วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นายกฯตำหนิ พระปกเกล้า ทำโพลไม่เหมาะสม ป้อมปลื้ม-ล่า‘ปู’คืบ

“บิ๊กป้อม” ปลื้มปฏิบัติการตามล่า “ยิ่งลักษณ์” คืบหน้า เผยทีมงานส่วนตัวแกะรอยจนพบเบาะแส เร่งติดตามตัวคนขับเก๋งที่กล้องวงจรปิดจับภาพได้มาสอบสวน ฟันธงมีคนในประเทศช่วยเหลือ แต่ย้ำไม่เกี่ยวกับรัฐบาลและ คสช. สั่งการเตรียมแถลงข่าวโชว์ผลงาน แหล่งข่าวมั่นคงเผยถึงเจอตัวก็จับไม่ได้ เพราะชั่วโมงนั้นยังไม่มีความผิด โพลชี้ “ปู” หนีส่งผลดี ไม่มีความรุนแรง “บิ๊กตู่” สวดยับ “พระปกเกล้า” ทำโพลสำรวจคนหนีคดี สร้างความสับสนสังคมยอมรับคนทุจริตผิด ก.ม. สนช.ยันเดินตามโรดแม็ป ยังไม่มีอะไรสะดุดหัวทิ่ม พท.กาง รธน.ล็อกเลือกตั้งไม่เกิน 61 จี้ประกาศให้ชัดฟื้นความเชื่อมั่น ปชป.เตือนยิ่งเลื่อน ศก.ยิ่งพัง “ปู่พิชัย” เชื่อโรดแม็ปเลื่อนอีก ยุ “บิ๊กตู่” นำขบวนตั้งรัฐบาลแห่งชาติ

ความคืบหน้าล่าสุดในการติดตามตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่หลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษาคดีปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เปิดเผยเส้นทางหลบหนีว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์นั่งรถเก๋งผ่านทาง จ.สระแก้วนั้น

“บิ๊กป้อม” ปลื้มคืบหน้าตามตัว “ปู”

เมื่อวันที่ 9 ก.ย. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการติดตามเส้นทางและบุคคลที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลบหนีคดีโครงการรับจำนำข้าวไปต่างประเทศ ภายหลังกล้องวงจรปิดจับภาพสุดท้ายได้บริเวณด่านทหาร จ.สระแก้ว ว่า เป็นการติดตามจากหน่วยงานความมั่นคงของตนเองที่ดำเนินการ ความคืบหน้าตอนนี้เรายังไม่รู้ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ออกไปได้อย่างไร กำลังติดตามตัวคนขับรถเก๋งคันดังกล่าวมาสอบสวนว่าช่วยเหลือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ออกไปเส้นทางใด ส่วนการชี้แจงอย่างเป็นทางการนั้น ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนให้เกิดความชัดเจนก่อน

“คดีนี้ผมเชื่อว่าได้สร้างความมั่นใจเป็นอย่างยิ่งในการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ ตอนนี้มีความคืบหน้าอย่างมาก เพียงแต่เรายังไม่รู้ว่าใครเป็นคนนำพา น.ส.ยิ่งลักษณ์ออกนอกประเทศ แต่ผมเชื่อว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับคนในประเทศเป็นผู้ช่วยเหลือ ส่วนนอกประเทศจะช่วยเหลือหรือไม่ เราก็ไม่รู้ อย่างไรก็ตามผมขอยืนยันอีกครั้งว่ารัฐบาล และ คสช.ไม่ได้ให้ความช่วยเหลือ น.ส.ยิ่งลักษณ์แต่อย่างใด” พล.อ.ประวิตรกล่าว

