วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'โตโน่' ขึ้นแท่น "พระเอกสองร้อยล้าน" แฮปปี้ชีวิตงานรุ่ง แต่รักยังเหงา?!

ต้องร้องว้าว...วชุดใหญ่ไฟกะพริบ หลังจาก โตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ พระเอกหนุ่มลูกอีสานจากภาพยนตร์เรื่อง “ส่ม ภัค เสี่ยน” ค่าย เอ็มพิคเจอร์ส สร้างปรากฏการณ์วงการภาพยนตร์คึกคัก เพียงแค่หนังเข้าฉาย รายได้ก็พุ่งฉิวแรงไม่หยุดฉุดไม่อยู่ ฮาน้ำหมากกระจาย สวนกระแสเศรษฐกิจ ล่าสุด ขึ้นแท่นพระเอกสองร้อยล้านไปเรียบร้อย “คนดังนั่งคุย” คว้าพระเอกฮอตสองร้อยล้านคนใหม่ มาซอกแซกให้ฟินเว่อร์กันไป ส่วนหัวใจยังว่าง โสดสนี้ทสนิทมานานเหลือเกิน...น

“ผมต้องถ่ายทอดความเป็นเสี่ยน หนุ่มอีสาน หน้าตาดีประจำหมู่บ้าน จริงใจ ใสซื่อ รักสงบ ผู้เชื่อมั่นในความรัก ศรัทธาในความจริงใจ ผู้เฝ้ารอคนรักจะกลับมาบ้านเกิด เพื่อสร้างชีวิตคู่ด้วยกัน แต่ระยะทางและเวลาก็ทำลายความฝันของเสี่ยนลง พอได้รับการติดต่อมาว่าจะร่วมงานกับพี่หม่ำ ผมชื่นชอบพี่หม่ำอยู่แล้ว ดูหนังพี่หม่ำอยู่แล้ว เป็นแฟนหนังพี่เขาอยู่แล้ว พอได้คุย เกี่ยวกับเนื้อเรื่องเกี่ยวกับบทว่าเป็นยังไง ยิ่งพอรู้ว่าในบทต้องพูดอีสานเลย ก็อยากจะเล่น เพราะในเรื่องต้องพูดเป็นภาษาบ้านเรา ภาษาอีสานด้วย เพราะผมเองก็ไม่เคยเล่นหนังเรื่องไหนที่ต้องใช้ภาษาอีสานทั้งเรื่องก็อยากจะใช้บ้านเกิดสื่อสารและเชื่อว่าคนอีสานก็น่าจะชอบกันด้วย”

พอได้ลงก่อนจริงๆล่ะ

“ถือเป็นความโชคดีของผมนะที่ได้ทำงานกับพี่หม่ำ ยิ่งเรื่องนี้ต้องใช้สมาธิสูงมากๆ เพราะเว้าภาษาอีสานเยอะทีเดียวเกือบจะทั้งเรื่องก็ว่าได้ แล้วยังยกกองถ่ายมาถ่ายทำถึง จ.นครพนม ด้วย ซึ่งตอนที่ได้รับการติดต่อมา ก็ไม่ต้องคิดมาก เพราะฟังจากที่ (เอ็ม-บุษราคัม) เล่าอยากสะท้อนวิถีชีวิตคนอีสานอยู่แล้ว และก็ได้ให้คนไทยได้ดูหนังในอีกรูปแบบจริงๆ” มีอะไรจะบอกกับพี่หม่ำมั้ยกับกองถ่ายนี้ “สิ่งที่อยากจะบอกว่าพี่หม่ำครับ ผมประทับใจในตัวพี่หม่ำมากในเรื่องของการดูแลครอบครัว การทำงานเพื่อคนที่พี่หม่ำรัก ผมเห็นเวลาพี่หม่ำอยู่กับลูกสาว กับภรรยา ลูกเขย รู้สึกว่าเขาเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับผู้ชายที่เป็นผู้นำครอบครัว ใส่ใจดูแล เวลาแกทำงานก็ตั้งใจเต็มที่ เวลาอยู่ในกองถ่ายเขาก็อยู่กันดูแลกันแบบพี่น้อง ทุกคนเท่ากันดูแลกันและกันเป็นการทำงานที่อบอุ่น กินข้าวอาหารพื้นบ้านส้มตำปูปลาร้า ปูเสื่อกินกับทีมงานการทำงานเลยเข้าใจกัน รู้จักกันหมดช่างไฟตากล้อง ทางครอบครัวพี่หม่ำ เอ็มให้ความเป็นกันเอง ผมมองว่าพวกเขา คือเหมือนครอบครัวใหญ่ที่เวลาจะทำอะไรก็ทำด้วยกัน”

