วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แพท พัสสน เผยชีวิตหลังห่างวงการ 7 ปี สุดช้ำเจอแฟนเก่าพาผู้ชายขึ้นห้อง

รายการ “ยิ่งศักดิ์ยิ่งแซ่บ” ทางช่อง 9 MCOT HD พิธีกรดัง อ.ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์ พูดคุยกับอดีตพระเอกหนุ่ม แพท พัสสน ศรินทุ ที่จะมาเผยถึงชีวิตที่ห่างหายไปจากวงการบันเทิงเพื่อทำงานด้านการตลาดของศูนย์การค้าชื่อดัง เป็นมนุษย์เงินเดือนนานกว่า 7 ปี รวมถึงเรื่องราวความรักที่ใครๆ ก็มองว่าเป็นหนุ่มเจ้าชู้ แต่จริงๆ แล้วเจ้าตัวเคยเจอความรักสุดช้ำเพราะถูกแฟนเก่าที่คบหามานาน 7 ปี สวมเขาพาผู้ชายขึ้นห้องมาแล้ว รวมถึงประเด็นที่ว่าบรรดาสาวๆ ไปจนถึงสาวแก่แม่ม่ายปลื้มเอามากๆ จนถึงขั้นเสนอตัวมีความสัมพันธ์แบบลับๆ มาแล้วด้วย

ที่ผ่านมาหายไปไหนมา?
“จริงๆ ไม่ได้หายไป แต่พออายุมากขึ้น อยากจะทำงานในวงการธุรกิจ ก่อนที่เราจะแก่กว่านี้ เรารู้ว่างานบันเทิงไม่มั่นคง อย่างแพทพูดไม่ชัด ทำให้ไม่ได้รับบทละครหลายเรื่อง ผมเกิดและโตที่อเมริกา อยู่ 20 กว่าปี แต่พ่อแม่เป็นคนไทยแท้”

ทำไมภาษาไทยไม่พัฒนา?
“เพราะช่วงอายุ 1 ขวบจนถึง 10 ขวบ สมองและลิ้นจะพัฒนาช่วงนั้น เราพูดภาษาอะไรมันจะติดแน่น แพทกลับมาพูดภาษาไทยตอนอายุ 22-23 ปี มันช้าไป เลยติดสำเนียงอเมริกา แต่พูดได้ อ่านได้ เขียนไม่ได้”

เห็นว่าทำงานออฟฟิศมีหน้าที่การงานมั่นคง?
“ผมดูแลฝ่ายการตลาดของเซ็นทรัลเวิลด์ครับ ผมอยู่ที่นั่นมา 7-8 ปีแล้ว แพทดูแลพวกสถานทูตและหอการค้าที่ปักหลักในประเทศไทยครับ”

ออกจากวงการบันเทิงมาทำงานออฟฟิศ คิดถึงวงการบันเทิงไหม?
“จริงๆ งานในตอนนั้นของแพทเป็นช่วงที่เขาดันแพทออกให้เป็นผู้ร้าย หลังจากนั้นงานก็น้อยลง เลยรู้สึกว่าโอเค ตอนนี้เราควรจะทำอย่างอื่นครับ วางแผนชีวิตว่าจะทำงานในวงการธุรกิจ เพราะถ้าเราไม่ได้เป็นพระเอก งานก็จะน้อยลงเยอะ แล้วช่วงนั้นไม่มีใครติดต่อเรื่องละคร”

สาเหตุเป็นเพราะแพทไม่สามารถพูดไทยไม่ชัด?
“อาจจะมีส่วน แต่สำหรับแพทคิดว่าเดี๋ยวนี้ประเทศไทยเริ่มอินเตอร์มากขึ้น มีลูกครึ่งเยอะ อันนี้ความคิดแพทนะ สมัยก่อนโอเคเรื่องภาษาไทยควรจะชัดเจน แต่สมัยนี้มีคนที่อินเตอร์มากขึ้น”

มีคนเม้าท์ว่าแพทกลับมารับงานในวงการบันเทิงมากขึ้น แสดงว่าก่อนหน้านี้ไม่ค่อยมีเวลาเพราะทำแต่งานออฟฟิศ?
“จริงๆ มันเป็นช่วง คือช่วงแรกไม่มีคนติดต่อ พอเริ่มทำงาน ผมก็ไม่ได้อยากจะออกจากวงการ แพทก็เลยกลับไปแคสโฆษณาเหมือนตอนที่เราทำตอนแรกๆ โมเดลลิ่งกับเอเจนซี่ก็เริ่มเห็นว่าอ้าว นี่แพทกลับมาแคส เขาก็เริ่มเรียกแคสเรื่อยๆ แต่ตอนนั้นผมจะเน้นโฆษณาต่างประเทศคือในโซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะเขาเห็นว่าประเทศไทยเป็น Hub ในการถ่ายโฆษณา เพราะประเทศไทยค่าแรงไม่ได้แพงมาก งานก็ดี สตูดิโออุปกรณ์ก็ดี ก็ถ่ายทำที่นี่และไปฉายที่โน่น คนอาจไม่ค่อยเห็นแพทออกงาน ส่วนใหญ่จะเป็นในต่างประเทศมากกว่า”