สั่งหน่วยงานเกี่ยวข้องแถลงข่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประวิตรได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเตรียมการแถลงข่าวถึงการติดตามเส้นทางและบุคคลที่เกี่ยวข้องที่ให้ความช่วยเหลือ น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางออกนอกประเทศ หลบหนีคดีโครงการรับจำนำข้าวในเร็ววันนี้ ภายหลังกล้องวงจรปิดจับภาพสุดท้ายซึ่งเป็นรถยนต์ที่คาดว่าจะพา น.ส.ยิ่งลักษณ์หนีได้ที่บริเวณด่านทหาร จ.สระแก้ว และหน่วยงานความมั่นคงจะนำตัวคนขับรถที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ใช้หลบหนีไปสอบสวน ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เร่งรัดให้คลี่คลายคดีดังกล่าวให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ภายหลังตกเป็นจำเลยสังคมว่ารัฐบาลเปิดช่องให้เกิดการหลบหนี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ด่านทหาร จ.สระแก้ว อยู่ในความรับผิดชอบของกองกำลังบูรพา ปกติจะมีรถเข้า-ออกเป็นประจำ โดยมาตรการตรวจค้นรถจะเข้มงวดกับรถที่เข้ามาภายในประเทศมากกว่า เนื่องจากต้องดูแลเรื่องผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ส่วนรถที่ออกนอกประเทศจะตรวจค้นเฉพาะรถต้องสงสัย หรือรถที่หน่วยข่าวแจ้งเตือนมา โดยกรณีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้มีการแจ้งเตือนมาก่อนหน้านี้

ชี้เข้ากัมพูชาต้องติดต่อไว้ล่วงหน้า

แหล่งข่าวระดับสูงจากหน่วยงานความมั่นคงเปิดเผยว่า ภาพวงจรปิดที่จับภาพรถที่คาดว่าจะพา น.ส.ยิ่งลักษณ์หลบหนีออกนอกประเทศนั้น เป็นการติดตามของหน่วยข่าวจากพื้นที่ส่วนกลาง ซึ่งเป็นทีมที่ พล.อ.ประวิตรสั่งให้ตามกรณีนี้โดยเฉพาะ ตั้งแต่การจับภาพรถต้องสงสัยทุกคันที่ออกจากบ้านของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และไล่ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดจากทุกเส้นทาง จนมาถึงรถคันดังกล่าวที่ถูกจับภาพได้ที่ด่านบริเวณ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ยืนยันว่าไม่ใช่ด่านทหารของกองกำลังบูรพาแต่อย่างใด เพราะถ้ารถผ่านมาในถนนเส้นทางหลัก ไม่ขับซิกแซ็กไปทางใดก็จะเจอด่านตรวจของกองกำลังบูรพาแน่นอน อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าช่วงที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ออกจากบ้านนั้น เป็นช่วงวันก่อนที่จะมีการตัดสินคดีโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งสถานะตอนนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์เองก็ยังไม่มีความผิด หากทหารเจอจริงก็คงไม่สามารถเข้าจับกุมหรือควบคุมตัวได้ ส่วนการเดินทางเข้าประเทศกัมพูชา เชื่อว่าไม่มีใครกล้าลักลอบเดินทางเข้าไปได้ ถ้าทางนั้นไม่อนุญาตเชื่อว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์คงไม่ใช้ช่องทางธรรมชาติ เพราะบริเวณช่องทางธรรมชาติยังเป็นพื้นที่ป่า ต้องข้ามพื้นที่ที่เป็นเขา อีกทั้งบางพื้นที่ยังอยู่ในขั้นตอนรื้อถอนทุ่นระเบิดสมัยสงคราม จึงเป็นไปได้ยากที่จะใช้ช่องทางดังกล่าว

