วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เจ้าอาวาสวัดเขาเพิ่มศรีสว่าง ยันยาแผนโบราณของทางวัด ไม่ได้ผสมยาบ้า

พระครูโอภาสธรรมโชติ เจ้าอาวาสวัดเขาเพิ่มศรีสว่าง จ.นครนายก ที่ถูก ตร.จับข้อหาร่วมกันมียาเสพติดประเภท 1 ในครอบครอง ชี้แจงยันสูตรยาโบราณที่ตัวเองคิดนั้นทำไม่ได้ผสมยาบ้า เพียงแต่ระยะหลังไม่ได้ผสมยาเอง ด้าน ตร.ยันคุมตัวตามหมายจับ

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา ทาง ป.ป.ส. สนธิกำลัง อย. ตำรวจ ทหาร เข้าตรวจสอบศูนย์สงเคราะห์และฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดวัดเขาเพิ่มศรีสว่าง ตั้งอยู่ที่ 132 หมู่ 1 ตำบลเขาเพิ่ม อำเภอบ้านนา นครนายก หลังมีการนำยาแผนโบราณของทางวัดไปตรวจสอบ ที่สถาบันวิชาการและตรวจพิสูจน์ยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. จึงพบว่า ผลการตรวจตัวยาแผนโบราณ สูตร 1 มีสารเสพติดประเภทเมทแอมเฟตามีนซึ่งเป็นยาเสพติดประเภท 1 รวมถึงกาเฟอีน ผสมอยู่ จึงได้เข้าทำการตรวจค้นและจับกุมพระครูโอภาสธรรมโชติ เจ้าอาวาสวัดเขาเพิ่มศรีสว่าง และนายสุวรรณโชติ หรือแดง อิ่มสมัย ในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย โดยในวันนั้นทาง ป.ป.ส. ได้เข้าแจ้งความที่ สภ.บ้านนา พร้อมควบคุมตัวพระครูโอภาสธรรมโชติ  นายสุวรรณโชติ  ในห้องขัง 1 คืน ก่อนที่จะประกันตัวออกไปในวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 8 ส.ค.2560 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปภายในวัดบริเวณด้านล่างเป็นศาลา ไม่มีใครอยู่ บรรยากาศเงียบ จากนั้นได้ขับรถไปตามถนนขึ้นไปยังด้านบนที่เป็นเขา พบป้ายสำนักปฏิบัติธรรม ประจำจังหวัดนครนายก แห่งที่ 11 วัดเขาเพิ่มศรีสว่าง จึงขึ้นจากการตรวจสอบพื้นที่พบว่า เป็นสถานที่ที่ผู้ที่ต้องการเข้ารับการบำบัดฟื้นฟูเข้ามารับยาแผนโบราณตามที่ถูกกล่าวอ้าง โดยทางวัดจะติดป้ายประกาศ แจ้งเตือนและขั้นตอนการดำเนินการให้ผู้เข้ารับการบำบัดได้รับทราบ โดยมีค่าลงทะเบียน 300 บาท จากนั้นก็รอบครูโอภาสธรรมโชติ ภายในกุฏิรับยาแผนโบราณไปดื่มต่อหน้า ซึ่งก่อนดื่มจะต้องมีการปฏิญาณตนว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก 

สำหรับการใช้ยาแผนโบราณในการฟื้นฟูรักษาจะใช้ระยะเวลา 7 วัน โดยแบ่งเป็น 2 ช่วง โดยช่วง 3 วันแรก คือช่วงรักษา และ อีก 4 วันคือช่วงฟื้นฟู โดยใช้ตัวสมุนไพรทั้ง 3 ชั้น มาฝนให้เป็นตัวอย่าง โดยสูตรแรก จะใช้ โลดทรงแดง ที่มีสรรพคุณ ถอนพิษ ในอัตรา 3 ส่วน รากปลาไหลเผือก ที่มีสรรพคุณบำรุง ตัดอาการเจ็บปวด หรืออยากยา ในอัตรา 2 ส่วน และหญ้าไฟ ที่มีสรรพคุณบำรุงเลือด ปรับสมดุลธาตุทั้ง 4 ในอัตรา 1 ส่วน และช่วง4 วันหลัง ก็จะใช้เพียง โลดทรงแดง 3 ส่วน และ รากปลาไหลเผือก 1 ส่วน 

พระครูโอภาสธรรมโชติ ยอมรับว่า ก่อนหน้านี้ในช่วงแรก ตนเป็นคนปรุงยาเองทั้งหมด แต่มาระยะหลังตนไม่ได้ปรุงเอง แต่ได้บอกสูตรการทำให้กับนายสุวรรณโชติ เป็นคนปรุงยาแทน เนื่องจากระยะหลังมีผู้เข้ารับการรักษาเป็นจำนวนมาก และตนมีอาการเจ็บป่วยจากโรคประจำตัว ทั้งนี้ ยืนยันว่า ยาแผนโบราณของตนไม่มีส่วนประกอบของสารเสพติดแต่อย่างใด ซึ่งวันที่ทาง ป.ป.ส.เข้าทำการจับกุมนั้น ตนได้ถูกคุมขังที่ สภ.บ้านนา 1 คืน ก่อนที่จะถูกปล่อยตัวออกมา 

ด้าน พ.ต.ท.ปราโมทย์ ราศีมีน รองผู้กำกับการสอบสวน สภ.บ้านนา กล่าวว่า หลังจากที่ทาง ป.ป.ส.ได้ทำการล่อซื้อยาแผนโบราณของทางวัด และได้นำตัวอย่างไปตรวจ แล้วพบสารเมทแอมเฟตามีน จึงได้ขออำนาจศาลจังหวัดนครนายก ออกหมายจับ จากนั้นได้เชิญตัวมาแจ้งข้อหาจับกุมตามหมายจับ แล้วส่งต่อให้หนักงานสอบสวนดำเนินคดี ซึ่งในวันที่ 5 กันยายนได้ทำการอายัดตัวผู้ต้องหาทั้งสองคน คือ เจ้าอาวาสและลูกศิษย์ที่ปรุงยา ในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย

สำหรับพระครูโอภาสธรรมโชติ เจ้าอาวาสวัดเขาเพิ่มศรีสว่าง เดิมชื่อ นายสุวรรณ วงศ์ปรีชา เป็นชาวอำเภอนาแก จังหวัดนครพนม บวชเรียนเป็นสามเณรตั้งแต่ปี 2518 ในตอนนั้นอายุ 18 ปี ต่อมาปี 2520 ได้บวชพระ และได้ทำการศึกษาธรรมและการใช้ยาสมุนไพร จนกระทั่งปี 2526 ได้เริ่มต้มยาสมุนไพร ตอนนั้นอยู่ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ จากนั้นได้เข้ามาอยู่ที่วัดเขาเพิ่มศรีสว่างในปี 2531 และในปี 2533 ได้ขึ้นมาอยู่บนเขาแห่งนี้ ปี 2534 ได้เริ่มสร้างสถานปฏิบัติธรรม และปี 2536 ได้รับตำแหน่งเจ้าอาวาส และเริ่มปรุงชาทั้งสองสูตรขึ้น เพื่อต้องการรักษาฟื้นฟูผู้ที่ต้องการเลิกยาเสพติด เป็นตนมาจนถึงปัจจุบัน จนกระทั่งเมื่อวันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา ทาง ป.ป.ส.ได้เข้าตรวจค้นและจับกุมเนื่องจาก พบว่ายาสมุนไพรดังกล่าวนั้นมีส่วนผสมของสารเสพติด.