ขึ้นแท่นพระเอกร้อยล้านด้วยว่า

“ผมรู้สึกดีใจ ภูมิใจ และหายเหนื่อยไม่คิดว่ากระแสตอบรับจะดีขนาดนี้ ดีใจที่คนไทยดูหนังไทยแล้วมีความสุข พร้อมทั้งขอบคุณแฟนๆ และสัญญาว่า ไม่ว่าจะกี่ร้อยล้านก็จะตั้งใจทำงาน และพัฒนาการแสดง เพราะกว่าจะมีวันนี้ได้ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องผ่านอะไรหลายๆอย่างทั้งต้องสู้และต้องอดทน ต้องขอบคุณคนไทยที่ช่วยกัน จะกี่ร้อยล้าน ตั้งใจทำงานเพื่อคนดู เท่าที่ทราบมา ตลาดหนังไทยต้องต่อสู้มาเยอะเคยมีช่วงที่พีกสุดของวงการ เคยมีช่วงที่ตกต่ำของวงการก็มีมาแล้ว แต่ถ้าคนไทยไม่ช่วยกัน ไม่ร่วมมือ หรือไม่ให้การสนับสนุนวงการหนังไทย แล้วใครจะมาช่วยพวกเรา เหมือนอย่างความตั้งใจของทีมงานที่อยากจะทำหนังที่เกี่ยวกับบ้านเกิด และเป็นภาษาอีสาน ซึ่ง ณ วันนี้ก็ได้เห็นจากความสำเร็จที่เกิดขึ้นแล้ว ขอบคุณที่ทำให้ผมเป็นหนึ่งในพระเอกร้อยล้านครับ”

ปีนี้อยู่ในวงการมากี่ปีแล้ว มุมมองการทำงานเป็นอย่างไรบ้าง

“ตอนนี้ทำงานมาจะ 8 ปีแล้วครับ มุมมองไม่เปลี่ยนนะ ยังรู้สึกขอบคุณ โอกาสทุกๆ ทางที่เข้ามา ขอบคุณวงการนี้เหมือนเดิม เพราะเป็นโอกาสที่ทำให้ ชีวิตผมพลิกผัน ได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ได้ปลดหนี้ที่เคยมี การได้ทำเพื่อคนที่ผมรัก ที่สำคัญคือการตอบแทนสังคม วันนี้ผมใช้หนี้ให้แม่ได้แล้วก็ไม่ลำบากแล้ว แม่อยู่ได้สบายขึ้น ผมอยู่ได้แบบไม่ขาด สิ่งต่อไปคือการตอบแทน คืนให้กับสังคมในโอกาสที่เขาให้ผมมาไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแฟนเพลง แฟนละคร ผมว่ามันเป็นความรับผิดชอบของผมที่จะต้องพัฒนาตัวเองใส่ใจกับงานให้มากขึ้น ตอนนี้ผมว่ามันอยู่ในจุดที่จะต้องดูว่างานนั้นให้อะไรกับสังคมมั้ย ให้อะไรกับวงการมั้ย ถ้าเป็นบทเดิมๆ ไม่มีความท้าทายก็เล่นเพื่อเอาเงินเฉยๆ ก็อาจจะดูและสอบถามนานหน่อย สิ่งที่คิดมองเรื่องของงาน ดังนั้นจะไม่ใช่เป็นเรื่องของเงินมาก่อน แต่เป็นเรื่องของสิ่งที่ผมทำอยู่ มันดีพอมั้ยที่จะใส่ใจพัฒนากับมัน อย่างหนังที่เล่นก็ไม่ใช่แค่ผมอ่านบทแล้วเข้าไปในฉาก จะเป็นการทำการบ้านก่อน เช่น เล่นเป็นหนุ่มอีสาน ก็ต้องมีการใส่มาดซื่อๆ กวนๆ ลงไปด้วย เวลาเล่นจะได้ช่วยให้นักแสดงที่เล่นกับผมเชื่อในบท และคาแรกเตอร์นั้นๆ จริงๆ”

