตูให้ประชาชนเข้าถึงความยุติธรรมได้อย่างแท้จริง และมีความเชื่อถือต่อองค์กรในกระบวนการยุติธรรม

แต่ก่อนจะเดินไปถึงฝั่งฝัน ตามที่คณะกรรมการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมกำลังจะออกแบบโครงสร้างกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย ขอพาไปแย้มอีกมุมคิดกับผู้ที่เดินอยู่บนเส้นทางกระบวนการยุติธรรมมายาวนาน เคยเป็นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และผู้พิพากษาศาลฎีกา

นั่นคือ น.ส.สมลักษณ์ จัดกระบวนพล ได้บอกเรื่องราวประสบการณ์ เพื่อเป็นจิ๊กซอว์อีกตัวต่อยอดการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมผ่านการให้สัมภาษณ์ทีม ข่าวการเมือง ว่า ในฐานะเดินอยู่บนถนนสายนี้มา 36 ปี อยู่ในสถาบันศาลยุติธรรมตั้งแต่ศาลชั้นต้นไปจนถึงศาลฎีกา เห็นว่าการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมควรจะเริ่มตั้งแต่ตำรวจ อัยการ ศาลและผนวกทนายความเข้ามาด้วย เพราะมีส่วนสำคัญ

ถ้าจะปฏิรูปโดยเฉพาะศาล ซึ่งอยู่ปลายน้ำของกระบวนการยุติธรรม จะต้องดูถึงความเป็นอิสระของศาล

หากถูกแทรกแซงเมื่อไหร่ สังคมก็เกิดความปั่นป่วน

ฉะนั้นความเป็นอิสระของผู้พิพากษาสำคัญมาก อยากให้ผู้ที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม คำนึงถึงความเป็นอิสระ ไม่อยากให้ไปยุ่งกับคนภายนอก โดยเฉพาะอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ หรืออำนาจฝ่ายบริหาร

ขอย้ำว่าอำนาจตุลาการไม่ว่าจะเป็นคนกระบวนการยุติธรรมหรือคนนอกกระบวนการยุติธรรม ก็ไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้

เห็นได้จากรัฐธรรมนูญทุกฉบับ บัญญัติการพิจารณารากฐานของศาล ผู้พิพากษาและตุลาการย่อมมีอิสระในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย

ให้เป็นไปโดยรวดเร็ว เป็นธรรม และปราศจากอคติทั้งปวง

ทีมข่าวการเมือง ถามว่า กำลังสื่อไปถึงในยุคปัจจุบันที่บ้านเมืองยังแตกแยกทางความคิด ผู้พิพากษาต้องวางตัวและพิพากษาคดีโดยอิสระ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม น.ส.สมลักษณ์ บอกว่า ความจริงถ้าฝ่ายนิติบัญญัติหรือฝ่ายบริหารต้องการได้ผู้ที่มีความรู้ด้านกระบวนการยุติธรรมไปช่วยเสริมความรู้ด้านนี้

สมมติอยากได้ผู้พิพากษาไปเป็นที่ปรึกษา ก็ขอให้ทาบทามท่านที่เกษียณอายุแล้วไปรับตำแหน่งดังกล่าว

หากเมื่อไหร่แต่งตั้งท่านที่ยังไม่เกษียณ ก็จะเกิดข้อครหาต่อตัวผู้พิพากษาท่านนั้นๆ และสถาบันศาลยุติธรรมไม่ได้รับความน่าเชื่อถือ

“ฝ่ายนิติบัญญัติ หรือฝ่ายบริหารที่จะทาบทามท่านไปเป็นที่ปรึกษา ก็ขอให้ระมัดระวัง

หากท่านอยากจะเข้าไปเป็นที่ปรึกษา ขอเสนอให้ลาออกจากตำแหน่งก่อน

ไม่เช่นนั้นสังคมจะแคลงใจ ท่านจะทำงานลำบากและสถาบันศาลยุติธรรมจะเสียไปด้วย

โดยเฉพาะเมื่อไหร่ที่สังคมเกิดความระแวงท่านก็จะทำหน้าที่ด้วยความยากลำบาก

สั่งอะไรไปเขาไม่เชื่อถือ เพราะไม่เชื่อมั่นว่าจะให้ความเป็นธรรมได้ ในที่สุดท่านจะทำงานไม่ได้

เมื่อเราทำงานและทำหน้าที่ได้ สังคมต้องศรัทธาเรา ท่านต้องทำให้สังคมเห็น”

ที่ผ่านมาถึงพูดอยู่เสมอว่าผู้พิพากษาเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้ศรัทธาต่อตัวท่านลดน้อยถอยลงไป อย่าไปโกรธสังคม ท่านต้องดูแลตัวเอง ถ้าหากท่านไม่มีเจตนาที่ทำให้ไม่มีความเป็นธรรม แค่บังเอิญไม่ได้คิด แต่ขอย้ำถึงความเป็นกลาง เป็นอิสระ ท่านต้องระมัดระวัง และคนอื่นก็ต้องระมัดระวังให้ท่านด้วย

