วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รวบสาวแสบ เปิดเฟซบุ๊ก บ้านเลขที่5 หลอกลงทุนหุ้น ตุ๋นเหยื่อสูญ 160 ล้าน

สืบ 191 ตามรวบตัวสาวแสบวัย 32 เปิดเฟซบุ๊กแชร์ลูกโซ่ “บ้านเลขที่ 5” หลอกลวงเหยื่อกว่า 100 รายให้ร่วมลงทุนหุ้น โดยเอาเรื่องเงินปันผลมาเป็นเครื่องล่อใจ ก่อนเชิดหนีไม่เหมือนตามที่คุย รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 160 ล้านบาท...

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 9 ก.ย.60 ที่กองกำกับการสายตรวจ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (191) ถนนวิภาวดีรังสิต พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. พ.ต.ท.อาริศ คูประสิทธิ์รัตน์ รอง ผกก.สายตรวจ พ.ต.ท.ปียรัช เวสสะโกศล สว.งานสายตรวจ 3 แถลงผลการจับกุม น.ส.ณิชภัทร ภัทรธาดา อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสตูล ที่ 99/2560 ลงวันที่ 12 กรกฎาคม 2560 ในฐานความผิด “ฉ้อโกงประชาชน” และหมายจับศาลจังหวัดตรัง ที่ จ.248/2560 ลงวันที่ 2 มิถุนายน 2560 ในข้อหา “ฉ้อโกงประชาชน” โดยจับกุมได้ที่หอพักภู-ภีม ต.หนองแสง อ.เมืองนครพนม จ.นครพนม

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2559 น.ส.ณิชภัทร ได้เปิดเฟซบุ๊ก “กลุ่มรับทรัพย์” แล้วต่อมาได้เปลี่ยนชื่อกลุ่มเป็น “บ้านเลขที่ 5” โดยมีน.ส.ณิชภัทร เป็นผู้ดูแล และตั้งชื่อในเฟซบุ๊กว่า “Mai Ka” โดยชักชวนให้สมาชิกเข้าร่วมกลุ่มจนมีสมาชิกภายในกลุ่ม จำนวน 334 คน และได้เชิญชวนให้ลงทุน หุ้นละ 100 บาท ต่อหุ้น โดยล่อใจว่าจะได้ผลประโยชน์ตอบแทนในอัตรา ร้อยละ 3 ต่อ 7 วัน เมื่อครบ 7 วัน จะคืนเงินทุนให้ โดยในช่วงแรกจะมีการกำหนด ว่าห้ามลงทุนเกิน 50,000 บาท ต่อคน และมีการจ่ายเงินจริงเมื่อถึงกำหนด ซึ่งเป็นการทำให้เกิดความน่าสนใจและหลงเชื่อ ต่อมาในภายหลังมีการชักชวนให้มีการลงหุ้นเพิ่มขึ้น โดยมีทองมาเป็นผลตอบแทนนอกเหนือจาก ร้อยละ 3 ต่อ 7 วัน เช่น ถ้าลงทุน 100,000 บาท จะได้ทองคำเพิ่ม 1 สลึง ซึ่งทำให้ผู้เสียหาย ได้ลงทุนเพิ่มในจำนวนเงินหลักล้าน

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า น.ส.ณิชภัทร ได้อ้างว่าจะนำเงินที่ผู้เสียหายได้ลงทุนมานั้น ไปลงทุนเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ธนาคาร และกองทุนอื่นๆ ซึ่งเมื่อสมาชิกรายใดได้ร่วมลงทุนจะมีเงินปันผลพร้อมเงินลงทุนคืนให้สมาชิกรายนั้นๆ จึงทำให้ผู้เสียหายเกิดความหลงเชื่อ ต่อมาประมาณเดือนเมษายน 2560 เริ่มไม่มีการจ่ายเงินตามจริง ผู้เสียหายทั้งหมดได้ขอถอนเงินลงทุนพร้อมเงินปันผลคืนจาก น.ส.ณิชภัทร แต่น.ส.ณิชภัทรไม่สามารถคืนเงินให้ผู้เสียหายได้ และได้หลบหนีไป ทั้งนี้มีผู้เสียหายทั่วประเทศกว่า 100 ราย มูลค่าความเสียหาย 160 ล้านบาท จนเจ้าหน้าที่งานสายตรวจ 3 กก.สายตรวจ บก.สปพ. ได้ทำการสืบสวนและจับกุมตัว น.ส.ณิชภัทรได้ในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตามจะทำการตรวจสอบต่อว่ามีผู้อื่นเกี่ยวข้องหรือไม่ พร้อมกันนี้จะดำเนินการตาม พ.ร.บ.ฟอกเงิน ซึ่งจากการตรวจสอบพบทรัพย์สินทั้งบ้าน คอนโด รถยนต์ ฯลฯ จำนวน 16 ล้านบาท โดยในวันจันทร์ที่ 11 กันยายน จะประสาน ปปง.ตรวจสอบยึดทรัพย์สินต่อไป

น.ส.ณิชภัทร เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ตนพบเฟซบุ๊กอื่นกระทำการในลักษณะเดียวกัน เห็นว่าได้เงินดีจึงตั้งกลุ่มขึ้นมา เพราะตนอยากได้ค่าส่วนต่างในการเป็นคนกลาง ในช่วงแรกก็สามารถจ่ายเงินปันผลคืนให้กับสมาชิกได้ในราคาร้อยละ 3 ซึ่งตนจะได้ค่าตอบแทนร้อยละ 6 มีเงินหมุนเวียน 50 ล้านบาท ต่อมาระยะหลังเกิดปัญหาหมุนเงินไม่ทัน จึงทำให้ผู้เสียหายไม่ได้รับเงินปันผล อีกทั้งตนเป็นหนี้นอกระบบถูกตามทวงถามหนี้ จึงตัดสินใจหลบหนีไปพักในโรงแรมตามจังหวัดต่างๆ จนกระทั่งถูกจับกุมดังกล่าว ตนไม่มีเจตนาโกง ที่ทำให้ผู้เสียหายต้องเสียหายและโกรธแค้น จึงขออโหสิกรรมด้วย

"บทเรียนในครั้งนี้คือความโลภ เราไม่พอ อาจจะนำมาซึ่งการไม่เหลืออะไรเลย" น.ส.ณิชภัทร

อย่างไรก็ตามการแถลงข่าวมีผู้เสียหายประมาณ 10 คน ที่ถูกน.ส.ณิชภัทรหลอกให้ร่วมลงทุน ได้เข้ามาดูหน้าน.ส.ณิชภัทร พร้อมกับเปิดเผยว่า ไม่ขออโหสิกรรมให้น.ส.ณิชภัทร และขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจคัดค้านการให้ประกันตัว เนื่องจากสร้างความเสียหายเป็นจำนวนมาก.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ร้องปอศ.ถูกสาว ป.โท หลอกลงทุนหุ้น ก่อนเชิดเงินหนี เสียหายกว่า 100 ล.