เรื่องของการทำงานดูชัดเจนขึ้น และมีความเป็นผู้ใหญ่มากตามไปด้วย

“คือพอผมโตขึ้น ก็คุยในแนวทางการทำงาน ชัดเจนขึ้นคือแบ่งไว้เลย ปีหนึ่ง 6 เดือน ผมจะให้กับคอน-เสิร์ต อีก 6 เดือนคือในเรื่องของการแสดง ดังนั้นเวลารับงานภาพยนตร์ หรือละคร, คอนเสิร์ตจำเป็นต้องลดลง ช่วงที่ผ่านมาจะเห็นภาพผมบนเวทีคอนเสิร์ตตลอด ทัวร์คอนเสิร์ต แต่พอมีงานหนังหรือละคร ต้องเปิดผมก็จะตกลงกับวงเอาไว้ ว่าเฉพาะของวงอาจจะลดลงมารับได้อาทิตย์ละ 1 หรือ 2 ครั้งเท่านั้น เป็นการเตรียมเอาไว้แล้วก็จะดี ตรงที่พอผมจัดตาราง ทำงานแบบนี้ ก็ทำให้โฟกัสผมไม่ว่อกแว่ก เพื่อนๆในวงก็จะได้แบ่งเวลา และเตรียมกันได้ คืออย่างเมื่อก่อนอาจจะรับหมด ดังนั้นเดี๋ยวนี้อาจจะต้องยอมลดจำนวนงานลงเพื่อให้ได้งานแต่ละงานคุณภาพที่ดีที่สุด ผมคิดอย่างนี้ แฟนหนังแฟนละครแฟนเพลงผมรักพวกเขานะ การที่ผมมีทุกวันนี้ได้เพราะพวกเค้าสนับสนุนผม ดังนั้นผมไม่ควรจะมักง่ายกับสิ่งที่ผมทำให้เขา สิ่งที่ผมจะตอบแทนพวกเขาได้ไม่ ใช่จากข่าว ไม่ใช่จากประโยคที่สวยหรูเพื่ออวยแฟนคลับ แต่มันคือการทำงานที่จะตอบแทนเขาได้อย่างจริงๆจังๆ” อะไรที่เปลี่ยนความคิดให้ทำสิ่งดีๆแบบนี้ “คือเมื่อก่อนผมจนมาก ลำบากด้วย แต่ตอนนี้ผมพอจะมีขึ้นมาบ้าง ไม่ได้ลำบากแบบแต่ก่อน แต่ว่าความสุขคนเรามันคนละแบบกัน ผมว่ามันเหมือนกันมันอยู่ที่วิธีคิด เปรียบเทียบง่ายๆ ถ้าผมมีกับข้าวจานใหญ่อยู่จานนึง ผมกินคนเดียวอิ่มเลยมีความสุข แต่ถ้าผมชวนคนที่ผมรักมากินด้วยกันหมดเลยอาจจะไม่กินเหมือนกินคนเดียวแต่ได้กินทุกคน ผมว่ามันมีความสุขกว่า การทำอะไรดีๆ ชวนคนอื่นมาทำผมว่ามันดีกว่า”