โพลชี้ “ปู” ชิ่งส่งผลดีไม่มีรุนแรง

วันเดียวกัน สวนดุสิตโพล เผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,187 คน สำรวจระหว่างวันที่ 4-8 ก.ย.ที่ผ่านมา ว่ามีความคิดเห็นต่อสถานการณ์การเมืองไทยอย่างไร หลังจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่มาฟังคำพิพากษาของศาลในคดีรับจำนำข้าว พบว่า อันดับ 1 ต้องรอดูอนาคตการเมืองไทยว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป 77.34% อันดับ 2 ทุกพรรคทุกฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็น เคลื่อนไหวมากขึ้น 72.54% อันดับ 3 ยังมีคลื่นใต้น้ำ มีความขัดแย้ง แบ่งพรรคแบ่งพวก 66.64% อันดับ 4 เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ เล่นเกมการเมือง 65.37% และอันดับ 5 รอให้มีการจัดการเลือกตั้ง ประชาชนได้ตัดสินใจด้วยตัวเอง 50.80% เมื่อถามว่า กรณีดังกล่าวมีผลกระทบต่อการเมืองไทยในภาพรวมอย่างไรบ้าง ปรากฏว่า ผลกระทบด้านดี ได้แก่ ไม่มีเหตุการณ์รุนแรง ลดการปะทะ 82.31% การเคลื่อนไหวลดลง ไม่มีชุมนุมประท้วง 70.35% สถานการณ์การเมืองเย็นลง ไม่ตึงเครียด 68.41% พรรคการเมืองอื่นๆ มีโอกาสมากขึ้น 66.13% และรัฐบาลควบคุมสถานการณ์ได้ง่ายขึ้น 53.66% ส่วนผลกระทบด้านลบ ได้แก่ ประเทศเสียชื่อเสียง การเมืองเสียหาย 79.44% รัฐบาลถูกจับตามอง โดนจ้องจับผิด 72.45% ไม่เป็นประชาธิปไตย สองมาตรฐาน 69.33% นักการเมืองขาดความน่าเชื่อถือ 64.95% และทำให้เกิดความขัดแย้งเพิ่มขึ้น 61.50%

กระทบ พท.ต้องปรับกระบวนใหม่

เมื่อถามอีกว่า กรณีดังกล่าวมีผลกระทบต่อพรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคการเมืองอื่นๆ อย่างไรบ้าง ผลกระทบต่อพรรคเพื่อไทย ได้แก่ ต้องหาผู้นำใหม่ เปลี่ยนแกนนำ 80.88% หาเสียงลำบาก โอกาสตั้งรัฐบาลน้อย 75.40% เกิดการแบ่งกลุ่มภายในพรรค 70.18% อาจมีผลต่อคะแนนนิยม ฐานเสียง 60.40% และต้องเปลี่ยนนโยบาย ยุทธศาสตร์ 58.80% ส่วนผลกระทบต่อพรรคประชาธิปัตย์และพรรคอื่นๆ ได้แก่ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้กับประชาชน 71.10% เป็นคดีตัวอย่าง ทำให้ไม่กล้ากระทำผิด 67.73% ต้องปรับเปลี่ยนแนวทางในการหาเสียง 63.86% ต้องปรับตัว สร้างความน่าเชื่อถือให้มากขึ้น 51.31% และมีโอกาสชนะการเลือกตั้งมากขึ้น 48.10%

นายกฯสวดพระปกเกล้าทำไม่เหมาะ

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้กล่าวถึงผลสำรวจความเห็นของประชาชนต่อความเชื่อมั่นในตัวนายกรัฐมนตรีในช่วงระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมา ซึ่งจัดทำโดยสถาบันพระปกเกล้าว่า ไม่ได้ติดใจหรือไม่พอใจผลคะแนนจากโพลดังกล่าว เพียงแต่เห็นว่าการนำเอาผลสำรวจที่รวมอดีตนายกฯ ที่มีความผิด และอยู่ระหว่างหลบหนีมาเผยแพร่แก่สาธารณะ ไม่เหมาะสมนัก เพราะอาจทำให้ประชาชนเกิดความสับสน เห็นการทำผิดกฎหมาย ทุจริตคอร์รัปชันเป็นเรื่องยอมรับได้ ดังนั้นการนำเสนอข้อมูลบางเรื่องต้องใช้ความระมัดระวัง พร้อมทั้งฝากให้สติกับประชาชนในการเลือกรับข่าวสาร ควรอ่านและศึกษารายละเอียดของข่าวให้ชัดเจน ไม่อ่านหรือตีความเฉพาะแค่เพียงพาดหัวข่าวอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม สถาบันพระปกเกล้าได้ออกมาชี้แจงแล้วว่า การนำเสนอผลสำรวจความเชื่อมั่นนายกฯ ไม่ได้มีการเปรียบเทียบความเชื่อมั่นต่อนายกฯแต่ละคน แต่มีผู้นำไปเปรียบเทียบกันเอง เพราะในทางปฏิบัติแล้วไม่สามารถนำไปเปรียบเทียบกันได้ เนื่องจากเกิดขึ้นคนละช่วงเวลา คนละสถานการณ์ นอกจากนี้ ในรายงานยังมีข้อมูลของนายกฯคนอื่นด้วย ไม่ใช่มีเพียงแค่ 2 คนเท่านั้น

