วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'เสี่ยมีน' จนมุม ขายรถมือสอง มีหมายฉ้อโกง เคยแจ้งถูกอุ้มชนวนเดียวกัน

กองปราบฯตามรวบ “ธนบดี” หรือเสี่ยมีน เจ้าของเต็นท์รถมือสอง ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยเป็นเหยื่อถูกคนร้ายอุ้มปล้นทรัพย์ ครั้งนี้กลับตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับคดีฉ้อโกงเสียเอง หลังถูกผู้เสียหายรวมตัวนำหมายจับศาลแจ้งตำรวจกองปราบฯให้เร่งรัดจับกุม เพราะหลอกขายรถไม่มีเล่มทะเบียนและหลอกขายเล่มทะเบียน ทำให้ได้รับความเสียหาย ด้านเจ้าตัวอ้างไม่ได้มีเจตนาหลอกขาย เป็นเพียงนายหน้าเท่านั้น ยืนยันทุกเรื่องไม่เป็นความจริง

จากกรณีผู้เสียหายพร้อมด้วยนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความและประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เดินทางเข้าพบตำรวจกองปราบปราม เพื่อให้ช่วยติดตามตัวนายธนบดี หรือธนาธร จิตตา หรือเสี่ยมีน อายุ 21 ปี เจ้าของกิจการเต็นท์รถยนต์มือสอง หลังหลอกเหยื่อหลายรายซื้อรถยนต์มือสองและทะเบียนเลขสวย พร้อมนำ หมายจับศาลจังหวัดอุตรดิตถ์และเอกสารที่เกี่ยวข้องมามอบไว้เป็นหลักฐานประกอบการร้องทุกข์ เมื่อวานนี้

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 8 ก.ย. ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ต.ภาณุมาศ แสงส่ง สว.กก.1 บก.ป. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ป. ร่วมกันจับกุมนายธนบดี หรือเสี่ยมีน จิตตา อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ทะเบียนบ้านกลาง 59 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กทม. ตามหมายจับศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่ 135/2560 ลงวันที่ 16 สิงหาคม 2560 ในข้อหา “ฉ้อโกง” จับได้ที่ห้องพักพีเอสเค ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 7 ก.ย. ผู้เสียหายหลายรายได้เข้ามาร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ให้ช่วยติดตามจับกุมนายธนบดี เนื่องจากถูกหลอกขายรถที่ไม่มีเล่มทะเบียนและหลอกขายเล่มทะเบียน ทำให้ได้รับความเสียหาย หลังจากรับเรื่อง ชุดสืบสวน กก.1.บก.ป.ออกสืบสวนติดตามหาตัว จนกระทั่งเมื่อช่วงเที่ยงพบว่าผู้ต้องหาหลบซ่อนตัวอยู่ในห้องพักแห่งหนึ่งใน ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี จึงได้นำกำลังไปจับกุม

สอบสวนนายธนบดีให้การภาคเสธว่าไม่ได้มีเจตนาหลอกขายทะเบียนรถหรือรถยนต์มือสอง เป็นเพียงนายหน้าขายเท่านั้น ส่วนเรื่องที่ถูกออกหมายจับของศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นการซื้อขายทะเบียนรถเลขสวย มีการจ่ายเงินกันจริง แต่เงินได้โอนไปให้กับเจ้าของทะเบียนที่ชื่อว่านายเก๋ ต่อมาพบว่านายเก๋ไม่ได้นำทะเบียนมาให้ตามที่ตกลง ติดต่อเพื่อทวงถามแต่กลับเงียบหายไป จนเป็นสาเหตุที่ผู้เสียหายแจ้งความดำเนินคดี ส่วนเรื่องที่ผู้เสียหายแจ้งความว่าตนหลอกขายรถยนต์ที่ไม่มีเล่มทะเบียน ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เนื่องจากได้แจ้งผู้ซื้อแล้วว่าเป็นรถหลุดจำนำและไม่มีเล่มทะเบียน อีกทั้งเรื่องการข่มขู่ไม่เคยมี พร้อมให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา “ฉ้อโกง” ก่อนประสานให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุตรดิตถ์ มารับตัวไปดำเนินคดี อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบประวัตินายธนบดี ยังมีหมายจับติดตัวอยู่อีก 1 หมายจับของศาลแขวงพระนครเหนือ ในข้อหา “ยักยอกทรัพย์” ลงวันที่ 3 ก.ค.2560 เนื่องจากไม่ไปตามศาลนัด

สำหรับนายธนบดีเคยตกเป็นข่าวก่อนหน้านี้ เนื่องจากได้เข้าแจ้งความที่ สน.ห้วยขวาง ว่าถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ 6 คน อ้างตัวเป็นตำรวจอุ้มตัวขึ้นรถข่มขู่ ทำร้ายร่างกาย ปล้นทรัพย์สินรวมมูลค่า 3 ล้านบาท เหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา ก่อนจะหลบหนีมาได้ กระทั่งต่อมานายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ได้นำนายธนบดีเข้าร้องเรียนพล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เพื่อเร่งรัดคดี จนต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุไว้ได้ 4 ราย แต่ภายหลังทราบว่ามูลเหตุที่มีการอุ้มตัวนายธนบดีไปนั้น เกิดจากปัญหาการซื้อขายรถยนต์มือสองที่นายธนบดีไปหลอกลวงผู้เสียหายหลายราย และต้องการจะเคลียร์ปัญหาเท่านั้น