ทีมข่าวการเมือง ถามว่า สถาบันศาลยุติธรรมออกแบบโครง-สร้างดี แต่ขณะนี้ยังมีข้อครหาถึงการใช้ตุลาการภิวัฒน์ผ่านองค์กรอิสระ ปัญหานี้จะปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมอย่างไร ให้สังคมศรัทธาและเชื่อมั่นองค์กรอิสระ น.ส.สมลักษณ์ บอกว่า คำว่าตุลาการภิวัฒน์ อะไรที่ภิวัฒน์จะเป็นไปในทางที่ดี

แต่กลับนำมาใช้ในทางที่ไม่ค่อยดี ถึงแม้คดีนี้ที่ดูจากหลักฐานไม่สามารถลงโทษ แต่จำเลยในคดีนี้เป็นศัตรูทางการเมือง จากถูกก็เป็นผิดได้

ฉะนั้นฝ่ายบริหารจะต้องช่วยฝ่ายตุลาการ ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว เมื่อมันมีคดีขึ้นมา ฝ่ายบริหารอย่าไปขัดขวาง ฝ่ายบริหารจะต้องเต็มใจ ถ้าฝ่ายไหนทำผิดก็ช่วยนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ถ้าผิดก็ลงโทษ เพื่อให้เห็นชัดเจนว่าทุกฝ่ายต้องได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรมและศาล

ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นสิ่งสำคัญมากในกระบวนการยุติธรรม รวมถึงความเป็นกลาง ความกล้าหาญ โดยเฉพาะความกล้าหาญ ถ้าใครมีอำนาจแล้วไม่กล้าทำ แล้วปล่อยให้ผู้ที่มีอำนาจกระทำความผิด ถือว่าท่านทำการไม่สมศักดิ์ศรีในฐานะเป็นผู้รักษากฎหมาย

แต่การทำงานของตุลาการเป็นการแสดงออก อย่าไปคิดว่าจะทำอะไรก็ได้ การทำหน้าที่จะต้องสะอาด แจ่มแจ้ง ปราศจากความโกรธ ความชัง และอย่าไปฝังใจว่าเคยกระทำความผิดมา จะต้องดูสำนวนว่าแท้จริงแล้วข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเป็นอย่างไร

ผู้ที่ทำหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรมต้องมีเหตุมีผล ตุลาการท่านสอนเลยว่าถ้าหากท่านพิพากษาลงโทษใครแล้วจำเลยยอมรับแสดงว่าท่านได้ให้ความเป็นธรรม เพราะคำพิพากษามีเหตุและผลที่ยอมรับได้

ขอยกตัวอย่าง ในคดีที่มีผู้ชุมนุมคนหนึ่งตกเป็นจำเลย ขับรถชนตำรวจแล้วถอยหลังมาชนอีกที ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าเป็นการบันดาลโทสะ เพราะกลุ่มผู้ชุมนุมถูกตำรวจที่ประจำอยู่อีกจุดหนึ่งทำอะไรก็ไม่รู้ได้รับผลร้ายจากการกระทำของตำรวจ จำเลยรู้ข่าวก็โกรธเกิดบันดาลโทสะ เมื่อเห็นตำรวจก็ชนและถอยมาทับอีกที

ในคดีนี้เคยสะท้อนมุมมองเชิงวิชาการว่า เข้าองค์ประกอบฐานพยายามฆ่าเจ้าหน้าที่ในขณะปฏิบัติหน้าที่ เพราะระหว่างเกิดเหตุตอนแรกมีตำรวจคนหนึ่งทำกับกลุ่มผู้ชุมนุม แต่จำเลยไปทำกับตำรวจอีกคนหนึ่งที่ไม่รู้เรื่องอะไร ในที่สุดศาลพิพากษาจำคุกจำเลย

มุมมองนี้สะท้อนด้วยความเป็นธรรม มีคนถามว่าไม่กลัวจะเป็นประโยชน์กับอีกฝ่ายหนึ่งและเป็นโทษกับอีกฝ่ายหนึ่ง ขอบอกว่ามันต้องเป็นธรรมกับคนที่ไม่ผิด

ฝ่ายนิติบัญญัติหรือฝ่ายบริหารก็เหมือนกัน เวลามีคดีสำคัญที่อยู่ในความสนใจของประชาชน จะต้องออกมาช่วยให้คดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นคดีของฝ่ายไหน ยุคบ้านเมืองแยกเป็นหลายฝ่าย เมื่อคดีของฝ่ายไหนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

อย่าทำให้สังคมระแวงว่า คนที่เป็นพวกท่านไม่ถูกดำเนินการอะไรเลย

แต่อีกฝ่ายหนึ่งทำนิดทำหน่อย ถูกดำเนินการเต็มที่เลย

รวมถึงคดีหมิ่นสถาบันและคดีที่เอาผิดกับผู้ที่เห็นต่าง ขอให้ดูให้ดีว่ามีการกลั่นแกล้งกันหรือไม่

ขออย่าให้นำมาเป็นชนวนความขัดแย้ง

สังคมถึงจะอยู่ได้อย่างสงบสุข.

ทีมการเมือง