ครม.สัญจรภาคกลางเน้นข้าว-น้ำ

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร) ระหว่างวันที่ 18-19 ก.ย. ที่ จ.สุพรรณบุรีและพระนครศรีอยุธยา ว่า เมื่อวันที่ 8 ก.ย. ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ว่าราชการจังหวัดในภาคกลาง 16 จังหวัด มาประชุมเตรียมการเพื่อเสนอให้นายกรัฐมนตรีวินิจฉัยต่อไป ทุกครั้งที่ไปประชุม ครม.สัญจร นายกรัฐมนตรีจะประชุมนอกวาระ ครม.ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หอการค้า สภาอุตสาหกรรมในพื้นที่ คล้ายๆกับการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) สำหรับการประชุม ครม. สัญจรครั้งนี้ เป็นการเวียนการประชุมไปตามแต่ละภาค อย่างที่ จ.นครราชสีมา เน้นเรื่องการคมนาคมขนส่งและโครงสร้างพื้นฐาน ส่วนภาคกลางจะเน้นเรื่องการบริหารจัดการน้ำ ข้าว และการท่องเที่ยว

สนช.ท่องคาถาเดินตามโรดแม็ป

วันเดียวกัน นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 2 กล่าวถึงกรณีเสียงวิจารณ์ว่าถ้าหากการออกกฎหมายลูกสะดุด วันเลือกตั้งอาจเลื่อนออกไปว่า ทุกคนในแม่น้ำ 5 สาย ตั้งใจทำตามโรดแม็ปอยู่แล้ว การออกกฎหมายใดๆ อาจเห็นไม่ตรงกันได้ แต่ไม่น่าถึงขั้นจะสะดุดหยุดลง เพราะมีกรอบและทางแก้เอาไว้ในรัฐธรรมนูญ เช่น การตั้งคณะกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่าย พูดง่ายๆ คือ กฎหมายก็สะดุดได้ แต่ก็มีทางแก้ไว้ให้เดินอยู่ ฝ่ายผู้เล่นอย่าเพิ่งกังวลวันนี้ สนช.เองยังทำหน้าที่ตามโรดแม็ป ส่วนการเดินหน้าสร้างความสามัคคีปรองดองของคนในชาติ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ได้บอกอยู่ตลอดว่า การฟังความเห็นร่วมกันเป็นปัจจัยไปสู่การเลือกตั้ง ถ้าไม่มีการปรองดอง เศรษฐกิจ การเมือง สังคม ก็จะไม่ดี พล.อ.ประวิตรยังย้ำเสมอว่าการปรองดองไม่เกี่ยวกับคดีความ ที่ต้องเดินตามกระบวนการ จะไม่นำเอามาเป็นข้อแลกเปลี่ยนใดๆทั้งสิ้น

พท.กาง รธน.ล็อกเลือกตั้งไม่เกิน 61

นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกมาระบุกำหนดการเลือกตั้งเบื้องต้น ราวเดือน ส.ค.61 แต่คนในแม่น้ำ 5 สาย ยังไม่กล้าบอกโรดแม็ปเลือกตั้งที่ชัดเจนว่า ไทม์ไลน์เลือกตั้งมีกำหนดชัดเจนแล้วในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ใครก็สามารถนับได้ และถ้าขั้นตอนการร่างกฎหมายลูกยืดออกไปเต็มระยะเวลาที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ถึงอย่างไรการเลือกตั้งก็ไม่เกินปลายปี 61 ถ้ามีใครพูดนอกเหนือจากนี้เขาคงมีวาระซ่อนเร้นหรือวาระพิเศษอะไรบางอย่าง ในส่วนของพรรคเพื่อไทยก็ต้องเตรียมตัวเตรียมใจสำหรับการเลือกตั้งตามกรอบเวลาในรัฐธรรมนูญที่ผู้มีอำนาจเป็นผู้กำหนดขึ้นมา หากพวกท่านเหล่านั้นไม่ทำตามกติกาที่ตัวเองร่างขึ้น ก็ต้องรับผิดชอบและตอบคำถามกับสังคมให้ได้

จี้ประกาศให้ชัดกระตุกความเชื่อมั่น

นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่ผู้มีอำนาจไม่กล้าระบุถึงไทม์ไลน์การเลือกตั้งที่ชัดเจน เหมือนเป็นการพูดแบบผัดวันประกันพรุ่ง โรดแม็ปที่กำหนดก็เคลื่อนไปมา ทั้งที่ขณะนี้รัฐธรรมนูญประกาศใช้แล้ว มีเงื่อนไขกรอบเวลาการทำกฎหมายลูกไว้ทั้งหมด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.เคยพูดกับสื่อว่าจะให้มีการเลือกตั้งในปี 2561 ก็หวังว่าจะไม่ถูกเลื่อน หรือมีเหตุให้ต้องมาเริ่มนับหนึ่งอะไรกันใหม่อีก เวลานักการเมืองออกมาพูดเรื่องการเลือกตั้ง ก็จะมีคนวิจารณ์ว่านักการเมืองต้องการแค่นี้ จริงๆแล้วตนคิดว่ามันสำคัญต่อทิศทางของประเทศ เพราะในสายตาต่างชาติ เรื่องประชาธิปไตยคือการมีส่วนร่วมของประชาชน เป็นหัวใจสำคัญของการปกครอง เมื่อเขาเชื่อมั่นตรงนี้จะส่งผลต่อการลงทุนโดยรวม การค้าระหว่างประเทศก็จะไม่ติดขัดปัญหาหลายๆเรื่องแบบที่ผ่านมา เพราะปัญหาเร่งด่วนในขณะนี้คือปากท้องประชาชน รัฐบาลจึงต้องขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ที่จะช่วยให้ประชาชนมี คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ก่อนจะว่ากันด้วยเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี อยากให้รัฐแสดงความจริงใจหรือพูดให้ชัดอีกครั้งว่า ประชาชนจะได้มีส่วนร่วมกับการเลือกผู้แทนของเขาเมื่อไหร่กันแน่

เค้น “บิ๊กตู่” ลั่นวาจาไม่สืบอำนาจ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ช่วง 3 ปีเศษที่ผ่านมา ภายใต้ระบบการเมืองการปกครองที่ไม่ปกติ ส่งผลให้ประเทศไทยขาดความเชื่อมั่นจากนานาชาติ แม้รัฐบาลจะทุ่มเทงบประมาณและขยันขันแข็งในการทำงานเพียงใด ก็เหมือนกับตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ โดยจีดีพีเราต่ำสุดในกลุ่มประเทศอาเซียน 10 ประเทศ มา 3 ปีติดต่อกัน ผลสำรวจโพลทุกสำนักพบว่าปัญหาเศรษฐกิจปากท้องประชาชนเป็นปัญหาใหญ่ที่สุด ทางแก้คือ ทำสิ่งที่ไม่ปกติให้กลับมาเป็นปกติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศ โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ต้องออกมาประกาศต่อสาธารณะและชาวโลกว่าจะทำหน้าที่
เป็นกลาง ไม่สืบทอดอำนาจตามเสียงวิพากษ์-วิจารณ์ และจัดการเลือกตั้งทั่วไปให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย บริสุทธิ์ ยุติธรรม รัฐบาลได้ทำหน้าที่ตามโรดแม็ปสมบูรณ์แล้ว จากนี้ไปทหารจะทำหน้าที่รั้วของชาติ และพิทักษ์ราชบัลลังก์ มั่นใจว่าหุ้นจะพุ่งกระฉูด ความเชื่อมั่นนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ รวมทั้งความร่วมมือจากนานาชาติจะกลับคืนมา อย่างรวดเร็ว

เซ็งคณะยุทธศาสตร์อยู่ใต้เงา คสช.

