วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มงคลหู! เจาะ 6 หูฟังไฮโซทะลุแสน แบรนด์อะไร ราคาซื้อมอเตอร์ไซค์ได้ 2 คัน

ในปัจจุบันปฏิเสธไมได้เลยว่าหูฟังกลายเป็นไอเทมสุดฮิตของหมู่วัยรุ่น และผู้คนที่รักในเสียงดนตรี หลายบริษัทผลิตจึงมักจะผุดไอเดีย จับมือกับแบรนด์ดังต่างๆ เพื่ออัพเกรดหูฟังธรรมดาให้กลายเป็นสินค้าลิมิเต็ดอิดิชั่น

วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ รวบรวม 6 หูฟังที่จับมือกับแบรนด์หรูเพื่อสร้างความเป็นเอกลักษณ์ให้แต่ตัวผลิตภัณฑ์ และสามารถสร้างภาพลักษณ์ให้แก่ผู้ใช้ มานำเสนอให้ท่านผู้อ่านได้ชมกัน

1. BEATS X Apple

จะว่าเป็นการจับมือกันกับบริษัทแอปเปิลก็ไม่ผิดนัก เรียกว่าพาร์ทเนอร์กันน่าจะเหมาะกว่า เนื่องจากเฮดโฟน "Beats Studio3 Wireless" ใช้ชิป Apple W1 ซึ่งทำให้คุณสามารถเชื่อมต่อและเปลี่ยนไปใช้งานร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆ ของ Apple ได้อย่างง่ายดาย เชื่อมต่อด้วย Class 1 Bluetooth ซึ่งเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม ใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนานและชาร์จไฟได้อย่างรวดเร็ว

ด้วยประสิทธิภาพของชิป Apple W1 ทำให้แบตเตอรี่ของ Beats Studio3 ใช้งานได้นานขึ้นเกือบ 2 เท่าเมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นก่อน โดยใช้งานได้นานถึง 22 ชั่วโมงเมื่อเปิด Pure ANC เพื่อคุณภาพเสียงอันยอดเยี่ยม และหากปิด Pure ANC โดยตรงจากเฮดโฟน จะสามารถใช้งานต่อเนื่องได้นานถึง 40 ชั่วโมงในโหมดใช้พลังงานต่ำโดยไม่สูญเสียคุณภาพเสียงแต่อย่างใด และหากใช้งานจนแบตเตอรี่หมดก็ไม่มีปัญหา เพราะระบบ Fast Fuel ช่วยให้คุณสามารถใช้งานเฮดโฟนได้ต่ออีก 3 ชั่วโมง หลังการชาร์จด้วยสาย Micro-USB ที่มาพร้อมกับเฮดโฟนเพียง 10 นาที

ราคา: 12,500 บาท

2. Beats X Balmain Special Edition with Kylie Jenner 

เปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ในการจับมือกับดีไซเนอร์ชื่อดังอย่าง Balmain โดยการนำหูฟังรุ่น Powerbeats3 Wireless Earphones กับ Beats Studio Wireless Headphones มาทำใหม่ในธีมสีทอง-ชมพู

ทั้งสองรุ่นมาพร้อมกระเป๋ากระเป๋าซิปของ Balman เพื่อมอบพลังเสียงระดับพรีเมียมให้แก่ผู้ที่รักในเสียงเพลงอีกทั้งการออกแบบอย่างประณีตและงดงามที่สะท้อนความรู้สึกตามแบบฉบับของ Balmain โดยเฉพาะ

ราคาเฮดโฟนอยู่ที่ 599.95 ดอลลาร์สหรัฐฯ (หรือประมาณ 20,170 บาท)

3. Logic3 X Ferrari

สำหรับผู้ที่รักเสียงเพลงและความเร็วที่ชื่นชอบรถหรูอย่าง Ferrari เป็นทุนเดิมอยู่แล้วก็ต้องนี่เลย R300 THE SCUDERIA FERRARI COLLECTION ตอบโจทย์สาวกรถหรูเป็นอย่างดี

