วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘น้ำมนต์’ เข้าคุก ศาลไม่ให้ประกัน!

ป.รอ9เหยื่อแจ้งความเตือนอายุความ3เดือน

ศาลไม่ให้ประกันตัว “จริยาภรณ์” สาวแสบลวงผู้ชายแต่งงานหลอกเชิดสินสอดทองหมั้น คอตกเข้าคุก เจ้าตัวเครียดวอนอย่าเหมาเอาว่าเป็นตระกูลที่หลอกลวง ส่วนคดีตำรวจกองปราบฯเดินหน้าตามพ่อแม่ผู้ต้องหามาสอบสวนคาดได้ตัวเร็วนี้ พร้อมทยอยพาเจ้าทุกข์ไปแจ้งความโรงพักท้องที่เกิดเหตุอายัดคดีเพิ่มเติม ด้านอัยการเตือนเหยื่อชายต้องแจ้งความร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน นับตั้งแต่วันที่รู้เรื่อง มิเช่นนั้นคดีขาดอายุความ

กรณีตำรวจกองปราบปรามแกะรอยตามจับกุม น.ส.จริยาภรณ์ หรือน้ำมนต์ บัวใหญ่ วัย 32 ปี ชาว จ.เลย สาวแสบวางอุบายคบหาผู้ชายจนตายใจแล้วหลอกให้แต่งงานเพื่อเชิดเงินสินสอดทองหมั้นและทรัพย์สิน เริ่มก่อเหตุตั้งแต่ปี 54 มีผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อแล้ว 13 ราย ทั้งถูกตุ๋นเงินร่วมลงทุนกิจการขายผลไม้ โดนเชิดรถกระบะ บางคนต้องเดือดร้อนติดหนี้ติดสินพะรุงพะรัง สาวแปดเหลี่ยมสิบสองคมหนีโดนจับพร้อมผัวใหม่ที่อ้างเพิ่งรู้ตัวว่าตกเป็นเหยื่อรายล่าสุด สอบสวนผู้ต้องหาให้การว่า วิวาห์เพียง 7 คน เกิดจากรักมิใช่ลวงหลอก ชุดจับกุมส่งตัวไปดำเนินคดีที่ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ จ.ปทุมธานี ตามหมายจับ 1 ใน 5 ข้อหาลักทรัพย์ และเตรียมอายัดตัวหมายจับคดีฉ้อโกงเพิ่มเติม

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 9 ก.ย. พนักงานสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ควบคุมตัว น.ส.จริยาภรณ์ หรือนํ้ามนต์ ออกจากห้องขังนำตัวไปผัดฟ้องฝากขังที่ศาลจังหวัดธัญบุรี เจ้าหน้าที่สวมกุญแจมือคู่กับผู้ต้องหาคดีอื่นๆ ป้องกันการหลบหนี น.ส.จริยาภรณ์ดูท่าทางมีอาการเคร่งเครียดมาก กล่าวว่า ไม่ได้มีเจตนาหลบหนี เป็นการมอบตัวโดยประสานตำรวจกองปราบมารับตัว เพื่อไม่ให้มีอะไรที่ค้างคาใจกันอีกค่อยไปว่ากันที่ชั้นศาล แต่อย่ามาเหมารวมพ่อแม่ว่าเป็นตระกูลที่หลอกลวง เพราะเป็นการแต่งงานใช้จ่ายกินด้วยกัน คนที่เป็นผู้ชายก็รู้อยู่ความรักขนาดไหน แต่ละครั้งที่จะแต่งงานกับคนอื่นเลิกกับคนเก่าแล้ว ขอวอนว่าไม่เป็นความจริงทั้งหมดที่ว่ามีผู้เสียหาย 30-40 ราย เป็นเพียงการพูดคุยเท่านั้น

ร.ต.ท.หญิง รัตนาพร บุญหรรษา รอง สว. (สอบสวน) สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า พนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัว เพราะต้องสอบปากคำผู้ต้องหาอีกหลายประเด็น ขณะนี้ยังไม่มีผู้เสียหายมาแจ้งความเพิ่มเติม ศาลจังหวัดธัญบุรี พิจารณาไม่อนุญาตให้ประกันตัวผู้ต้องหาส่งเข้า เรือนจำธัญบุรี เนื่องจากเป็นคดีที่ประชาชนสนใจและมีผู้เสียหายจำนวนมาก

ที่ศาลจังหวัดจันทบุรี สายวันเดียวกัน ร.ต.อ.รักชาติ นวลเจริญ รอง สว. (สอบสวน) สภ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี นำตัวนายกิตติศักดิ์ ตันติวัฒน์กุล อายุ 33 ปี สามีคนล่าสุดของสาวแสบ อยู่บ้านเลขที่ 1294/1 หมู่ 16 ต.คลองลานพัฒนา อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร ไปฝากขังตามหมายจับศาลจังหวัดจันทบุรี ที่ 190/2559 ลงวันที่ 8 ก.ค.2559ข้อหาร่วมกันฉ้อโกง นายกิตติศักดิ์ อ้างว่า ถูก น.ส.จริยาภรณ์ หลอกให้ไปฉ้อโกงซื้อแผงทุเรียนในพื้นที่ อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี โดยผู้ต้องหายังถูกควบคุมตัวไว้และยังไม่ได้ยื่นการประกันตัว

ด้าน พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบก.ป. กล่าวว่า พนักงานสอบสวนสอบปากคำผู้เสียหายแล้ว 4 ราย ทุกคนแจ้งความร้องทุกข์กับท้องที่ไว้แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรอนายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความ พาผู้เสียหายที่เหลือประมาณ 9 ราย มาสอบปากคำให้ครบ ตรวจสอบว่ามีผู้เสียหายรายใดยังไม่ได้แจ้งความกับตำรวจท้องที่ เพราะบางรายไม่อยากแจ้งความกลัวว่าภรรยาจะรู้เรื่อง ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนกำลังพิจารณาดำเนินคดี น.ส.จริยาภรณ์ เพิ่มเติมในข้อหาฉ้อโกงโดยแสดงเป็นบุคคลอื่น หากมีผู้เสียหายมาร้องทุกข์หลายรายจะดูเรื่องกฎหมายฟอกเงิน ถ้าเข้าข่ายถึงส่งเรื่องให้ ปปง.ตรวจสอบเส้นทางการเงินมีใครเกี่ยวข้องและปกปิดถ่ายโอนเงินหรือไม่

พ.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวอีกว่า ส่วน น.ส.สร้อยเพ็ชร พาลีวัลย์ อายุ 27 ปี ชาว จ.เลย ที่ถูก น.ส.จริยาภรณ์ นำบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีธนาคารให้การว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ ต้องตรวจสอบทางธนาคารเปิดบัญชีด้วยวิธีใดใครเป็นคนเปิด การเปิดบัญชีน่าจะไม่เข้าข่ายเป็น “บัญชีม้า” ที่มักจ้างบุคคลอื่นหรือผู้บริสุทธิ์เปรียบเหมือนม้าเปิดบัญชีคอยไปกดเงินให้โดยที่ไม่รู้ที่มาของเงิน แตกต่างกับกรณีของ น.ส.สร้อยเพ็ชร กองปราบฯจะประสานตำรวจท้องที่ให้ตรวจสอบกับธนาคารอย่างละเอียดอีกครั้ง

มีรายงานว่า พนักงานสอบสวนกองปราบฯ รับคำร้องทุกข์ผู้เสียหายพื้นที่ จ.สมุทรปราการ 3 ราย ได้แก่ ท้องที่ สภ.สำโรงเหนือ สภ.สำโรงใต้ สภ.เมือง สมุทรปราการ และ สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ 1 ราย ทั้งหมดแจ้งความไว้แล้วว่าถูก น.ส.จริยาภรณ์ หลอกแต่งงานทั้งหมด และชุดสืบสวนกองปราบฯอยู่ระหว่างติดตามพ่อแม่ของ น.ส.จริยาภรณ์ มาสอบสวนคาดว่าจะได้ตัวเร็วๆนี้

ด้านนายธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสุงสุด กล่าวถึงด้านกฎหมายและคดีว่า หาก น.ส.จริยาภรณ์ มีเจตนาทุจริตหลอกลวงฝ่ายชายให้หลงเชื่อว่า จะอยู่กินฉันสามีภริยาเพื่อหลอกลวงเอาทรัพย์สิน หรือที่เรียกกันตามประเพณีนิยมว่า “ค่าสินสอด” ไม่ได้มีเจตนาที่จะอยู่กินฉันสามีภริยากับฝ่ายชาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1461 มาตั้งแต่ต้น ปกติแล้วไม่มีหญิงคนไหนแต่งงานกับชายหลายๆคนในเวลาติดๆ ไล่เลี่ยกัน การกระทำของ น.ส.จริยาภรณ์จึงเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 เป็นความผิดต่อส่วนตัวยอมความได้ ผู้เสียหายต้องแจ้งความร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด มิฉะนั้นคดีเป็นอันขาดอายุความ หรือต้องฟ้องคดีต่อศาลภายในกำหนดเวลา 3 เดือนเช่นกัน แต่ไม่ตัดสิทธิฟ้องคดีแพ่งเรียกร้องเอาสินสอดหรือทรัพย์สินคืน เพราะมีอายุความนานกว่า

นายธนกฤตกล่าวอีกว่า คดีที่ยังไม่ขาดอายุความและอัยการเป็นโจทก์ฟ้อง หากปรากฏข้อเท็จจริงว่าฝ่ายชายยังไม่ได้ทรัพย์สินคืน อัยการจะขอไปฟ้องให้ฝ่ายหญิงคืนทรัพย์สินหรือใช้ราคาทรัพย์สินที่ถูกหลอกลวงไปในการกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ฝ่ายชายผู้เสียหายต้องมายื่นคำร้องต่อศาล เพื่อขอให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนความเสียหายให้แก่ตน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 ซึ่งเป็นบทบัญญัติคุ้มครองสิทธิให้ผู้เสียหายได้รับการเยียวยาความเสียหายทางแพ่ง กำหนดให้ผู้เสียหายเป็นโจทก์ในคดีส่วนแพ่ง และมีสิทธิเรียกร้องเอาค่าเสียหายทางแพ่งได้ในคดีอาญา โดยไม่ต้องไปฟ้องเป็นคดีแพ่งต่างหาก ผู้เสียหายได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลด้วย ฝ่ายชายหลายรายถูกหลอกคนละวัน คนละเวลา จำนวนเงินแตกต่าง กัน เป็นการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงหลายกรรมต่างกัน ศาลพิพากษาว่ามีความผิดก็ต้องเรียงกระทงลงโทษไป