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกฯ แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ “ยุทธศาสตร์ชาติของ คสช.” ว่าคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีรองประธานสภาผู้แทนราษฎรกับรองประธานวุฒิสภา และรองนายกรัฐมนตรีเป็นรองประธาน มีองค์ประกอบที่น่าสนใจเป็นพิเศษ คือตัวแทนหน่วยงานด้านความมั่นคงทั้งหลาย เกือบทั้งหมดก็เป็นสมาชิกวุฒิสภาโดยตำแหน่งด้วย นอกนั้นเป็นตัวแทนองค์กรทางด้านเศรษฐกิจที่เป็นองค์กรหลักๆ และผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่งตั้ง ผู้ที่มีอำนาจและมีบทบาทมากต่อคณะกรรมการยุทธศาสตร์ คือ นายกฯ และกรรมการที่มาจากสายความมั่นคง แต่งตั้งในช่วงที่ยังมี คสช.อยู่ สรุปคืออยู่ภายใต้อิทธิพลกลไกของ คสช. และคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชุดต่างๆที่ตั้งขึ้น ร่างแผนยุทธศาสตร์ชาติเสนอ ครม.และเสนอ สนช. ทำในช่วงยังไม่มีสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา มีผล 20 ปี และถึงแม้กำหนดให้รับฟังความคิดเห็นประชาชน แต่ทำอย่างรวบรัด ที่ปัจจุบันประชาชนไม่มีสิทธิเสรีภาพแสดงความคิดเห็น

ซัดเจตนาคุมอำนาจยาวนาน

นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันกำหนดให้มี ส.ว.จากการแต่งตั้ง 250 คน เป็นจำนวนที่ชี้ขาดอนาคตทางการเมืองได้ การเปิดโอกาสให้มีนายกฯคนนอก การกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ล้วนแต่เป็นการบ่งบอกถึงความตั้งใจในการกุมอำนาจของคณะทหารชุด คสช.ที่ต่อเนื่องยาวนาน ภายใต้เปลือกนอกที่มีการเลือกตั้ง การที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม ระบุว่าการปกครองภายใต้การบริหารของรัฐบาล คสช. เป็นการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เพียงแค่ไม่มีการเลือกตั้ง ตนยังสงสัยว่าท่านไม่ตระหนักหรือว่าคำพูดดังกล่าว ไม่ต่างกับบูมเมอแรงที่ขว้างออกไปเพื่อหมุนวนกลับมาทำร้ายตัวท่านเอง

ปชป.ชี้ยิ่งเลื่อนเลือกตั้ง ศก.ยิ่งพัง

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรค ประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสข่าวจะมีการเลื่อนวันเลือกตั้งออกไปจากปี 2561 ว่า ปัญหาเศรษฐกิจเป็นตัวเร่งเร้ารัฐบาล ผู้ประกอบการส่วนหนึ่งย้ายฐานการผลิตไปต่างประเทศ ปัญหาเรื่องการออกกฎระเบียบด้านการประมง เรือประมงครึ่งหนึ่งต้องหยุดประกอบการ สินค้าเกษตรทั้งปาล์ม ข้าว อ้อย ยางพารา มีปัญหาทุกตัว ภาวะการกดดันทางการค้าจากอเมริกา และยุโรป ถ้ามีการเลือกตั้ง ใครจะเป็นนายกฯตามวิถีทางของรัฐธรรมนูญนี้ ก็ถือว่าเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง กฎระเบียบที่ถูกกดดันต่างๆ จะผ่อนคลาย ระบบเศรษฐกิจก็สามารถขับเคลื่อนได้ เพราะฉะนั้นที่บอกว่าเลือกตั้งกินได้ ความหมายของมันคือทุกอย่างที่ถูกอัดอั้นกดไว้จะค่อยๆดีขึ้น การเลือกตั้งจึงไม่สามารถ ให้เลื่อนช้ากว่าโรดแม็ปที่กำหนดได้ ส่วนใครจะเป็นนายกฯก็ขอให้เข้ามาตามวิถีทางของรัฐธรรมนูญนี้ หากหลังเลือกตั้งสภาเลือก พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯอีกครั้ง ก็ถือได้ว่าเป็นรัฐบาลประชาธิปไตย ตามรัฐธรรมนูญ

