วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บาหลีมีอะไร? ลุยเดี่ยวเที่ยวกูต้า-อูบุด 4 วัน 3 คืน ครึ่งหมื่นก็เอาอยู่!

เวลาที่นึกอยากไปเที่ยวเมืองนอกทีไร เรื่องเงินต้องเป็นเรื่องใหญ่ทุกที เพราะรู้สึกว่าการเดินทางไปต่างประเทศมันต้องแพง มันต้องเว่อร์ แต่พอเอาเข้าจริงๆ เฮ้ยแกร...มันมีบางประเทศที่ไม่ต้องใช้เงินแพงขนาดนั้น

I TOUR ALONE กับฮัมมิ่งเบิร์ด สัปดาห์นี้จะพาไปดูว่าการเที่ยวนอกไม่จำเป็นต้องแพงเสมอไป ลองเริ่มต้นเที่ยวจากประเทศที่ค่าครองชีพค่อนข้างถูก อย่างเช่น ประเทศอินโดนีเซีย ลาว พม่า เวียดนาม เหล่านี้คุณไม่ต้องใช้เงินเยอะถึงหลักหมื่น แล้วจะรู้ว่าชีวิตมีสีสันขึ้นเยอะ

-1-

ทริปนี้เราตัดสินใจเลือกจากค่าครองชีพเป็นอันดับแรก คิดไปคิดมาสักพัก เอาวะ ลองไปเที่ยวที่ ‘เกาะบาหลี’ ประเทศอินโดนีเซีย สักครั้งก็ดีเหมือนกัน ว่ากันว่าเป็นดินแดนแห่งวัฒนธรรมฮินดู แม้ว่าผู้คนชาวอินโดฯ ส่วนใหญ่จะนับถือศาสนาอิสลาม มีพุทธจีน (มหายาน) บ้างประปราย แต่สำหรับบาหลี คนที่นี่กลับนับถือพราหมณ์ฮินดู เออ...แปลกดี

การเดินทางเที่ยวเดี่ยวครั้งนี้ ฮัมมิ่งเบิร์ดแอบหวั่นๆ เพราะเพิ่งจะมาเที่ยวบาหลีเป็นครั้งแรกในชีวิต กลัวคุยกับคนบาหลีไม่รู้เรื่อง แต่วันแรกที่เหยียบบนเกาะ ตั้งแต่ผ่าน ตม. จนเดินทางเข้าที่พัก ปรากฏว่าราบรื่นกว่าที่คิด คนบาหลีใจดีและน่ารักมากๆ

ส่วนการเตรียมตัวเรื่องงบประมาณ เราพกเงินสดไทยไปแค่ 5,000 บาท ซึ่งแลกเป็นเงินรูเปียห์ (IDR) เรียบร้อยก่อนจะบิน นอกจากนั้นก็มีพกบัตรเครดิต และเงินดอลลาร์อีกจำนวนหนึ่ง เผื่อฉุกเฉิน งบประมาณนี้เราไม่รวมค่าเครื่องบินไปกลับนะจ๊ะ

เราแพลนทริปนี้ไว้ 4 วัน 3 คืน เดี๋ยวจะรีวิวให้ดูว่าแต่ละวันเที่ยวที่ไหน กินที่ไหน ราคาประมาณเท่าไหร่กันบ้าง ข้อมูลที่ควรรู้ ได้แก่ เวลาที่บาหลีเร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง, เงินอินโดรูเปียห์ 100,000 IDR เท่ากับประมาณ 250 บาท, ควรเตรียมปลั๊กไฟไปด้วย เป็นต้น

(อ่านเพิ่ม : 7 ทริกแบกเป้เที่ยวเดี่ยว ‘บาหลี’ อย่าไปจ่ายแพง!

-2-

เริ่มจากสองวันแรก เราเลือกเที่ยวชมเมืองย่าน กูต้า (Kuta) ซึ่งมีชายหาดกูต้าเป็นไฮไลต์ที่นักท่องเที่ยวหลายคนต้องมาเช็กอิน เราเลือกพักที่โฮสเทลราคาประหยัดแถวๆ ย่านกูต้าสแควร์ โดยย่านนี้เป็นย่านที่มีสีสันที่สุด ใครชอบแฮงเอาต์ยามค่ำคืน ชอบปาร์ตี้ ที่นี่คือตอบโจทย์สุดๆ

คืนแรกเราก็จัดเลย! เดินชมเมืองยามค่ำคืน แวะทานอาหารท้องถิ่นบาหลี รสชาติอาหารที่นี่คล้ายๆ อาหารไทยภาคกลาง ใช้กะทิเยอะ รสชาติออกหวานนำ ที่เราลองชิมก็มี Nasi Campur Bali, Nasi Goreng, แกงปูกะทิ, สปริงโรล, Lassi เป็นต้น ราคาต่อจานประมาณ 70,000-85,000 IDR หรือประมาณ 175-215 บาท

ถ้าชอบชิลๆ สไตล์นั่งดื่มชมบรรยากาศ ก็แนะนำให้เดินหาร้านนั่งแถวๆ ย่านกูต้าสแควร์ เดินขึ้นไปตามถนน Kuta Art Market จะมีร้านอาหารและร้านเครื่องดื่มชิลๆ อยู่หลายร้าน แต่ถ้าใครชอบปาร์ตี้จริงจัง ดื่มและออกสเต็ปแดนซ์ได้สนุกสนาน แนะนำให้เดินไปตามถนน Legian Kaja ตรงนี้เริด!

