วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ความจริงเกี่ยวกับการเจ็บป่วยการรักษา และความเป็นมนุษย์ (ตอนที่ 1)

เพื่อนที่เป็นนักกฎหมายชั้นนำส่งมาให้โดยกล่าวว่าได้มาจากเพื่อนวงการเดียวกัน เป็นความเห็นที่หมอเห็นด้วยและดูเข้าท่า เท่าที่เคยอ่านมา ลองอ่านดูนะครับคงไม่ต้องเห็นด้วยทั้งหมด เป็นข้อแนะนำความคิดเห็นจากผู้มีประสบการณ์ชั่วชีวิตเกี่ยวกับโรงพยาบาลและแพทย์

ดิฉันอายุกว่า 60 ปีแล้ว ชีวิตเข้าไปผูกพันกับโรงพยาบาลแทบทุกแห่งในกรุงเทพฯ เมื่อมีลูกชายและลูกคลอดออกมาเป็นเด็กไม่สมประกอบ คนเป็นแม่ขมขื่น เศร้าหมอง สิ้นหวังและเครียดมากค่ะ เมื่อต้องเลี้ยงลูกผู้พิการ ดิฉันและคุณสามีเหมือนคลำทางในความมืดมิด ไม่มีคำแนะนำดีจากใครสักคน เหมือนโลกทั้งโลกไม่เคยดูแลเด็กชายหน้าตาดีที่เกิดมามีสมองฝ่อและชักตลอดเวลา

ดิฉันได้เรียนรู้และเกิดสติปัญญาขึ้นมากจากการเลี้ยงลูกชายผู้ตายจากไปเมื่ออายุ 6 ปี

สิ่งที่ดิฉันเรียนรู้คือ ประการที่ 1 แพทย์ไม่ใช่เทวดา ท่านไม่สามารถช่วยอะไรคุณได้จริงๆ ประการที่ 2 แพทย์แต่ละคนเก่งไม่เท่ากัน แพทย์ก็เป็นคนจึงมีอารมณ์และมีวันที่ทำงานดี วันที่ทำงานไม่ดี...สาม แพทย์รักษาตามอาการ และยาที่มี การวินิจฉัยอาจถูกหรือผิดก็ได้...สี่ คนป่วยต้องสังเกตตัวเองให้ดีที่สุด แล้วรายงานแพทย์ให้ได้ละเอียด เพื่อช่วยตัวเองให้มากที่สุด อย่าเป็นคนป่วยที่ไม่รู้อะไรเลย แล้วคาดหวังว่าแพทย์จะรู้ทุกอย่าง...ห้า แพทย์ที่ดีรักษาตามตำราค่ะ เท่านั้นจริงๆนะคะ ถ้าวินิจฉัยผิดคือรักษาผิด เพราะฉะนั้น...

หก คนป่วยต้องรู้ตัวว่าทานยาแล้วรักษาแล้วไม่ได้ผล ต้องรีบหาแพทย์คนใหม่นะคะ จะกลับไปหาแพทย์คนเดิมก็ได้ในกรณีเป็นโรคหวัด แต่ถ้าเป็นโรคที่ซับซ้อนมากๆ เช่น ระบบประสาท ระบบกระดูก มะเร็ง ฯลฯ ควรพบแพทย์อย่างน้อยสองคนเพื่อความรอบคอบ...เจ็ด ถ้าแพทย์แนะนำอะไรที่คุณไม่อยากทำ ไม่ต้องทำค่ะ เช่น ผ่ากระดูกสันหลัง ผ่าต้นคอ ผ่ากระดูกหัวเข่า ผ่าสมอง ฯลฯ อวัยวะเหล่านี้ต้องปรึกษาแพทย์อย่างน้อย 3 คนนะคะก่อนตัดสินใจ ส่วนใหญ่สัญชาตญาณของคนป่วยมักถูกต้อง เช่น ยังไม่อยากผ่า กลัว เป็นต้น ถ้าการผ่าจำเป็นจริงๆ ต้องให้แพทย์หาเหตุผลมาเปลี่ยนใจคุณให้ได้นะคะ...

แปด แพทย์แต่ละคนชำนาญและมีหลักการรักษาต่างกัน ไม่มีใครถูกใครผิด คุณต้องตัดสินใจเองว่าคุณชอบแบบไหน เช่น โรควัยทอง ดิฉันเลือกที่จะรักษากับแพทย์ที่ไม่ให้คนไข้ใช้ฮอร์โมนดิฉันมีอาการวัยทองน้อยมาก นอนไม่หลับไม่เดือดร้อน ร้อนวูบเย็นวาบไม่เดือดร้อน คันหนังศีรษะ อ้อ วัยทอง จิตตกเศร้าหมอง ปรับตัวไปตามความจำเป็นค่ะ หงุดหงิดบ้างก็ทนๆกันไป ไม่มีการทานฮอร์โมน เพราะดิฉันมีแนวโน้มมีก้อนที่หน้าอกอยู่แล้ว จะเพิ่มโอกาสการเป็นมะเร็งทำไม... เก้า ใครจะตายต่อให้หาหมอเก่งอย่างไรก็ตายค่ะ ใครจะหาย ป่วยหนักพะงาบๆ หมอไม่ให้ความหวังเลย ยังหาย...สิบ สิ่งมหัศจรรย์ที่สุด มีปาฏิหาริย์มากที่สุดคือร่างกายของคุณเอง ร่างกายที่คุณได้มาจากพ่อแม่และคุณรับมาดูแล ส่วนใหญ่คนเราป่วยจากอาหารและเครื่องดื่มที่คุณกรอกใส่ปากตัวเองทุกวัน ป่วยจากสภาพแวดล้อมที่คุณเอาร่างกายคุณเข้าไปเสี่ยง เจ็บจากกิจกรรมเสี่ยงๆที่คุณทำ เช่น ขับรถ เมา ฯลฯ...

สิบเอ็ด ดูแลร่างกายของคุณดีๆนะคะ เพื่อว่าไม่ว่าคุณจะไปรักษากับแพทย์คนไหน คุณก็มีโอกาสหายเกินครึ่งแล้วค่ะ แพทย์รักษาตามที่เรียนมา ส่วนการที่คุณหายป่วยนั้นเป็นเพราะร่างกายคุณจริงๆค่ะ เพราะแพทย์คนเดียวกัน รักษาวิธีเดียวกัน คนป่วยเป็นโรคเดียวกัน คนหนึ่งรอดคนหนึ่งตาย

ประสบการณ์สอนให้ดิฉันไม่ฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่แพทย์และยา แต่ประสบการณ์ก็สอนดิฉันว่าต้องเพิ่มโอกาสให้ตัวเองด้วยการเข้าใจอาการป่วยของตัวเอง หาแพทย์ที่ดีที่สุดในโรงพยาบาลที่มีอุปกรณ์ดีที่สุดเท่าที่คุณจะหาได้ ร่วมมือกับแพทย์ทุกอย่าง และเมื่อไม่แน่ใจให้ปรึกษาแพทย์อีกสองคนในเรื่องเดียวกัน

ความหวังควรอยู่ที่ตัวเองค่ะ เอาใจใส่ตัวเอง ดูแลตัวเอง อย่าทานยาพร่ำเพรื่อ อย่าเสี่ยง ทำดีที่สุด เมื่อป่วยก็เป็นคนป่วยที่ดีที่สุด ฉลาดที่สุดนะคะ ไม่ต้องเชื่อแพทย์ทุกอย่าง แต่ตราบใดที่แพทย์สั่งอะไรที่สมเหตุผลคุณต้องทำตามค่ะ ถ้าคำสั่งใดไม่สมเหตุผลหรือคุณไม่เข้าใจว่าทำไปทำไมคุณต้องถามนะคะ ถามให้แพทย์อธิบายค่ะ

อย่าปล่อยทุกอย่างขึ้นอยู่กับแพทย์แล้วไปโทษแพทย์ทุกเรื่อง แพทย์ท่านทำตามหน้าที่ ทำตามความสามารถ ท่านทำดีที่สุดแล้ว ท่านสุดความสามารถเท่านั้นนะคะ

ดิฉันมีประสบการณ์การไปโรงพยาบาลมากมายค่ะ ปัญหาที่เกิดขึ้น ทำให้ดิฉันมีสัมพันธภาพที่ดีกับแพทย์พยาบาลทุกคนเพราะดิฉันร่วมรับผิดชอบการป่วยของตัวเอง.

หมอดื้อ