วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทำไงไม่โดนหลอก? 7 ทริกแบกเป้เที่ยวเดี่ยว ‘บาหลี’ อย่าไปจ่ายแพง!

เมื่อตัดสินใจบุ๊กตั๋วโปรไปเที่ยวต่างประเทศ ‘คนเดียว’ ครั้งแรกในชีวิต ทริปนี้เราเลือกไปเที่ยวประเทศที่ค่าครองชีพถูกๆ อย่าง ‘บาหลี’ ประเทศอินโดนีเซีย ถ้าถามว่าโดนหลอกตังค์ให้จ่ายแพงๆ บ้างไหม? ขอตอบว่า ไม่ต้องสืบจ้ะ...โดนมาเต็มๆ

ดังนั้นในฐานะผู้หญิงแบกเป้เที่ยวคนเดียว เราเลยอยากมาแบ่งปันทริกดีๆ ในการเดินทางไปเที่ยวบาหลีว่าควรมีข้อระวังตัวอะไรบ้าง รวมถึงวิธีประหยัดงบการเดินทางระหว่างทริป จะได้ไม่ต้องจ่ายแพงเกินจริง

ส่วนต้องทำยังไงบ้าง มาสิ...จะบอกให้ฟัง

1. ตม.ใจดี

เดินทางไปต่างประเทศคนเดียวครั้งแรก มันก็กล้าๆ กลัวๆ กังวลไปหมดว่าจะผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) หรือเปล่า? แต่พอไปถึงจริงๆ ง่ายกว่าที่คิดเยอะ ตม.บาหลี น่ารักและใจดี ไม่ค่อยมีคำถามอะไรยุ่งยาก ยิ่งเห็นว่าเราเป็นนักท่องเที่ยว ก็แทบจะผ่านได้เลยทันที กรณีของเราพอเข้าไปผ่านด่านปุ๊บ ก็ผ่านเลย ไม่มีคำถามอะไร ไม่ขอดูรายละเอียดการจองตั๋วไปกลับ หรือเอกสารการจองที่พักด้วย

แต่ ตม.บาหลี เขาจะซีเรียสมากเรื่องการนำเงินจำนวนมากกว่า 100 ล้านรูเปียห์เข้าประเทศ รวมถึงสิ่งของต้องห้ามอื่นๆ ใครที่มีของต้องสงสัยจะต้องถูกพาตัวไปผ่านการตรวจที่ช่องสีแดง (declare) ซึ่งตรงนี้ก็เหมือนสนามบินแห่งอื่นๆ ทั่วโลก

ส่วนที่พักก็มีโฮสเทลถูกๆ ให้เลือกเยอะแยะ ทริปของเราครั้งนี้เราเลือกห้องพักแบบแคปซูลที่ H oste' Bali พัก 3 คืน ราคาแค่ 1,300 บาท ภายในห้องไม่กว้างนัก แต่ก็พักสบาย แถมมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้อย่างเหมาะสม มีตู้ล็อกเกอร์พร้อมกำไลเปิดตู้ผ่านระบบอัตโนมัติ

2. อย่าซื้อซิมที่สนามบิน

หลังจากผ่าน ตม. ได้อย่างราบรื่น อันดับต่อไปก็คือการหาทางเปิดใช้งานเครื่องมือติดต่อสื่อสาร จะได้ติดต่อเพื่อนๆ และญาติพี่น้อง ผ่านการโทรทางไกลหรือแชตผ่านโซเชียลต่างๆ ได้ เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น อย่างน้อยก็อุ่นใจว่าเราสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้เนอะ

เรามองหาซิมสำหรับใช้งานอินเทอร์เน็ตระยะเวลา 4-7 วัน คิดว่าซื้อในสนามบินนี่แหละง่ายที่สุด แต่ดันลืมไปว่า โดยปกติของอะไรก็ตามถ้าซื้อในสนามบินมักจะแพงกว่าข้างนอก อันนี้โทษตัวเองล้วนๆ ที่คิดน้อยไปหน่อย อยากจะเอาความสะดวกเข้าว่า แถมไม่คำนวณเงินรูเปียห์เป็นเงินไทยก่อนซื้ออีก เดินดุ่มๆ ไปซื้อซิมหน้าตาเฉย

