วันเสาร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เตือนภัย! สาวไทยอยากทำงานนวดที่ต่างประเทศแบบผิด ก.ม. ระวังถูกหลอก ได้ไม่คุ้มเสีย

กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เตือนและให้คำแนะนำคนที่คิดไปทำงานนวดที่คาซัคสถานหรือประเทศอื่นๆ หลังได้รับรายงานจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอัสตานา ประเทศคาซัคสถาน ว่า คนไทยถูกนายจ้างเอาเปรียบ จ่ายเงินเดือนช้า ทำงานเกินเวลาแต่ไม่ได้รับค่าจ้างล่วงเวลา...

กองคุ้มครองฯ เปิดเผยข้อมูลเมื่อ 7 ก.ย. 60 ว่ามีรายงานจากสถานเอกอัครราชทูต (สอท.) ณ กรุงอัสตานา ว่าได้ให้ความช่วยเหลือพนักงานนวดแผนไทย ซึ่งทำงานอยู่ที่ร้าน Estetik Club ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 5 Chakalova Road, Karaganda City ถูกนายจ้างเอาเปรียบโดยจ่ายเงินเดือนล่าช้า ให้ทำงานเกินเวลาจนไม่มีเวลาพักผ่อนและไม่ได้รับค่าจ้างล่วงเวลา

ซึ่งพวกตนได้เจรจากับนายจ้างขอให้จ่ายค่าจ้างให้ตรงเวลาและขอให้มีเวลาพักผ่อนมากขึ้น แต่นายจ้างกลับข่มขู่ว่าจะส่งตัวกลับไทย โดยไม่จ่ายค่าจ้าง และยังจะให้ชดใช้ค่าเสียหาย 4,000 – 5,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ อีกด้วย ดังนั้นพวกตนจึงไม่ประสงค์ทำงานอีกต่อไป และขอให้ สอท. ช่วยเหลือเพื่อกลับไทย


สอท. ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนนี้พบว่า พนักงานนวดทั้งหมดเดินทางมาทำงานในคาซัคสถาน โดยทำสัญญาจ้างงานกันเอง ไม่ผ่านการรับรองจาก สอท. และไม่ได้แจ้งการเดินทางไปทำงานต่างประเทศตามที่กฎหมายกำหนด โดยใช้การเดินทางผ่านประเทศมาเลเซีย เพื่อเลี่ยงการตรวจสอบจาก จนท.ไทย

อีกทั้งยังพบว่า สัญญาจ้างงานยังมีเงื่อนไขที่ลูกจ้างเสียเปรียบหลายอย่างในประเด็น เช่น ไม่ระบุให้นายจ้างเป็นผู้จัดหาที่พักอาศัยและอาหาร และกรณีที่ลูกจ้างเป็นผู้ละเมิดสัญญา จะต้องถูกส่งตัวกลับและชดใช้ค่าเสียหายให้แก่นายจ้างจำนวน 1,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยไม่ระบุว่าฝ่ายใดเป็นผู้รับผิดชอบค่าตั๋วโดยสารเครื่องบิน 
จากสัญญาดังกล่าว สอท. จึงไม่สามารถบังคับนายจ้างให้ทำตามความประสงค์ของพนักงานนวดไทยได้ ทำได้เพียงช่วยเจรจาไกล่เกลี่ยไม่ให้นายจ้างเรียกค่าเสียหายตามสัญญา และประสานการช่วยเหลือส่งตัวพนักงานนวดไทยกลับประเทศไทย

กับปัญหาดังกล่าว นายธาตรี เชาวชตา ผู้อำนวยการกองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กล่าวกับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ว่า การไปทำงานนวด หรือสปา ในคาซัคสถานในขณะนี้ มีความเสี่ยงที่แรงงานไทยจะไม่ได้รับค่าจ้างสูง และหากจำเป็นต้องมาทำงาน ควรใช้ดุลยพินิจและศึกษาสัญญาจ้างงานที่ได้รับการรับรองจาก สอท. แล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงและปัญหาต่างๆ

สำหรับคนไทยที่ประสงค์จะไปทำงานในคาซัคสถานหรือประเทศอื่นๆ ทั่วโลกโดยชอบธรรม ไม่ถูกหลอก ถูกนายจ้างเอาเปรียบ นายธาตรีแนะนำว่า ควรทำตาม 6 ขั้นตอน ดังนี้ 1.หากอยู่ในไทย ควรตรวจสอบกับกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน หรือถ้าอยู่ต่างประเทศ ก็ตรวจสอบกับสถานทูต หรือสถานกงสุลว่าบริษัทที่ต้องการไปทำงาน มีแบล็กลิสต์ไหม 2.ต้องมีวีซ่าทำงานอย่างถูกต้อง

3.มีสัญญาจ้างงานโดยต้องผ่านการรับรองจากสถานทูต หรือสถานกงสุล เพื่อตรวจสอบว่าในสัญญาจ้างนั้นมีการได้เปรียบ เสียเปรียบหรือไม่ เป็นสัญญาทาสหรือเปล่า หรือเป็นไปตามกฎหมายแรงงานท้องถิ่นหรือไม่ 4.ก่อนเดินทางออกนอกประเทศ ต้องแจ้งกระทรวงแรงงาน 5.เมื่อไปถึงประเทศนั้นๆ แล้ว ต้องไปรายงานตัวกับสถานทูต หรือสถานกงสุล เพราะหากมีปัญหาเกิดขึ้น จะได้มีข้อมูลติดต่อว่าพักอยู่ที่ไหน จะได้ช่วยแก้ปัญหาได้ 6.ต้องมีประกันสุขภาพการเดินทาง

“สถานทูต สถานกงสุล มีหน้าที่คุ้มครองคนไทยในต่างแดน แต่หากไปเจอนายจ้างที่โหด หิน ร้าย ก็จะช่วยเหลือได้ลำบาก ซึ่งน้อยคนที่จะเจอเจ้านายที่ดี มีมนุษยธรรม เคารพกฎหมาย ก็คุยกันได้รู้เรื่อง หากอยากฟ้องร้องกับกระทรวงแรงงาน หรือกระบวนการยุติธรรมของประเทศนั้นๆ ก็ต้องใช้เวลานาน หากแพ้ความก็จะเสียเปรียบในทุกประการ ทั้งเงินทองและเวลา แต่หากทำตาม 6 ขั้นตอนที่แนะนำ ปัญหาถูกหลอก ฉ้อโกงก็จะไม่เกิดขึ้น” นายธาตรี กล่าว.

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน