วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แค่จุดเตาถ่านต้มมาม่า ถึงกับรุมฆ่า พ่อแม่ลูก-สะใภ้ ยำ รปภ. สางแค้น

รปภ.บริษัทดัง ระหองระแหงเพื่อนบ้านย่านคู้บอน 6 ออกเวรถึงฆาต กลับบ้านมีปากเสียงกับเมียคู่กรณี คราวนี้ทั้งผัวทั้งลูกชายลูกสะใภ้ ใช้ไม้เบสบอล มีด ไม้ ออกมารุมฟันแทงยับ ขณะผู้ตายสู้ยิบตาใช้มีดดวลสู้ แต่ไม่ไหวโดนแทงร่างพรุน แขนหัก กะโหลกแตกดับสยอง ด้านตำรวจตามจับคู่กรณีได้ทั้งหมด เผยก่อนหน้าวันเดียว เพิ่งทะเลาะกันเรื่องน้องชายคนตายจุดเตาถ่านต้มมาม่าควันลอยเข้าบ้าน จนมีปากเสียงถึงขั้นตำรวจต้องนำตัวไปไกล่เกลี่ยที่โรงพัก แต่ไม่วายเกิดเหตุสลดจนได้

เหตุเพื่อนบ้านทะเลาะกันเรื่องต้มมาม่าถึงฆ่ากันตายครั้งนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 8 ก.ย. ร.ต.อ.ธนศักดิ์ พ้องเสียง รอง สว.(สอบสวน) สน.คันนายาว รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ที่หมู่บ้านมณีมาศ ซอยคู้บอน 6 ถนนคู้บอน แขวงรามอินทรา เขตคันนายาว กทม. ไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว แพทย์เวร รพ.ตำรวจ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน หน่วยกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุเข้าไปประมาณ 50 เมตร พบศพนายสมชาย กลิ่นกล่อม อายุ 47 ปี อาชีพ รปภ. บริษัทธรรมนัสการ์ด ประจำตลาดปัฐวิกรณ์ นอนเสียชีวิตอยู่กลางถนน สภาพสวมเสื้อเชิ้ตสีแดง สวมกางเกงยีนส์ ใส่รองเท้าผ้าใบ มีเลือดออกเต็มตัว มีบาดแผลถูกแทงตามลำตัวพรุน ศีรษะแตก แขนขวาหัก นอกจากนี้ ยังพบคราบเลือดเต็มถนน โดยมีผู้บาดเจ็บอีก 3 คนทราบชื่อ นายสุชาติ อุตรา อายุ 50 ปี โดนฟันที่ ข้อมือซ้าย และท้อง น.ส.มนฑา มณทาเงินวัฒนาสุข อายุ 48 ปี โดนของมีคมที่คิ้ว นายสุรสีห์ อุตรา อายุ 24 ปี โดนฟันที่ลำตัว ทั้งหมดเป็นพ่อแม่ลูก ถูกนำส่ง รพ.นพรัตนราชธานี

พ.ต.อ.สิงห์เปิดเผยถึงเหตุครั้งนี้ว่า ผู้ตายพักอยู่บ้านเลขที่ 35/155 ส่วนผู้บาดเจ็บทั้ง 3 รายอยู่บ้านติดกัน เลขที่ 35/153-154 โดยทั้ง 2 บ้านมีปัญหา กระทบกระทั่งกันมาตลอด ล่าสุด เมื่อค่ำวันที่ 7 ก.ย.60 น้องชายผู้ตายทราบชื่อเล่นคือนายหนุ่ม อายุ 37 ปี มีอาการทางจิตต้องกินยารักษาตัว ใช้เตาถ่านจุดไฟเพื่อต้มมาม่า แต่ควันไฟลอยเข้าไปในบ้านคนเจ็บจนมีปากเสียงถึงขั้นทำลายข้าวของ เจ้าหน้าที่สายตรวจ สน.คันนายาว รับแจ้งต้องนำไปพูดคุยไกล่เกลี่ยตกลงค่าเสียหายที่ สน.คันนายาว จนวันนี้ผู้ตายออกเวรกลับมาบ้าน พบ น.ส.มนฑากำลังตากผ้าอยู่หน้าบ้าน เกิดมีปากเสียงอีกครั้ง น.ส.มนฑาตามคนในบ้านมาอีก 3 คน ประกอบด้วย สามี ลูกชาย และลูกสะใภ้ คือ น.ส.ศศินา สาตรพันธ์ อายุ 20 ปี เกิดการต่อสู้ในลักษณะ 4 รุม 1 ฝั่งผู้บาดเจ็บมีมีด คมแฝก และไม้เบสบอลรุมตี ขณะที่ฝั่งคนตายก็ใช้มีดสู้ยิบตาจนอีกฝ่ายบาดเจ็บ แต่สู้ไม่ไหว โดย น.ส.ศศินาหลบหนีไปได้ เบื้องต้นได้อายัดตัวผู้บาดเจ็บทั้ง 3 คน ที่ถูกนำส่งโรงพยาบาลมาสอบปากคำ เพื่อสอบสวนหาข้อเท็จจริง ก่อนจะแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป

ค่ำวันเดียวกัน พ.ต.อ.สิงห์ เผยความคืบหน้าอีกครั้ง ขณะนี้สามารถควบคุมตัว น.ส.ศศินา สาตรพันธ์ อายุ 20 ปี ลูกสะใภ้ ได้แล้ว จับกุมได้ที่หน้าห้องฉุกเฉิน รพ.นพรัตนราชธานี เบื้องต้นแจ้งข้อหา น.ส.มนฑา มณทาเงินวัฒนาสุข อายุ 48 ปี และ น.ส.ศศินา ร่วมกันฆ่าผู้อื่น เตรียมส่งฝากขังศาลจังหวัดมีนบุรีในวันที่ 9 ก.ย. ส่วนนายสุชาติ อุตรา อายุ 50 ปี และนายสุรสีห์ อุตรา อายุ 24 ปี 2 พ่อลูกยังไม่สามารถสอบปากคำได้ อยู่ระหว่างการรักษาตัว เจ้าหน้าที่ได้เตรียมออกหมายจับ และอายัดตัวดำเนินคดีต่อไป