เป็นไงล่ะ ปรากฏว่าโดนฟันค่าซิมหัวแบะ! จ่ายไป 400,000 IDR หรือประมาณ 1,000 บาท ใช้เน็ต 4G ได้ 3 วัน โอ้คุณพระ แพงเว่อร์ๆ พอมาคำนวณทีหลังนะ โอ๊ย...อยากเขกกะโหลกตัวเองที่สุด

แนะนำ : อย่าซื้อซิมอินโดฯ ที่สนามบิน ให้หาทางไปที่พักก่อน แล้วค่อยถามหาร้านซิมกับพนักงานโรงแรม เขาจะแนะนำร้านถูกๆ ให้ โดยทั่วไปค่าซิมเปิดสำหรับใช้งานอินเทอร์เน็ต 4-7 วัน ไม่ควรเกิน 50,000 IDR หรือประมาณ 125 บาท 

3. อย่าเหมาแท็กซี่ข้างนอก

เนื่องจากที่พักของเราอยู่บริเวณ กูต้าสแควร์ ใกล้ๆ กับชายหาดกูต้า หาดที่มีชื่อเสียงของบาหลี ซึ่งย่านกูต้านั้นไม่ไกลจากสนามบินเดนปาซ่าร์งูราไรห์ ห่างมาแค่ 1-2 กม. พยายามมองหารถบัสเพื่ออยากประหยัดงบ แต่ก็ไม่มีเลย ก็เลยถามหารถแท็กซี่

และอีกครั้งกับการโดนฟันหัวแบะ จ่ายแพงเกินจริง! พอมีพี่แท็กซี่มาบอกว่า ไปกูต้าไม่มีรถบัสไปนะ ต้องนั่งแท็กซี่อย่างเดียว เราก็เชื่อ แถมพอเขาบอกราคามาว่า 150,000 IDR เราดันไม่คำนวณค่าเงินอีกแล้ว (คิดแต่ว่าค่าเงินที่นี่มันถูก ไม่อยากซีเรียส แต่จริงๆ ควรซีเรียสกับมันสักนิดนึง) ก็ตอบ เออๆ ไปก็ไป สรุปพอมาคำนวณเงินทีหลัง เราจ่ายไปตั้ง 376 บาท ในระยะทางที่ไม่ไกลอะไรเลย (เอาจริงๆ คือเดินไปเองสักพักก็ถึงแล้วอ่ะ)

แนะนำ : ใช้บริการรถแท็กซี่ที่มีเคาน์เตอร์ในสนามบินดีที่สุด เขาคิดราคาตามมิเตอร์ บวกค่าผ่านด่านตรงประตูสนามบินอีกนิดหน่อย ถ้าเดินทางมากูต้าแค่ 1-2 กม. ยังไงก็ราคาไม่เกิน 40,000-50,000 IDR แต่ต้องอดทนรอต่อแถวนานหน่อย

4. อาหารการกินในบาหลี

มาถึงอาหารการกินกันบ้าง ถ้าอยากทานอาหารสตรีทฟู้ด ที่ย่านกูต้าไม่มีให้กินนะจ๊ะ ส่วนใหญ่จะต้องเข้าไปทานอาหารในร้านอาหาร 4 ดาวขึ้นไปเท่านั้น หรือไม่ก็จะมีพวกร้านฟาสต์ฟู้ดที่เราคุ้นเคยอย่าง KFC, McDonald's, Burger King เป็นต้น

ร้านอาหารส่วนใหญ่ก็มีทั้งร้านอาหารท้องถิ่นของบาหลี ร้านอาหารจีน ร้านอาหารอิตาเลียน ซึ่งเราอยากลองทานอาหารพื้นเมืองก็เลยเลือกเข้าร้านท้องถิ่น เช่น Nasi Campur Bali และเครื่องดื่ม Lassi มันเป็นข้าวสวยกับเครื่องเคียงต่างๆ มีทั้งไก่ฉีกผัดหวาน ไข่ต้ม ไก่สับย่าง อะไรประมาณนี้

โดยรวมรสชาติพอกินได้ แต่ตอนจ่ายตังค์ มีค่าเซอร์วิสชาร์จ 10% นะจ๊ะ ทำใจไว้เลย ไม่ใช่แค่ร้านอาหารท้องถิ่นเท่านั้น แต่พวกร้านอาหารจีน ร้านอาหารอิตาเลียน บาร์หรูๆ ก็มีค่าเซอร์วิสชาร์จทั้งหมด เตรียมตังค์ไปให้พอด้วย