คอลเลกชั่นนี้มีการออกแบบเพื่อสะท้อนถึงความกระตือรือร้นอย่างแรงกล้า และความกระหายในชัยชนะของทีม Ferrari F1 ด้วยตัวหูฟังมีคุณสมบัติแข็งแรงทนทาน รวมถึงแผ่นรองพื้นหูฟังที่นุ่มเป็นพิเศษเพื่อสร้างความสบายในการฟัง มีการออกแบบที่พับเก็บได้ทั้ง 2 ข้าง ทำให้จัดเก็บได้ง่ายและป้องกันสายที่อาจจะพันกันรวมถึงป้องกันเสียงรอบข้างที่ไม่พึงประสงค์ อีกทั้งยังมีปุ่มรีโมต 3 ปุ่ม

มี 2 สีให้เลือก ได้แก่สีเงินและสีขาว 

ราคา 349 ดอลลาร์สหรัฐฯ (หรือประมาณ 11,600 บาท)

4. Beats X MCM Limited edition

หูฟัง Beats ชุดนี้มีการจับมือกับ MCM แบรนด์ผลิตสินค้าเครื่องหนังสัญชาติเกาหลีระดับไฮเอนด์ เรียกได้ว่าสาวกซีรีส์เกาหลีห้ามพลาดเลยทีเดียว โดยเจ้าหูฟังรุ่นนี้สามารถต่อ Bluetooth ได้ในระยะ 30 ฟุต ฟังเพลงได้นานถึง 12 ชั่วโมง และและมีเทคโนโลยีป้องกันเสียงรบกวน มีไมโครโฟนในตัว

ตัวหูฟังมีสีโทนหลักคือสีดำและมีแบรนด์สัญลักษณ์ MCM ส่วน Ears Cup เป็นสีน้ำตาลมีสัญลักษณ์ของแบรนด์ MCM ด้วยเช่นกัน ตัวหูฟังมีน้ำหนักที่เบาทำให้สวมใส่แล้วรู้สึกสบายออกแบบให้เหมาะสมกับทุกศีรษะ

ราคา 5,198 ดอลลาร์ฮ่องกง (หรือประมาณ 22,000 บาท)

5. Beats X Alexander Wang

หูฟังคอลเลกชั่นนี้เป็นการจับมือกันระหว่าง Beats และ Alexander Wang ดีไซเนอร์เสื้อผ้าชื่อดังของโลก ตัวหูฟังจะเป็นสีดำเทาด้านผสมกับวัสดุโลหะสีทองตรงก้านหูฟังสลักชื่อ Alexander Wang เอาไว้ มีระบบเสียงลดการรบกวนแบบ Dual mode Adaptive Noise Canceling ชาร์จแบตเตอรี่ได้นานถึง 12 ชั่วโมง ตัว ears cup หุ้มด้วยหนังจระเข้ปั๊มลายนูน ให้ความรู้สึกสบายเมื่อฟังเพลง เรียกได้ว่าใครที่รักเสียงเพลงของ Beats และรักในแฟชั่นสไตล์ของ Alexander Wang ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง

ราคา 449 ดอลลาร์สหรัฐฯ (หรือประมาณ 14,900 บาท)

6. Chanel X Monster

เป็นการจับมือระหว่างแบรนด์แฟชั่นไฮเอนด์สัญชาติฝรั่งเศสอย่าง Chanel และแบรนด์เทคโนโลยีอย่าง Monster

ตัวหูฟังเป็นสีดำมีโลโก้ Chanel ที่ออกแบบมาอย่างโดดเด่นและหรูหราไปในตัว พร้อมกับลายหนังข้าวหลามตัดซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ โดยได้ได้ดีไซเนอร์ชื่อดังอย่าง Karl Lagerfeld และศิลปินฮิพฮอพอย่าง Swizz Beatz มาร่วมกันโปรโมตอีกด้วย นับว่าถูกใจทั้งสาวกแฟชั่นอย่าง Chanel และ Monster กันเลยทีเดียว

ราคาเปิดตัว 5,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (หรือประมาณ 165,865 บาท)

เป็นยังไงกันบ้างกับบรรดาหูฟังระดับไฮเอนด์ที่ทางไทยรัฐออนไลน์ได้รวบรวมไว้ เราเชื่อว่าผู้ที่รักในเสียงดนตรีและสาวกของแบรนด์ชั้นนำต่างๆ ทั่วโลกคงให้ความสนใจ แต่จะซื้อหรือไม่ ก็ตามแต่ความหนักในกระเป๋าตังค์ของแต่ละคนก็แล้วกันนะจ๊ะ...