พอเป็นงานในเมืองไทย เราต้องเลือกงานไหมว่าบทต้องเด่น บทที่เสียภาพลักษณ์จะไม่เล่น?
“ตอนนี้ไม่ได้สนใจ จริงๆ แพทชอบการแสดง ชอบเล่นหลายบท จะเป็นคนใช้หรือกะเทยเกย์ก็ได้ เราอยากจะรับแบบพวกนี้ได้ เพราะเราไม่ได้มองว่าการแสดงเป็นอาชีพหลักแล้ว และไม่ได้เป็นคนที่ถือตัว เล่นอะไรก็ได้ เราก็แฮปปี้ดีใจ สัปดาห์แรกก็อาจจะแข็งๆ นิดนึง แต่พอเริ่มกลับมาก็จะชินครับ”

ที่ผ่านมาเล่นละครกี่เรื่อง?
“30 เรื่องมั้ง บทพระเอกประมาณ 25 มั้ง”

พอกลับมาค่าตัวจะสูงขึ้นไหม?
“(หัวเราะ) มันก็ไม่ได้ต่างจากตอนที่เป็นพระเอกตอนนั้น อาจจะลดนิดนึง แต่งานของเราก็จะสบายขึ้นหน่อย”

แบ่งเวลายังไงเพราะมีงานออฟฟิศด้วย?
“คนเราก็ต้องวางคิวให้ดีและมีความรับผิดชอบทั้งสองงานครับ แต่ส่วนใหญ่ละครจะถ่ายเสาร์-อาทิตย์ แต่ถ้าต้องมีถ่ายวันธรรมดาก็อาจจะแว้บไปถ่ายแล้วกลับมาที่ออฟฟิศ อยู่ที่ว่าเราวางคิวยังไงและอย่าทำให้งานเสีย”

คิดว่าเราจะอยู่ในวงการได้อีกหลายปีไหม?
“ก็ได้นะถ้าเขายังต้อนรับแพท ถ้าเขาอยากให้แพทเล่นละครหรือโฆษณาก็ได้ ผมทำได้หมด”

4-5 ปีที่ผ่านมาไม่ค่อยมีผลงานในเมืองไทย แต่มีผลงานที่ต่างประเทศ?
“ใช่ครับ ตอนนั้นรับโฆษณาของต่างประเทศ มีหนังของต่างประเทศบ้าง มันมีเรื่อง Twilight Over Burma ตอนนั้นแคสเป็นพระเอก แต่สุดท้ายไม่ได้ ทีมงานเลยให้มาเล่นรับเชิญในหนังเรื่องนี้ ซึ่งเป็นของออสเตรีย ก็ไปฉายที่ออสเตรียและเยอรมนี แต่ตอนนั้นประเทศไทยแบนเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องเจ้าของประเทศพม่า และไทยกับพม่าเป็นพันธมิตรกัน เลยอาจจะกระทบความสัมพันธ์ครับ”

ในช่วงพระเอกมีงานเข้ามาชน แต่ช่วงหลังเราต้องแคสงานเอง ทำไมชีวิตมันเปลี่ยนไป?
“อย่างเมื่อก่อนเขาเรียกเราให้เป็นพรีเซ็นเตอร์ แต่ส่วนใหญ่เขาจะเรียกคนที่เป็นพระเอกนางเอก แต่ตอนนี้เราไม่เป็นแบบนั้น เราก็ตัดสินใจว่าไปแคสใหม่เหมือนตอนเข้ามาวงการแรกๆ ครับ ตอนแรกจะเน้นโฆษณาต่างประเทศมากกว่า บทไม่เด่นไม่เป็นไรเพราะคนไทยไม่เห็น แต่ถ้าเป็นโฆษณาของไทยก็จะเลือกนิดนึง”

ค่าตัวในการทำงานโฆษณาของต่างประเทศดีกว่าไทยไหม?
“พอๆ กับไทยครับ แต่ถ้าพูดถึงหนัง ละคร ต่างประเทศก็ดีกว่า แต่โฆษณาไม่เพราะเขาแคสติ้งที่นี่ และเขาก็หาคนท้องถิ่น เพราะฉะนั้นเวลาที่แคสติ้งเขาจะมีราคาอยู่แล้ว เราต้องรับตามนั้น แต่แพทอาจจะเรียกเพิ่มอีกนิดนึงก็ได้ครับถ้าเขาอยากได้แพทจริงๆ และเรามีประสบการณ์มากกว่าคนอื่น”