ส่วนตอนกลางวัน เราก็ออกไปเที่ยวชมหาดกูต้า เป็นชายหาดที่ขึ้นชื่อสำหรับคนชอบเล่นเซิร์ฟ มาที่นี่เจอนักกีฬาเซิร์ฟเท่ๆ เยอะไปหมด ณ จุดนี้บอกเลยว่า สาย ฝ อย่างเราอดใจไม่ไหว แอบสอดส่ายสายตาดูหนุ่มหล่อหุ่นล่ำอยู่เหมือนกัน (ฮา...)

-3-

วันที่สาม เราเลือกเดินทางข้ามเมืองไปที่ ‘อูบุด’ ศูนย์รวมศิลปะและวัฒนธรรมแบบฮินดู เดินทางโดยใช้รถชัตเทิลบัสของบริษัททัวร์ที่นั่น อันนี้เราแนะนำว่าให้ลองเดินหาดีๆ เพราะแต่ละเจ้าราคาไม่เท่ากัน เลือกเจ้าที่ราคาเป็นธรรมมากที่สุด ครั้งนี้เราใช้บริการของ Perama Tour ราคาอยู่ที่ 60,000 IDR ต่อเที่ยว ไม่แพงมาก เพราะเจ้าอื่นมีตั้งแต่ 100,000-300,000 IDR ก็มี

อูบุด (Ubud) เป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวหนาแน่นมาก ถ้าจะให้ดีควรมาถึงที่นี่ในช่วงสายๆ จะดีที่สุด (รถบัสเดินทางจากกูต้ามาอูบุดใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง - 2 ชั่วโมงครึ่ง) ส่วนเราออกเดินทางสายไปหน่อย ไปถึงอูบุดเกือบบ่ายสองโมง คือ คนแน่นเต็มถนนสองข้างทาง เบียดกันเข้าไป...โดยเฉพาะบริเวณ 'พระราชวังอูบุด'

มีเวลาไม่มาก เราเลยตั้งใจเดินเพื่อเข้าไปชมใน พระราชวังอูบุด เป็นจุดแรก ซึ่งเขาไม่ได้เปิดให้เข้าชมได้ทุกส่วน แต่ก็ถือว่าฟิน! นอกจากนี้ใกล้ๆ กันก็มีตลาดอูบุด มีทั้งส่วนของขายอาหาร ผลไม้ และส่วนของสินค้าพวกเสื้อผ้า เครื่องประดับ ของที่ระลึก แต่เราเดินๆ ดูสักพักก็ไม่ได้อะไรติดมือกลับมา ส่วนตัวเรามองว่าของไม่ค่อยสวยเท่าไร

อ้อ! ข้อดีของอูบุดคือ มีร้านอาหารเยอะมาก ราคาถูกมาก ถูกกว่าย่านกูต้าเยอะเลย บางร้านก็ไม่เก็บเซอร์วิสชาร์จด้วย เครื่องดื่มก็ถูก เราสั่งน้ำมะม่วงปั่นในร้านค้าชิคๆ ริมทาง ราคาแค่ 15,000 IDR หรือประมาณ 37 บาท ทั้งๆ ที่ถ้าสั่งเมนูนี้ในกูต้า จะอยู่ที่แก้วละ 40,000 IDR หรือประมาณ 100 บาท

พอตกเย็นก็นั่งรถบัสกลับมาที่กูต้าสแควร์ เพราะเช้าวันรุ่งขึ้นก็จะต้องเดินทางกลับกรุงเทพฯ มาถึงก็มืดๆ แล้ว ประมาณทุ่มกว่าๆ เอาวะ คืนสุดท้ายขอฟินๆ หน่อยละกัน ก็ตรงดิ่งไปที่ร้านอาหารอิตาเลียนเลยจ้า สั่งของดีมากินให้เต็มพุง เสร็จแล้วก็ไปต่อที่ร้านนั่งดื่มชิลๆ ฟัง Live Music ต่อด้วยการเดินหาซื้อของที่ระลึกที่ Art Market

แต่จะบอกว่า มื้อสุดท้ายนี้เรารูดบัตรรัวๆ เพราะเงินสดใช้หมดไปตั้งแต่ที่อูบุดแล้ว อิอิ แล้วค่อยเจอกันใหม่นะบาหลี!.


ที่มาภาพ : warunrat