ลั่นไม่ขอร่วมมือระบอบทักษิณ

เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ที่พรรคประชาธิปัตย์กับพรรคเพื่อไทยจับมือตั้งรัฐบาลแห่งชาติ เพื่อเดินหน้าสร้างความปรองดองในชาติ นายวิรัตน์ตอบว่า ตราบใดที่ระบอบทักษิณยังครอบงำพรรคเพื่อไทย คนในพรรคเพื่อไทยต้องฟังคำสั่งระบอบทักษิณ เมื่อระบอบทักษิณเข้ามาเป็นรัฐบาลเขาก็ทำตามแนวทางเดิม เช่นจำนำข้าว หรือการแก้กฎหมายนิรโทษกรรม ก็เป็นไปไม่ได้เลยที่พรรคประชาธิปัตย์จะไปสมคบกับระบอบทักษิณที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศ ไทยระลอกแล้วระลอกเล่า เรื่องนี้จึงน่าจะเป็นการโยนหินถามทางของใครบางคน

สวน พท.กลัวไม่มีแผ่นดินอยู่

นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกและคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีผลการสำรวจความคิดเห็นประชาชนของสถาบันพระปกเกล้าว่า ความนิยมต่อพรรคการเมืองถือเป็นเรื่องธรรมดาที่มีขึ้นมีลง โดยพรรคประชาธิปัตย์ย้ำจุดยืนในหลักการความถูกต้องคือเราอยู่กับประชาชน 1.พรรคไม่เคยหยุดแก้ไขปัญหาของประชาชนแม้จะ มีการปฏิวัติ ทุกวันนี้ยังมีประชาชนที่เดือดร้อนติดต่อกับหัวหน้าพรรค อดีต ส.ส. เดินทางมาหาให้ช่วยเหลือแก้ไขตลอด 2.นโยบายพรรคทำบนหลักคิดสร้างความยั่งยืนให้กับประชาชนและประเทศ เช่น โครงการกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา อาหารกลางวัน-นมโรงเรียน ฟรี เรียนฟรี 15 ปี เบี้ยยังชีพคนชรา 3.เราเป็นพรรค การเมืองเดียวที่ต่อสู้กับการทุจริตคอร์รัปชัน ผลงานล่าสุดคือ คดีทุจริตจำนำข้าว ฉะนั้นที่คนพรรคเพื่อไทย บอกว่า ขอให้พรรคประชาธิปัตย์เอาอย่างพรรคเพื่อไทย ที่ผลสำรวจสถาบันพระปกเกล้าระบุว่าคะแนนนำห่างพรรคอื่นนั้น อย่าได้เป็นห่วงพรรคประชาธิปัตย์ เราทำหน้าที่ได้หมด แพ้ก็เป็นฝ่ายค้าน ชนะก็เป็นรัฐบาล แต่โกงการเลือกตั้งเราไม่ทำคดีที่ศาลตัดสินกระดาษคำพิพากษาไม่มีที่เก็บ หลายคดียังไม่สามารถนับรวมยอดงบประมาณแผ่นดินที่เสียหาย ที่สำคัญพรรคประชาธิปัตย์คงไม่เอาอย่างพรรคเพื่อไทย เพราะถ้าเอาอย่างก็คงไม่แผ่นดินจะอยู่

ยกเคสทุจริตจีทูจีเป็นอุทาหรณ์

นายราเมศยังกล่าวถึงกรณีคำพิพากษาคดีทุจริตการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ว่า คดีนี้ ยังไม่ถึงที่สุดจำเลยทุกคนยังได้สิทธิตามรัฐธรรมนูญคือสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ แต่จากคำพิพากษามีหลายประเด็นที่เป็นประโยชน์และยึดเป็นแนวทางปฏิบัติในการบริหารราชการแผ่นดินที่จะต้องอยู่บนหลักความถูกต้อง โดยคำพิพากษาชี้ให้เห็นชัดว่า ฝ่ายการเมืองได้ร่วมมือกับฝ่ายข้าราชการประจำและเอกชนอย่างไรบ้าง เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตจากการร่วมมือกันหลายฝ่าย ข้าราชการประจำต้องศึกษาคำพิพากษาฉบับนี้ จะเห็นสัจธรรมและอุทาหรณ์ว่า อย่าได้เกรงใจกับคำสั่งของผู้มีอำนาจที่สั่งให้ทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะคนรับผลกรรมคือข้าราชการ เอกชนก็เช่นกัน เป็นบทเรียนครั้งสำคัญว่าอย่าคิดร่วมมือในการทุจริตกับนักการเมือง ข้าราชการ ขณะเดียวกันรัฐบาลควรอธิบายชี้แจงในสิ่งที่เป็นประโยชน์ทางคดีต่อสังคม เพราะอย่างน้อยนี่คือมาตรการลงโทษ ที่เป็นผลดีในการป้องปรามการทุจริตในชาติบ้านเมือง ที่รัฐบาลกำลังปราบและแก้ไขอยู่