มีไหมที่แคสติ้งแล้วแพ้คนอื่น ทำให้เสียงานนั้นไป?
“ก็มีบ่อยเพราะเวลาไปแคสโฆษณา เขาไม่ได้สนใจว่าเป็นดาราหรือเปล่า อันดับแรกเขาจะดูว่าลุคเหมาะสมกับคาแรกเตอร์สินค้าไหม แต่ถ้าแคสแล้วไม่ได้จริงๆ ก็ไม่เป็นไร ถามว่าราคาตกเยอะไหม ถ้าละครก็เหมือนเดิม แต่ถ้าโฆษณาก็เหมือนตอนที่เข้าวงการแรกๆ ครับ”

ถามถึงเรื่องความรัก แพทยังเจ้าชู้แฟนเยอะไหม?
“ผมว่าไม่ คือตอนวัยรุ่นเข้าวงการแรกๆ คนรู้จักเราเยอะ เรายังไฟแรง ออกไปเที่ยวเจอคนโน้นคนนี้ ช่วงนั้นอาจจะเที่ยวบ่อย เจ้าชู้ สมัยก่อนก็ไม่ได้ปาร์ตี้อะไรแรงๆ แต่ตอนนี้โตแล้วครับ แต่อาจจะเพราะผมเป็นคนเฟรนด์ลี่ เข้ากับคนง่าย ไม่ถือตัว ไม่ดูถูกคน”

ตอนนี้มีแฟนรึยัง?
“ตอนนี้ยังไม่มี แต่มีคุยนะ (หัวเราะ) ตอนแรกก็มีแฟน คบมาปีครึ่งและเพิ่งเลิกกันตอนช่วงสงกรานต์เดือน เม.ย.ที่ผ่านมาครับ ถามว่าเคยคบผู้หญิงจริงจังมากี่คน น่าจะ 5 คนครับ ตั้งแต่เกิดมาจนถึงตอนนี้ครับ”

เห็นว่าแพทเคยผิดหวังกับผู้หญิงคนนึงเพราะเจอทีเด็ดด้วยเลยเลิกกัน?
“ก็เคยคบผู้หญิงคนนึงมา 7 ปี คบนานที่สุด เป็นคนนอกวงการ ตอนนั้นผมไปโชว์ตัวต่างประเทศ หลังจากนั้น 2 เดือนเราก็คุยกันตลอดว่าเดี๋ยวจะกลับนะ โชว์ใกล้เสร็จแล้ว แต่ไม่ได้บอกว่าจะกลับวันไหนเพราะเราอยากเซอร์ไพรส์ ก็บินกลับแล้วไปที่บ้านเพื่อจะเซอร์ไพรส์ว่ากลับมาถึงบ้านแล้ว

แต่ก็เห็นมีผู้ชายคนนึงนั่งอยู่บนโซฟา เราก็ถามว่าแฟนอยู่ไหน เขาก็บอกว่าอยู่ในห้องแต่งตัว พอเดินไปก็เห็นเขาอยู่กับผู้ชายคนอื่นซึ่งเป็นกิ๊กเขาและอยู่ในสภาพที่ไม่ควรจะเจอ เราก็เลยรู้สึกว่าควรจะเลิกกัน ก็เลยเลิกกันครับ ถามว่าเรื่องเกิดจากอะไร เขาก็อาจจะยังอยากสนุกกับชีวิตเหมือนกัน ตอนที่เลิกกันเราก็ไม่ได้ถามโดยตรงว่าทำไมถึงทำแบบนี้”

ตอนที่เราไปเห็นภาพนั้นรู้สึกยังไง?
“รู้สึกใจสั่น ใจหาย โมโห แต่เราก็ตั้งสติไว้ ก็บอกเขาว่าเดี๋ยวแพทจะออกไป แล้วประมาณ 2 ชม. กลับมาก็หวังว่าทุกคนจะไม่อยู่ที่นี่แล้ว เราก็ให้เขาเอาของออก หลังจากนั้นอีก 2-3 วันเขาก็มาเอาของอีก แต่ผมไม่อยู่ครับ ก็จากกันเงียบๆ คือลืมๆ กันไปเพราะแพทก็โกรธแล้วไม่อยากจะนึกถึง อยากจะลืมและดำเนินชีวิตต่อไป”

เขามาง้อเราไหม?
“ไม่ง้อครับ ผมก็ไม่ได้ง้อ”

7 ปีไม่ได้สร้างความเชื่อมั่นเลยเหรอว่าเราเป็นตัวจริง?
“สำหรับเขาอาจจะสร้างก็ได้ แต่เขาอาจจะพลาดเอง เขาอาจจะยังอยากสนุกของเขาแล้วโดนจับได้ครับ”