แนะนำ : สำหรับการกินอยู่ในย่านกูต้า ถ้าคุณไม่อยากเสียค่าเซอร์วิสชาร์จ 10% ในร้านอาหารข้างต้น ก็ควรเลี่ยงไปทานอาหารร้านฟาสต์ฟู้ดแทน หรือจะทานสลับกันไปบ้างก็ดีเหมือนกัน (แต่สำหรับย่านอูบุด เมืองท่องเที่ยวอีกแห่ง คุณจะพบร้านอาหารท้องถิ่นเยอะกว่า ราคาถูกกว่า บางร้านก็ไม่มีค่าเซอร์วิสชาร์จด้วย)

5. ทัวร์ระหว่างเมืองราคาถูก

ทริปนี้เราวางแผนไว้ว่าจะเที่ยวในกูต้า และอูบุดแค่ 2 เมือง เพราะมีเวลาไม่กี่วัน พอเดินชมเมืองและย่านท่องเที่ยวในกูต้าแล้ว เราก็มองหาวิธีเดินทางไปยังอูบุด เมืองแห่งศิลปวัฒนธรรมบาหลี เท่าที่หาข้อมูลมาเบื้องต้นพบว่ามีรถชัตเทิลบัสให้บริการ

เราก็มองหาตามเคาน์เตอร์ทัวร์ในเมือง ซึ่งมีอยู่จำนวนมาก เข้าไปถามดูอยู่หลายเจ้า แรกๆ ก็เจอตั๋วราคาโหด มีตั้งแต่ 300,000 - 150,000 - 100,000 - 80,000 IDR เดินหาเหนื่อยแล้ว สุดท้ายก็เลยเลือกที่ราคา 80,000 IDR ต่อเที่ยว

ซื้อตั๋วเสร็จ ก็มีคนขับมอไซค์มารับไปขึ้นรถ ปรากฏว่าไม่ใช่รถบัสนะจ๊ะ แต่เป็นรถตู้ ถ้าเป็นทัวร์ที่ชาวบ้านตั้งเคาน์เตอร์ขึ้นมาเองแบบนี้ เขาจะใช้รถตู้ไปส่งนักท่องเที่ยวกัน เป็นเรื่องปกติของที่นี่

ส่วนขากลับจากอูบุดมายังกูต้า เราโชคดีดันไปเจอบริษัททัวร์ที่ได้มาตรฐาน คือ Perama Tour ให้บริการด้วยรถมินิบัส ในเส้นทางอูบุด-กูต้า มีราคาเดียวคือ 60,000 IDR เท่านั้น! ใครจะมาเที่ยวเราแนะนำเจ้านี้เจ้าเดียวเท่านั้น

6. อัตราแลกเงินไม่เท่ากัน

ระหว่างทริป เนื่องจากใช้เงินเกินงบไปมาก เลยต้องหาที่แลกเงินเพิ่ม ระหว่างเดินเที่ยวชมเมืองก็จะมีร้านค้าออกมาตั้งป้ายรับแลกเงินสกุลต่างๆ อยู่เยอะแยะเต็มไปหมด ต้องดูให้ดีๆ ก่อนแลกเงิน

บางเจ้าใช้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ ซื้อเงินรูเปียห์ จะได้รูเปียห์กลับมาเยอะ แต่บางเจ้าใช้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในจำนวนเท่ากัน แต่กลับแลกได้น้อยกว่า แถมบางเจ้าถ้าใช้เงินไทยซื้อ กลับได้เงินรูเปียห์ที่คุ้มค่ากว่า อันนี้คงแล้วแต่อัตราของแต่ละร้านอ่ะเนาะ

7. คุยกับคนท้องถิ่นเยอะๆ 

ถ้าไม่แน่ใจอะไร หรืออยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม นอกจากหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตแล้ว ก็ควรหมั่นถามคนท้องถิ่นที่นั่นด้วย อย่างคนบาหลีที่เราเจอมา 99% มีความเป็นมิตรและให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวดีมาก ไม่หยิ่ง ขอแค่คุณเอ่ยปากถาม เขาพร้อมช่วยเหลือเต็มที่ ทั้งเรื่องค่ารถ ค่าอาหาร ถามไถ่หาโรงแรม ฯลฯ ขอชื่นชมจากใจจริง.


ที่มาภาพ : warunrat