ล่าสุดมอบความสุขให้คุณแม่หนักมาก

“ตอนแรกก็กะว่าจะไปหาซื้อเพชร แบบที่บอกนะครับว่าจะขออุบตัวเลขไว้ด้วย (หัวเราะ) เพราะยังไม่ทราบจริงๆว่าคุณแม่จะชอบแบบไหน ให้ท่านเลือกเองเลย แต่พอในที่สุดคุยกัน คุณแม่ก็สนใจทองมากกว่า ก็พาท่านไปและให้เลือกซื้อเลย ท่านก็เลือก สร้อยคอทองคำ 15 บาท พอเห็นอยู่เส้นหนึ่งเป็นลายดอกไม้ ถ้าท่านชอบผมก็ชอบครับไม่ติดอะไร ถึงจะหน้าซีดไปเหมือนกัน ก็เป็นความสุขที่อยากจะมอบให้ผู้หญิงที่ผมรักนะครับ”

ไม่ถามก็ไม่ได้ด้านความรัก

“ผมว่าก็เป็นเรื่องธรรมดาที่คนจะจับตาเรื่องความรัก เพราะตอนนี้เหมือนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และ สังคมก็อยากรู้เรื่องด้วย ส่วนตัวผมมองว่ามันเป็นเรื่อง ธรรมดา แต่ว่าตอนนี้ทำงานหนักมาก ทำงานทุกวันไม่มีวันหยุด เลยไม่ค่อยได้คิดว่าจะมีตอนไหน ทั้งเตรียมเปิดกล้องละครใหม่ และเดินสายโปรโมตหนัง “ส่ม ภัค เสี่ยน” ตอนนี้ผมก็เปิดได้ เพราะถ้ามันมีแล้วคนคนนั้นรักเราเป็นธรรมดาของมนุษย์ที่ต้องมีแฟนมีความรัก ไม่มีใครอยู่ตัวคนเดียวหรอก เพียงตอนนี้ผมก็ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว ผมมีเพื่อน มีวงดนตรี มีงานที่มันกำลังท้าทายทุกด้านว่าผมจะไปได้ถึงไหน ยิ่งต้องพัฒนาตัวเองได้ และมีความสุข นั่นคือสิ่งที่ผมโฟกัส แต่ในเรื่องของความรัก ผมเจอมาเยอะแหละ ผมว่ามันแล้วแต่จะเป็น ความรักสำหรับผมเป็นสิ่งที่สวยงาม และสุดท้ายมันจะเป็นอะไรก็ช่าง เป็นสิ่งที่น่าจดจำเสมอ แต่ว่าช่วงนี้อยู่แบบนี้ก็โอเคดี ผมก็ไม่รู้ว่าอนาคตจะมีคนเข้ามาเติมเต็มเมื่อไร แม้ตอนนี้มีเหงาบ้าง แต่พอดีงานก็เยอะ มีเรื่องให้คิด”

สเปกล่ะโตขึ้นมองในมุมผู้ใหญ่ขึ้นมั้ย

“สเปกตอนนี้คือ ต้องอดทน อดทนกับทุกอย่าง ต้องอดทนถ้าคิดเป็นแฟนของผม (ยิ้ม) และต้องเข้าใจด้วยว่าผมติดเกม ( หัวเราะ) ล้อเล่น เพราะว่าผมไม่ค่อยมีเวลา ต้องถ่ายละคร ถ่ายหนัง ออกงานสิ่งเหล่านี้ผมต้องการกระบวนการทำงาน แต่บางครั้งก็อาจจะรวนมาก เลยทำให้รู้สึกว่าผู้หญิงที่ต้องคุยต้องเข้าใจผมด้วย แต่ผมก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคต เพราะผมเองก็มีครอบครัวใหญ่ มีคุณแม่ มีน้องสาว ถ้าคนที่จะมาเป็นสมาชิกของผมในบ้าน ขอให้เข้าใจทุกๆ อย่างและขอแค่ให้เขาเป็นคนดี รักแม่รักครอบครัวแบบที่ผมทำ ผมปฏิบัติ ได้แค่นี้ผมก็ว่าได้ใจผมไปเต็มๆแล้วแต่ตอนนี้ผมยังรู้สึกว่าต้องสู้กับงาน สู้กับทุกสิ่งรอบตัวที่เป็นอยู่ทุกวันเลยครับ”.

ทีมข่าวบันเทิง