ไม่ให้อภัยเขาเหรอ?
“ทุกวันนี้เราก็ยังเป็นเพื่อนกัน บางทีเขาก็ขอความช่วยเหลือ ก็ยังคุยกันได้ เพราะแพทเป็นคนที่เวลาโกรธใครก็แป๊บเดียวและก็เป็นเพื่อนกันแล้ว แต่เราไม่รู้สึกอะไรแล้ว”

ทำให้เรารู้สึกว่าความรักเป็นสิ่งที่ทำให้ตัวเองไม่มั่นใจ ไม่ไว้ใจ หรือเสียเซลฟ์ไปเลย?
“ไม่ครับ ไม่เข็ดครับ”

แล้วผู้หญิงคนใหม่คบกันนานรึยัง?
“ยังไม่ทันคบกันครับ (หัวเราะ) คุยกันอยู่ จีบอยู่ เจอเขาไม่นาน น่าจะประมาณเกือบเดือน”

มีข่าวว่าผู้หญิงสูงวัยสนใจมาเสนอให้เราเป็นวันไนท์สแตนด์ของเขา?
“เคยมี ก็ตอนที่เข้าวงการแรกๆ ตอนนั้นเป็นเด็กอินโนเซ้นส์ เพิ่งมาจากอเมริกา เริ่มเป็นดารานายแบบ แล้วก็มีคนเข้ามาบอกว่าถ้าเรามาเป็น Secret Lover จะเอาไหม คือแอบคบกัน แต่ต้องมีอะไรด้วยไหมอันนี้ไม่รู้เหมือนกัน แล้วแต่คนจะคิด แต่เขาแต่งงานมีลูกแล้ว ผมก็บอกว่าไม่เอา ผมไม่ยุ่งอยู่แล้ว ผมไม่ชอบแบบนี้ ตอนนั้นเขาเข้ามาคุยเองครับ น่าจะประมาณ 20 ปีที่แล้ว เป็นคนไทย ก็น่าจะรวยมีตังค์ครับ”

เห็นว่ามีผู้หญิงบางคนเสนอว่าให้นาฬิการาคาเป็นแสนๆ?
“ไม่ได้เป็นหลักแสนนะ น่าจะหลักหมื่น เขาก็ให้เป็นของขวัญครับ คือเรารู้จักกันอยู่แล้ว เขาก็เป็นคนมีตังค์อยู่แล้ว และเราคิดว่าสำหรับเขาคงทำแบบนี้ เวลาซื้อของก็แจกเขาไปทั่ว”

แล้วเวลาเราปฏิเสธไป ไม่กลัวเขาเสียใจเหรอ?
“คิดว่าเขาน่าจะเสียหน้า แต่เราก็บอกเขาว่าไม่ เราไม่เป็นคนแบบนี้ หลังจากนั้นก็หลบ ไม่อยากเจอ ทุกวันนี้ก็ไม่ได้เจอ มันก็นานแล้ว นอกจากนั้นตอนเข้าวงการใหม่ๆ ก็มีพวกเกย์ที่มองว่าเราเป็นเด็กใหม่ ก็เข้ามาถามเราว่าถ้าทำแบบนี้จะชอบไหม เราก็รู้แล้วบอกว่าไม่ชอบ เราไม่ใช่คนแบบนี้ มันก็มีแบบนี้เยอะแยะนะ”

จนถึงตอนนี้เราก็ยังไม่แต่งงาน หลายคนก็คิดว่าเป็นเกย์รึเปล่า?
“ไม่ได้เป็น ผมชอบผู้หญิง หลายคนคิดว่าแพทเป็น แต่ไม่ได้เป็นครับ”

ตั้งแต่ตอนเข้าวงการมา เคยมีสาวๆ มาเสนอตัวให้ฟรีๆ ไหม?
“มันต้องมีอยู่แล้วแหละ ตอนที่ไปเที่ยวแล้วเขาเห็นมีดารา มันก็มีอยู่แล้ว แต่เราไม่ทำอย่างนั้นอะ”

คนที่จะเป็นภรรยาเราได้ ต้องมีคุณสมบัติแบบไหน?
“ชอบผู้หญิงที่รักครอบครัว ตั้งใจทำงาน ช่วยกันทำมาหากิน ชอบออกกำลังกาย ชอบคนคุยเก่ง จริงๆ เราไม่เรื่องมากหรอกครับ”

แล้วเวลาเหงาล่ะ เราทำไง?
“ไปเที่ยวกับเพื่อนแค่นี้ก็พอครับ ชอบไปตีกอล์ฟ ไปวิ่ง ถ้าเราทำในสิ่งที่เราชอบเดี๋ยวเราก็เจอ ถ้าเรามัวแต่รอๆ ก็ไม่เจอ เดี๋ยวก็มีเพื่อนแนะนำคนนั้นคนนี้มาให้รู้จักครับ”.