“ปู่พิชัย” ฟันธงโรดแม็ปเลื่อนอีก

นายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สถานการณ์การเมืองวันนี้เปลี่ยนไปจากที่ตนเคยพูดไว้อยู่มาก โดยเฉพาะการที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ น่าจะเดินทางออกนอกประเทศ แสดงให้เห็นถึงว่าเรายิ่งห่างจากการปรองดองออกไป แต่ต้องเห็นใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะการรับจำนำข้าว ผิดถูกยังไงไม่ทราบ แล้วแต่ศาลตัดสิน แต่ต้องยอมรับความจริงว่าโครงการจำนำข้าว ช่วยเกษตรกรมีรายได้ดีขึ้น แต่วิธีการถูกหรือไม่อีกเรื่อง น.ส.ยิ่งลักษณ์อาจผิดพลาดตรงนี้ เจตนาดีอยากให้เกษตรกรมีเงินมากขึ้น แต่การบริหารจัดการอาจหละหลวม จนเกิดคอร์รัปชันมาก การปรองดองหลังจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์หนีวันนี้ยิ่งมองไม่เห็นทาง แต่ก็ไม่ควรท้อถอย ส่วนการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่นั้น ต้องวิเคราะห์ด้วยความสมเหตุสมผล รัฐบาลพูดตอนยึดอำนาจปี 57 ใหม่ๆ ว่าจะเลือกตั้งปลายปี 60 จากนั้นก็เลื่อนมาปี 61 แต่วันนี้ตนเชื่อว่าจะไม่มีเลือกตั้งตามโรดแม็ปแน่นอน เพราะกฎหมายลูกคลอดยากเหลือเกิน ทั้งที่มีโรดแม็ปกางไว้ชัดเจนแล้ว

เชียร์ “บิ๊กตู่” นำขบวนตั้ง รบ.แห่งชาติ

นายพิชัยกล่าวว่า ความจริงเรื่องปรองดองก็พอมีหวัง แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯมีข้อเสียตรงหงุดหงิดเกินไป พูดจากระโชกโฮกฮาก อยากให้ลดโทนลงมาบ้าง เพราะถ้าหัวหน้ารัฐบาลโผงผางตอบโต้ไปหมด การปรองดองก็ทำยากเหลือเกิน ไม่ใช่จะสอน แต่ขอพูดความจริง แต่ความหวังของบ้านเมืองยังมีทางเลือกอีกทางที่ยากหน่อย คือการมีรัฐบาลต่อไปที่สวยงาม นั่นคือพรรคเพื่อ– ไทย พรรคประชาธิปัตย์ หรือพรรคอย่างภูมิใจไทย รวมกับทหารตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ไม่แน่ใจว่าทหาร หรือพรรคการเมืองจะเอาไหม ที่พูดมานี้เพื่อให้เกิดความปรองดอง ไม่ใช่การซูเอี๋ย แต่ไม่ต้องการให้พรรคการเมืองเป็นศัตรูกับทหาร ส่วนใครจะเป็นนายกฯก็ให้ว่ากัน ซึ่งคนที่เลือกทำริเริ่มอย่างนี้ได้คือ พล.อ.ประยุทธ์ ถ้าตนรู้จักกับนายกฯเป็นการส่วนตัว จะไปนั่งคุยแล้วบอกแบบนี้ โมเดลดังกล่าวจะทำเศรษฐกิจแล่นฉิวไปรอด ต่างชาติเชื่อมั่นจากภาพการผนึกกำลังร่วมมือกัน แม้ทางนี้ยากจริงๆ แต่ พล.อ.ประยุทธ์จะทำจริง ก็ทำได้ แต่ถ้าหากจะตั้งรัฐบาลให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญตอนนี้ หรือว่าทหารตั้งรัฐบาลฝ่ายเดียวหลังการเลือกตั้ง จะไม่มีทางปรองดอง หรือทำให้เศรษฐกิจไปรอด